ฉบับที่ 142 YellowPages Live ติดตามตัว

ผู้อ่านจำหนังสือเล่มหนาๆ ปกเหลืองๆ ที่ถูกแจกจ่ายไว้ตามบ้านทุกหลังคาเรือนได้ไหมค่ะ คุณสมบัติของเล่มนี้จะช่วยค้นหาเบอร์ติดต่อร้านค้า สำนักงาน โรงพยาบาล สถานีตำรวจ หรือแม้แต่เบอร์โทรศัพท์บ้านของเราก็มีระบุไว้ สมุดเล่มนี้มีชื่อว่า “สมุดหน้าเหลือง” หรือเรียกว่า เยลโล่เพจเจส (YellowPages) เป็นชื่อที่ผู้เขียนและผู้อ่านรู้จักเป็นอย่างดี  ซึ่งเป็นหนังสือขนาดเล่มหนา มีปกสีเหลือง โดยได้รวบรวมรายชื่อธุรกิจ สินค้า และบริการ มาเรียบเรียงไว้เป็นหมวดหมู่ เพื่อแจกจ่ายไปตามบ้านเรือน บริษัท ห้างร้าน และแหล่งธุรกิจ  ภายหลังสมุดหน้าเหลืองได้ถูกพัฒนาเป็นรูปแบบออนไลน์ บน  http://www.yellowpages.co.th แต่ด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีบนสมาร์ทโฟนในโลกปัจจุบัน  สมุดหน้าเหลือง จึงถูกพัฒนามาเป็น YellowPages Live Application และสามารถรองรับทุกระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น iOS (iPhone หรือ iPad), Android OS, BlackBerry OS, Windows Phone, Windows Mobile และ สมาร์ทโฟน หรือฟีเจอร์โฟน ที่รองรับ J2ME  จะสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้จาก http://www.typlive.com/mobile  มาติดตั้งใช้งานได้ทันที แอพพลิเคชั่น YellowPages Live มีอยู่ 5 ส่วน คือ ส่วนแรก Highlight เป็นส่วนที่อัพเดทข้อมูลข่าวสารที่น่าสนใจ ส่วนที่สอง Search จะเป็นส่วนค้นหาหมายเลขสำคัญ เบอร์ฉุกเฉิน คำค้นยอดนิยม ส่วนลดร้านอาหาร และโปรโมชั่นต่างๆ โดยสามารถคลิกรับโปรโมชั่นที่ต้องการได้ทันที ส่วนที่สาม Map สามารถค้นข้อมูลและให้แสดงผลในรูปแบบแผนที่ได้ เพิ่มความสะดวกให้กับผู้ที่ต้องการทราบเส้นทางการเดินทาง ส่วนที่สี่ Content อัพเดทราคาน้ำมัน ราคาทอง อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงิน เลขหมายน่าสนใจ 4 หลัก รวมถึงสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนที่ห้า Member เป็นส่วนของการ log in สำหรับสมาชิก ผู้อ่านสามารถสมัครเป็นสมาชิกกับแอพพลิเคชั่น YellowPages Live ได้ทันที ผู้อ่านลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้มาใช้กันนะคะ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการค้นหาเบอร์ติดต่อในกรณีเหตุสุดวิสัยและสามารถพกพาไปได้ทุกสถานที่ แถมแอพพลิเคชั่น YellowPages Live ยังสามารถรองรับได้ทุกระบบปฏิบัติการได้ขนาดนี้ มีแอพฯ นี้ไว้ในมือถือก็ดีไม่น้อยนะคะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 141 Viber…สื่อสารทั่วทุกมุมโลก

พื้นที่บนโลกอินเตอร์เน็ตกว้างขวางมากในปัจจุบัน หลายคนได้เปรียบเปรยไว้ว่า อินเตอร์เน็ตช่วยย่อโลกให้แคบขึ้น  ไม่ว่าลูกหลาน ญาติพี่น้อง จะเดินทางไปพำนักอยู่คนละซีกโลก เพียงแค่สื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต อย่าง E-Mail  Facebook  Twitter ก็ช่วยทำให้ระยะทางที่ไกลแสนไกล หายไปในพริบตา แม้ว่า E-Mail  Facebook จะสามารถสื่อสารกันข้ามโลกโดยไม่มีขีดจำกัด แต่ก็มีอุปสรรคในเรื่องการใช้ก็คือ ผู้ส่งและผู้รับสาร จะติดต่อผ่านเพียงตัวอักษรเท่านั้น โดยต้องรอการตอบกลับจากอีกฝ่าย ส่วน Twitter สามารถพูดคุยกับเห็นภาพได้ทันที แต่ต้องผ่านการ log in เสียก่อน ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนขอยกแอพพลิเคชั่นที่สามารถพกติดตัวไปไหนมาไหนได้ทุกสถานที่ อย่างแอพพลิเคชั่น Viber ที่จะช่วยให้การติดต่อข้ามช่องว่างเวลาได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องผ่านการ log in ใดๆ   Viber เป็นแอพพลิเคชั่นในหมวดของผู้ให้บริการ VOIP (Voice Over IP) ที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store และขยายการใช้งานไปยัง Android Market  ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้ Viber ใน Blackberry และ Nokia อีกด้วย โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ได้ที่ http://www.viber.com ความสามารถที่แอพพลิเคชั่น Viber  ให้กับผู้ใช้คือ คุณสามารถโทรผ่านแอพพลิเคชั่น Viber หาเบอร์ปลายทางที่มีแอพพลิเคชั่น Viber เช่นกัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งรูปแบบการโทรจะเหมือนกับโหมดการโทรของโทรศัพท์มือถือที่เรามีอยู่ รวมถึงการส่งข้อความ ที่มีลักษณะคล้ายกับ Line หรือ Whatsapp เพียงแต่สีของแอพพลิเคชั่นนี้จะเป็นสีม่วง ถ้าผู้อ่านอยากทราบว่าเบอร์ปลายทางที่จะโทรหานั้นมีแอพพลิเคชั่น Viber หรือไม่ แค่เข้าแอพฯ และไปที่ contacts เท่านี้ก็จะทราบได้ทันทีว่าใครบ้างที่จะสามารถติดต่อผ่านแอพพลิเคชั่นนี้ได้ โดยด้านหลังของรายชื่อจะคำว่า Viber ต่อท้ายไว้ด้วย ใครที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ หรือเดินทางท่องเที่ยวไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  Viber ก็ถือเป็นแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจ ที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารได้บ้าง เพียงแต่อย่าลืมว่าแอพพลิเคชั่นนี้ต้องใช้ผ่านอินเตอร์เน็ตเท่านั้น อิอิ **แนะนำว่า ให้โทรบริการที่มีบริการให้ใช้ไวไฟฟรี

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 140 ใกล้ชิดผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กับแอพฯ Thai Police Phonebook

“เหตุด่วน เหตุร้าย แจ้งศูนย์รับบริการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191” ประโยคเด็ดที่ใครหลายคนจำได้ขึ้นใจ เวลามีเหตุการณ์คับขัน ดูไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน หมายเลข 191 ต้องผุดอยู่ในความคิดเป็นอันดับแรก  เพราะน้อยคนนักที่จะทราบเบอร์สถานีตำรวจในพื้นที่นั้นๆ เพื่อที่จะโทรแจ้งเหตุการณ์ต่างๆ ในเวลาอันสั้นและทันท่วงทีได้ วันนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กันสักหน่อย แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า “Thai Police Phonebook” ผลิตขึ้นโดย กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นแอพฯ ที่เก็บข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ติดต่อข้าราชการตำรวจ ตั้งแต่ระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จนถึง สารวัตร จากทุกกองบัญชาการทั่วประเทศ   ขั้นตอนแรกผู้อ่านต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “Thai Police Phonebook” โดยคลิกที่ App Store หรือ Android Market บนโทรศัพท์มือถือ หรือคลิกโหลดได้ที่ play.google.com สำหรับระบบแอนดรอยด์ หรือคลิกโหลดที่  http://itunes.apple.com/th/app/thai-police-phonebook/id544328261?mt=8  สำหรับระบบ iOS  แบบไม่ต้องเสียค้าใช้จ่ายใดๆ ภายในแอพพลิเคชั่น จะมี 2 เมนู คือ เมนูสมุดโทรศัพท์ตำรวจ (Police Phonebook) ซึ่งจะมีข้อมูลรายละเอียดของข้าราชการตำรวจแต่ละท่าน ทั้งตำแหน่ง สังกัด เบอร์โทรศัพท์สำนักงาน เบอร์โทรศัพท์มือถือ เพียงพิมพ์ชื่อหรือนามสกุลบุคคลที่ต้องการในช่องค้นหา หรือถ้าต้องการค้นหาแบบละเอียดก็สามารถคลิกแถบด้านบนขวามือ เท่านี้ก็จะทราบรายละเอียดของข้าราชการตำรวจคนนั้น อีกเมนู คือ เมนูเกี่ยวกับกองสารนิเทศ (About us) เป็นเมนูบอกสถานที่ตั้งของกองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เบอร์ติดต่อ เมล พร้อมเมนูลิ้งไปยังเว็บไซต์ facebook  twitter และ Google Map เพื่อแสดงแผนที่ที่ตั้งของหน่วยงาน แม้ว่าเหตุการณ์คับขันไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่อย่างน้อยการมีเบอร์โทรหรือเบอร์สำนักงานตำรวจของพื้นที่ที่อยู่อาศัย และบริเวณสถานที่ทำงาน ก็ถือว่าช่วยเพิ่มความอุ่นใจขึ้นมาระดับหนึ่ง อ้อ เอาไว้ตรวจสอบพวกชอบแต่งตัวเป็นตำรวจมาหลอกชาวบ้านได้ด้วย

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 139 Price Grab เปรียบเทียบความคุ้มค่าสินค้า ใน App Box

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้เขียนตั้งใจไปช้อปปิ้งสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวันด้วยความเพลิดเพลิน แต่พอดูราคากับปริมาณสุทธิของสินค้าทำให้ความเพลิดเพลินนั้นหายไปเลยทีเดียว ผู้อ่านสังเกตไหมคะ ว่าสินค้าชนิดเดียวกัน แต่มีขนาดแตกต่างกัน โดยที่ราคาก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก หรือบางทีดูภายนอกสินค้ากล่องใหญ่น่าจะคุ้ม แต่พอคำนวณจริงๆแล้วกล่องเล็กคุ้มกว่า ด้วยจิตวิญญาณของผู้บริโภคแบบฉลาดซื้อจึงรู้สึกเพลียกับการคำนวณของตัวเอง ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงค้นพบแอพพลิเคชั่นที่ช่วยคำนวณปริมาณสุทธิของสินค้ากับราคา ของสินค้า 2 ประเภท เพียงแค่กรอกตัวเลข แอพพลิเคชั่นนี้จะคำนวณความคุ้มค่าของสินค้ามาให้อย่างรวดเร็ว แค่นี้ผู้เขียนก็ยิ้มออก ^_^ แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า App Box ซึ่งภายในแอพฯ นี้ จะมีแอพฯ ย่อยอีกมากมาย ผู้อ่านสังเกตไอคอนที่เขียนว่า Price Grab ที่จะช่วยผู้อ่านเปรียบเทียบราคาสินค้าระหว่างสินค้า 2 ชนิด โดยหน้าจอจะแบ่งเป็น 2 ส่วนซ้ายขวา คือ สินค้า A และสินค้า B ซึ่งในสินค้าแต่ละชนิด ผู้อ่านต้องกรอกราคาและปริมาณสุทธิของสินค้า หลังจากกรอกรายละเอียดครบถ้วนแล้ว โปรแกรมจะคำนวณความคุ้มค่าของสินค้าระหว่าง 2 ชนิด ถ้าสินค้า B มีความคุ้มค่ามากกว่าสินค้า A จะปรากฏภาพดังนี้  A < B นอกจาก Price Grab ใน App Box แล้ว ยังมี Currency โปรแกรมคำนวณเรื่องสกุลเงินของแต่ละประเทศ Date Calc โปรแกรมคำนวณระยะเวลา  Day Until เป็นสมุดบันทึกรายการนัดหมายที่สามารถใส่รูปได้  Holidays รายละเอียดของรายการวันหยุดประจำปีของแต่ละประเทศที่รวบรวมไว้ Loan โปรแกรมสำหรับคำนวณดอกเบี้ย สำหรับเงินกู้ยืมหรือผ่อนทั้งหลาย  pCalendar โปรแกรมคำนวณสำหรับสาวๆ (คำนวณการมีประจำเดือน) Tip Calc โปรแกรมคำนวณการจ่ายทิป ภาษี คำนวณได้ทั้งสินเครื่องอุปโภคบริโภค Unit โปรแกรมแปลหน่วยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยของพื้นที่ ความยาว ความดัน อุณหภูมิ ปริมาตร น้ำหนัก เช่น กิโลเมตรเป็นเซนติเมตร ลองหาแอพพลิเคชั่น App Box มาเล่นกันดูนะคะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 138 ข่าวสารผู้บริโภคบนทวิตเตอร์ (Twitter)

ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองผ่านโซเชียลมีเดียหลากหลายรูปแบบ ตื่นเช้ามาสิ่งแรกที่คุณเปิดรับคือการคลิกลงบนจอโทรศัพท์มือถือ แท็ปเล็ต หรืออุปกรณ์ไอทีชนิดอื่นๆ เพื่ออ่านข้อความของใครต่อใครว่ามุมโลกแต่ละมุมเป็นอย่างไรบ้าง ก็คงไม่แปลกอะไรที่คุณจะรู้จัก Twitter แต่เนื่องจากบางท่านอาจไม่รู้จัก twitter จึงขออธิบายความหมายกันสักหน่อย Twitter (ทวิตเตอร์) เป็นบริการเครือข่ายสังคมออนไลน์จำพวกไมโครบล็อก โดยผู้ใช้สามารถส่งข้อความยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร ซึ่งเป็นข้อความสั้นๆ ข้อความอัปเดตที่ส่งเข้าไปยังทวิตเตอร์จะแสดงอยู่บนเว็บเพจของผู้ใช้คนนั้นบนเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ถูกสร้างขึ้นโดย Jack Dorsey หรือผู้อ่านสามารถตามทวิตได้ที่ @jack   สำหรับผู้อ่านที่ใส่ใจเรื่องเกี่ยวกับผู้บริโภค ที่ชอบติดตามข่าวสารสิทธิผู้บริโภค ความเป็นไปในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งชื่นชอบการใช้อินเตอร์เน็ตในการท่องโลกออนไลน์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงขอแนะนำทวิตเตอร์ในแวดวงผู้บริโภคที่ต้องการทราบด้านโทรคมนาคมให้ทุกคน following ตามข่าวสารอย่างทันถ่วงที ในส่วนบุคคล คนแรกขอแนะนำ “สุภิญญา กลางณรงค์” หรือทวิตเตอร์ “@supinya” ผู้หญิงคนเดียวจากจำนวน 11 คน ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยจะอัพเดททุกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. ซึ่งจะดูแลทางด้านการคุ้มครองผู้บริโภคทั้งในส่วนของวิทยุและโทรทัศน์ คนที่สอง พันเอก ดร. นที ศุกลรัตน์ “@DrNateeDigital” คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)  และคุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ “@TakornNBTC” เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ส่วนหน่วยงานที่น่าสนใจแนะนำเป็น “@NBTCrights” และ “@Teleconsumer” สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เป็นอีกช่องทางสื่อสารกับผู้บริโภค ทั้งปัญหา เรื่องราวอัพเดต ของนโยบายด้านกิจการวิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม  อีกหนึ่งช่องทาง ลองตามข่าวสารทาง twiiter กันดูนะคะ รวดเร็วทันใจจริงๆ **มือถือทุกรุ่นสามารถโหลดแอพพลิเคชั่น twitter ได้ฟรีค๊า

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 137 DoctorMe คู่มือดูแลสุขภาพฉบับกระเป๋า

“อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยระวังสุขภาพให้ดีนะคะ” เป็นประโยคฮิตเหมาะสำหรับคนไทยเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแต่อากาศเปลี่ยนแปลงเท่านั้น ปัจจุบันเหตุการณ์ต่างๆ ก็ทำให้เป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บได้เช่นกัน อย่างโรคที่มากับน้ำในวิกฤติน้ำท่วม โรคที่มากับอาหารในวิกฤติโรคระบาด เป็นต้น ซึ่งทุกโรคที่เกิดขึ้น ถ้าเรารู้จักเข้าใจถึงสาเหตุการเกิดของโรคเหล่านั้นแล้ว จะทำให้การแก้ไขและการป้องกันโรคเหล่านั้นเป็นเรื่องที่ง่ายและเข้าใจในการรักษาถึงสาเหตุที่แท้จริงมากขึ้น การปฐมพยาบาลในเบื้องต้นเมื่อเกิดการเจ็บป่วยขึ้นอย่างกะทันหันจึงถือว่าสำคัญ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปศึกษาวิธีการปฏิบัติต่างๆ ได้ในเว็บไซต์หมอชาวบ้านที่ www.doctor.or.th ได้ทุกเวลา แต่ถ้าผู้อ่านไม่สะดวกที่จะใช้คอมพิวเตอร์ในเวลาเร่งด่วน  แอพพลิเคชั่น  DoctorMe ถือว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจมากทีเดียว   แอพพลิเคชั่น  DoctorMe เป็นแอพพลิเคชั่นที่ย่อคู่มือการดูแลสุขภาพด้วยตนเองลงมาไว้บนมือถือแบบฉบับพกพา ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นช่วยบอกวิธีปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วยในเบื้องต้น กว่า 200 รายการ โดยมีคำแนะนำเกี่ยวกับการปฐมพยาบาล  อาการเจ็บป่วย และโรคต่างๆ รวมถึงการใช้ยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพรอีกด้วย ภายในแอพพลิเคชั่นจะแบ่งอาการบริเวณที่คุณเจ็บป่วย หรือสามารถป้อนคำเพื่อค้นหาโรคที่เกิดขึ้นได้เลย เมื่อค้นหาเจอแล้ว แอพพลิเคชั่นจะบอกถึงอาการ สาเหตุ การรักษา การดูแลตนเอง และคำอธิบายที่เกี่ยวข้องของโรคดังกล่าวไว้  แต่ถ้าอาการเจ็บป่วยเกินเยียวยา แอพพลิเคชั่นนี้ยังมีปุ่มสำหรับคลิกเพื่อโทรไปยังสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินหมายเลข 1669 ในกรณีเร่งด่วนได้อีกด้วย ล่าสุดแอพพลิเคชั่นนี้ได้ออก Version 1.6 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง สถาบัน ChangeFusion สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิหมอชาวบ้าน และ บริษัท โอเพ่นดรีม จำกัด โดยเพิ่มเติมข้อมูลพิกัดและหมายเลขโทรศัพท์ของโรงพยาบาลทั่วประเทศ  และสามารถดูโรงพยาบาลใกล้เคียงจากจุดที่ค้นหา พร้อมคำนวณระยะทาง เปิดดูแผนที่ และเดินทางตามเส้นทางที่แผนที่ได้ลากเส้นไว้ให้ รวมถึงมีที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ของโรงพยาบาล เพื่อสะดวกในการติดต่อกับโรงพยาบาลได้ทันที ปัจจุบันแอพพลิเคชั่น DoctorMe สามารถรองรับได้ทั้งผู้ใช้ iOS และ Android ซึ่งสามารถดาวน์โหลด ได้ที่ www.doctorme.in.th แอพพลิเคชั่น DoctorMe ถือว่ามีประโยชน์อย่างมาก แม้ว่าในชีวิตประจำวันบางท่านอาจจะไม่ต้องใช้ในกรณีฉุกเฉิน แต่ถ้าได้ลองศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจกับอาการเจ็บป่วยต่างๆ สาเหตุของการเกิดโรค ขั้นตอนการรักษา รวมถึงขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกวิธีแล้ว ถือได้ว่าแอพพลิเคชั่นนี้เป็นหมอชาวบ้านที่ให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ลองดาวน์โหลดมาศึกษากันดูนะคะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 136 Taxi Reporter รายงานพฤติกรรมที่ไม่พึงพอใจ

หลังจากที่แนะนำให้ผู้อ่านตรวจจับความเร็วกับแอพพลิเคชั่น Traffy bSafe เพื่อร้องเรียนความไม่พึงพอใจกับการบริการของรถบริการสาธารณะและพนักงานขับรถบริการสาธารณะบนท้องถนนไปฉบับก่อนหน้านี้ ฉบับนี้ผู้เขียนจึงขอแนะนำแอพพลิเคชั่นสำหรับร้องเรียนรถบริการสาธารณะประเภทแท็กซี่กันบ้าง พอพูดถึงรถแท็กซี่ ผู้อ่านหลายคนคงส่ายหน้ากับการเลือกรับผู้โดยสาร โดยมีเหตุผลรองรับต่างๆ นานา อย่างเช่น “ไปส่งรถไม่ทัน” “จะไปเติมแก๊ส” “แถวนั้นรถติด” เป็นต้น แค่นี้ก็ทำให้เอือมระอากับการเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ไปแล้ว ส่วนผู้โดยสารที่โชคดีได้รถแท็กซี่ตกลงไปส่งจุดหมายปลายทางที่ต้องการ แต่ก็อาจเจอกับความโมโห ฉุนเฉียว พูดจาไม่สุภาพของคนขับรถแท็กซี่ เสมือนไม่พอใจที่จะไปจุดหมายปลายทางนั้น หรือไม่ก็ขับขี่ด้วยความไม่ระมัดระวัง จนทำให้รู้สึกเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนน ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดอะไรของผู้โดยสารเลย แอพพลิเคชั่น Taxi Reporter ถูกพัฒนาขึ้นโดย บริษัท Siam Squared Technologies เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้การร้องเรียนถึงพฤติกรรมของคนขับรถแท็กซี่ที่ผู้โดยสารไม่พึงพอใจและเห็นว่าไม่เป็นธรรมกับการใช้บริการ ซึ่งข้อมูลที่ร้องเรียนจะถูกส่งไปยังบริษัทเพื่อรวบรวมและส่งข้อมูลต่อไปยังกรมขนส่งทางบกอีกครั้ง   ขั้นตอนในการส่งเรื่องร้องเรียน ขั้นตอนแรกจะให้กรอกหมายเลขทะเบียนรถแท็กซี่เจ้าปัญหา โดยผู้โดยสารจะสังเกตหมายเลขทะเบียนรถได้จากบริเวณประตูด้านหลังทั้งสองข้าง ขั้นตอนที่สองจะให้เลือกเรื่องที่ต้องการร้องเรียน โดยในแอพพลิเคชั่นจะมีให้เลือก ดังนี้ ไม่รับผู้โดยสาร ฝ่าฝืนกฎจราจร มีพฤติกรรมหยาบคาย และโกงค่าโดยสาร ในขั้นตอนนี้ผู้อ่านสามารถเลือกได้หลายตัวเลือก ขั้นตอนที่สาม ผู้อ่านสามารถพิมพ์ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมที่ต้องการร้องเรียนได้ พร้อมทั้งทางแอพพลิเคชั่นจะปักหมุดบนแผนที่ตรงบริเวณที่ผู้อ่านร้องเรียน เพื่อให้รู้ว่ารถแท็กซี่คันนั้นวิ่งในบริเวณใด เมื่อเติมข้อมูลทุกอย่างเสร็จสิ้น ให้คลิกเมื่อส่งข้อมูล สำหรับผู้อ่านที่เล่นเฟสบุ๊กสามารถโพสต์ข้อความการร้องเรียนได้ทันที โดยในหน้าต่างถัดไป แอพพลิเคชั่นจะสอบถามการแชร์ข้อมูลเรื่องร้องเรียนผ่านเฟสบุ๊ก เพียงคลิกตามขั้นตอน ข้อความเหล่านั้นก็จะไปปรากฏบนเฟสบุ๊กให้ทันที แต่ข้อจำกัดของแอพพลิเคชั่นนี้ก็มีเช่นกัน เพราะยังไม่สามารถรองรับอุปกรณ์ไปทั้งหมด ซึ่งจะรองรับเฉพาะอุปกรณ์ตระกูล iOS เท่านั้น อาทิ iPhone, iPad เป็นต้น โดยดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Taxi Reporter ฟรีได้ที่ http://itunes.apple.com/th/app/taxi-reporter/id501278589?mt=8 เอาเป็นว่าช่วยกันรายงานพฤติกรรมที่เกิดขึ้นผ่านทางแอพพลิเคชั่น Taxi Reporter ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นช่องทางหนึ่งที่อาจช่วยกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มความใส่ใจในเรื่องการบริการ และความปลอดภัยบนท้องถนนให้กับผู้โดยสารมากขึ้นกว่าเดิม

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 135 ฉลาดเที่ยว ฉลาดเลือก ...วางแผนพร้อมลุย!!

เย้!! วันหยุดยาวปีนี้จะไปไหนดีนะ พับงานที่เคร่งเครียดและแสนอันน่าเบื่อ (ใครเห็นด้วยยกมือขึ้น!!) ลงลิ้นชักโต๊ะทำงานไปก่อนเลย แล้วหันมาเปิดตู้เสื้อผ้าและกระเป๋าตังค์กันสักหน่อยว่าทริปท่องเที่ยวทริปนี้จะเป็นฮ่องกง เกาหลี ยุโรป หรือจะไปทะเล ภูเขา น้ำตก กันดี  แต่ถ้าทริปของคุณเพิ่งเริ่มวางแผนแล้วล่ะก็คุณอาจต้องว้าวุ่นใจสักหน่อย เพราะที่พักและตั๋วรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบินของคุณอาจจะไม่มีที่เหลือแล้วก็เป็นได้ หรือถ้ามีก็อาจได้ในราคาที่แพงเกินไป ฉลาดซื้อ ฉลาดช้อปอย่างเรา ก็ต้องมีการวางแผนทริปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวๆ ไว้ล่วงหน้ากัน เพื่อไม่ให้รายจ่ายหนักเกินไปสำหรับคนฉลาดซื้ออย่างเราๆ  โดยสามารถจัดการหาที่พัก ตั๋วเดินทางได้ในราคาที่เหมาะสมและพึงพอใจอีกด้วย และศึกษาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวว่าเปิดปิดกี่โมง ต้องเสียค่าเข้าชมหรือไม่ ก็จะทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้เช่นกัน  ดังนั้นก่อนเดินทางไปท่องเที่ยวในแต่ละทริปควรวางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย ที่พัก การเดินทางและสถานที่ท่องเที่ยวให้ดีเสียก่อน เมื่อคิดออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ไอทีอย่างเราเริ่มด้วยการเข้าอินเตอร์เน็ตค้นหาตั้งแต่สถานที่ที่จะไป ที่พัก อาหาร การเดินทาง ซึ่งจะมีข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวไว้มากมาย การจองที่พักออนไลน์ ข้อดีสำหรับการจองผ่านระบบออนไลน์ก็คือราคามักจะถูกกว่าการ walk in ซึ่งถือว่าเป็นโปรโมชั่นที่น่าสนใจมากทีเดียว เช่น จะเดินทางไปพักที่จังหวัดเชียงใหม่ บริเวณถนนคนเดิน คุณสามารถเข้าเว็บไซต์หาที่พักราคาถูกเช่น www.agoda.co.th, www.hotelsthailand.com หรือลองใช้คำค้นหาใน google กันเลยว่า “จองพี่พัก”รับรองขึ้นมาให้เลือกเพียบ!!!  ผู้เขียนขอยกตัวอย่างโรงแรมในเชียงใหม่ถ้าจองผ่านระบบออนไลน์ราคาจะอยู่ที่ 330 บาท/ห้อง/คืน แต่ถ้าจองแบบธรรมดาก็จะได้ในราคา 450 บาท/ห้อง/คืน   ต่อไปมาดูเรื่องการเดินทาง ใครหลายคนคงไม่รู้ว่ารถทัวร์ก็สามารถจองออนไลน์ได้เช่น www.จองตั๋วรถทัวร์.com www.thairoute.com ประโยชน์ของการจองล่วงหน้าก็คือเลือกที่นั่งได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปซื้อตั๋วด้วยตนเอง ไม่ต้องไปลุ้นหน้าชานชาลา  ที่สำคัญลดค่าใช้จ่ายอย่างน้อยก็ตั้ง 100-200 บาทในการเดินทางไปจองตั๋วแล้ว ส่วนคนที่ต้องการโดยสารเครื่องบิน สายการบินของไทยบางสายการบินมีโปรโมชั่นในแต่ละช่วง ถ้ามีการวางแผนท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะก็คุณก็จะได้ตั๋วเครื่องบินในราคาที่ถูกหรืออาจเทียบเท่ากับราคารถทัวร์เลยทีเดียว ประหยัดเวลา เหลือเวลาไปท่องเที่ยวได้หลายที่เลย ซึ่งสายการบินและเว็บจองก็มีมากมายเช่น www.expedia.co.th , www.airasia.com จะเห็นได้ว่าการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวล่วงหน้าเป็นผลดีกับเรื่องการหาที่พัก การหาตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน ในราคาที่ถูกกว่าและพึงพอใจมากกว่าการไม่วางแผนล่วงหน้าซะอีก เมื่อการวางแผนเที่ยวอย่างฉลาดเลือก ฉลาดซื้อพร้อมแล้ว ก็ตบเท้าลากกระเป๋า พร้อมลุย...ได้เลย ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- App: Iphone,Ipad น่าสนใจ : Thailand Travel ,iThai,Trip Journal, thaibus, Thai RailwayApp: Android น่าสนใจ : thai2trip , Thai Airport Flight Info, TripIt, Where in thai เว็บไซต์น่าสนใจ : www.thaipackagetour.com, www.wonderfulpackage.com,  www.guru-tour.com,  www.dealdidi.com ,www.pantip.com/cafe/blueplanet ข้อแนะนำ การเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วัน เพราะโปรโมชั่นบน Internet จะล่วงหน้าอย่างน้อย 45 วันถึงจะมีโปรโมชั่นดีๆ คะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 134 ตรวจจับความเร็วกับ Traffy bSafe

ความประมาทที่ก่อให้เกิดอันตรายต่างๆ จากผู้ขับรถบริการสาธารณะ ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นธรรมกับผู้โดยสารที่ต้องฝากชีวิตไว้โดยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ พอเกิดข่าวอุบัติเหตุครั้งหนึ่งผู้โดยสารก็จะพยายามหลีกเลี่ยงเส้นทางนั้น โดยการเปลี่ยนชนิดรถบริการสาธารณะในรูปแบบใหม่ แต่สำหรับผู้โดยสารที่ไม่สามารถเลือกใช้รถบริการสาธารณะรูปแบบอื่นได้ ก็คงต้องหวาดหวั่นกับการขับรถด้วยความประมาทของรถบริการสาธารณะต่อไป การร้องเรียนพนักงานขับรถบริการสาธารณะผ่าน Call Center 1584 เพื่อร้องเรียนความไม่พึงพอใจกับการบริการของรถบริการสาธารณะก็เป็นวิธีการหนึ่งที่ประชาชนธรรมดาคนหนึ่งในฐานะผู้บริโภคจะสามารถร้องเรียนได้ แต่การร้องเรียนในช่องทางนี้อาจทำให้เกิดความไม่สะดวกสบายเท่าไร รวมทั้งไม่มีหลักฐานความประมาทในการขับรถที่เป็นรูปธรรม จึงอาจทำให้การร้องเรียนที่ต้องการให้ปรับปรุงการบริการไม่เป็นผลมากนัก   เทคโนโลยีจึงถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการร้องเรียนอย่างทันท่วงที โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (National Electronics and Computer Technology Center : NECTEC หรือเนคเทค) ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Traffy  bSafe ขึ้น เพื่อให้สามารถใช้ได้กับเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำบนมือถือในสังคมปัจจุบัน ทั้ง iPhone และ Android สามารถดาวน์โหลด Traffy bSafe mobile app ได้ฟรีที่ http://info.traffy.in.th/2011/09/02/traffy-bsafe Traffy  bSafe หรือเครือข่ายเฝ้าระวังด้านความปลอดภัยรถสาธารณะเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับตรวจจับความเร็วในขณะที่รถบริการสาธารณะวิ่งอยู่บนท้องถนนแบบ real-time และสามารถแจ้งร้องเรียนเรื่องความปลอดภัยของการเดินทางโดยรถสาธารณะได้ทันที  ก่อนเข้าแอพพลิเคชั่นเพื่อวัดความเร็ว โปรแกรมจะให้กรอกหมายเลขทะเบียนรถหรือสายรถเมล์ก่อนเป็นอันดับแรก โดยการวัดความเร็วของแอพพลิเคชั่นนี้จะไล่ตามความเร็วของรถบริการสาธารณะ ซึ่งใช้แถบสีในการแบ่งระดับ 3 ระดับ ดังนี้ แถบสีเขียวหมายถึงระดับ Speed Safe อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย แถบสีเหลืองหมายถึงระดับ Speed Caution อยู่ในเกณฑ์ควรระมัดระวัง แถบสีแดงหมายถึงระดับ Speed Danger อยู่ในเกณฑ์อันตราย เมื่ออยู่ในระดับอันตรายโปรแกรมจะสอบถามเพื่อส่งเรื่องร้องเรียน โดยสามารถอัพโหลดรูปภาพเป็นหลักฐานในการร้องเรียน เพียงกดส่งข้อมูลต่างๆ ก็จะส่งไปยัง NECTEC เพื่อส่งต่อข้อมูลไปยังมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และศูนย์ 1584 กรมการขนส่งทางบก ไม่ว่าการร้องเรียนเพื่อพิทักษ์สิทธิของผู้บริโภคจะอยู่ในรูปแบบใด อย่างน้อย Traffy  bSafe ก็เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ความสะดวกในการร้องเรียนเพิ่มขึ้น และใช้ข้อมูลในแอพพลิเคชั่นเป็นหลักฐานได้ทางหนึ่ง เพียงแค่ผู้บริโภคอย่างเราๆ ช่วยกันสอดส่องและรักษาสิทธิที่ผู้บริโภคควรได้รับในเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนคนละไม้คนละมือ สถิติการเกิดอุบัติเหตุอาจลดน้อยลงได้บ้าง

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 133 สมาร์ท Control ด้วยโปรแกรม TeamViewer

  เคยรู้สึกหงุดหงิดและยุ่งยากกับข้อมูลสำคัญๆ ที่ต้องการแบบเร่งด่วน แต่ข้อมูลอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ออฟฟิศ ในขณะที่ตัวคุณกลับกำลังพักผ่อนตากอากาศหรือประชุมนอกสถานที่ ซึ่งห่างไกลกับออฟฟิศซะเหลือเกิน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องวานเพื่อนในออฟฟิตค้นหาข้อมูลให้แล้วส่งอีเมล์มาหาเรา ซึ่งอาจกวนและเป็นภาระคนอื่นๆ อยู่ไม่น้อยทีเดียว ปัญหานี้จะหมดไป ถ้าคุณได้รู้จักกับโปรแกรม TeamViewer โปรแกรม TeamViewer เป็นโปรแกรมสำหรับการใช้ในการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์จากระยะไกล เป็นเสมือนรีโมทระยะไกลที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลของคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องเข้าด้วยกัน โดยใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการเชื่อมต่อข้อมูล เพียงคุณใช้โปรแกรมนี้ คุณจะสามารถจัดการไฟล์ต่างๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องได้ทันที หรือง่ายๆ ให้ลองนึกถึงนั่งอยู่ที่บ้านแต่ควบคุมเครื่องของเราที่ออฟฟิตได้เหมือนมาทำงานเลยล่ะ!  โปรแกรมนี้ถือว่ามีความปลอดภัยในระดับที่ดี และที่สำคัญ “ดาวน์โหลดได้ฟรี” ถ้าต้องการจะใช้โปรแกรม TeamViewer เข้าไปจัดการคอมพิวเตอร์เครื่องไหน คุณต้องรู้หมายเลข ID ของเครื่องปลายทางด้วย ถ้าถามว่าโปรแกรมนี้ช่วยอะไรได้บ้าง ลองมาดูกันเลยค่ะ อันดับแรก ลดเวลาทั้งในเรื่องการเดินทางมาหาข้อมูล ทั้งลดเวลาเพื่อนในการช่วยค้นหาข้อมูล เพราะเราเองสามารถควบคุมเครื่องของเราผ่านโปรแกรมนี้ได้เลย อันดับสอง ลดค่าใช้จ่ายในการไปซ่อมหรือปรับปรุงคอมพิวเตอร์เล็กๆ น้อยๆ จากทางร้านซ่อมได้สบายๆ ด้วยการให้ทางร้านหรือคนที่เชี่ยวชาญนี้เข้ามารีโมทช่วยดูความผิดพลาดในคอมพิวเตอร์ของเราได้โดยไม่ต้องโทรศัพท์ถามได้ อันดับสุดท้าย แน่นอนที่สุดก็คือ...สบายใจทุกครั้งที่ต้องไปสถานที่ไกลออฟฟิตแล้วลืมข้อมูลไว้ ใครก็ช่วยหาไม่เจอ นี่ล่ะคำตอบ สบายใจชัวร์ และขอแนะนำสำหรับคนที่ไม่มีเวลาทั้งหลาย โปรแกรมนี้สามารถทำให้คุณสะดวกและประหยัดเวลาเดินทางที่ไม่ต้องนำคอมพิวเตอร์ไปทิ้งไว้ที่ร้านซ่อม  เมื่อคอมพิวเตอร์คุณเกิดอาการรวนได้ดีจริงๆ ไม่เพียงแต่โปรแกรม TeamViewer เท่านั้นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการและสร้างความสะดวกสบาย แต่ยังมีโปรแกรมอีกจำนวนมากที่ช่วยให้สมาชิกฉลาดซื้อได้อ่านกันอีก.. ติดตามเล่มหน้านะคะ ****************************************** ข้อจำกัด 1. เครื่องทั้งสองเครื่องต้องเชื่อมต่อ Internet 2. ต้องมีการเปิดโปรแกรม TeamViewer  ไว้ทั้งสองเครื่อง3. ต้องบอก ID เครื่องที่ต้องการควบคุม อ่านข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.teamviewer.com/th/

อ่านเพิ่มเติม >