ฉบับที่ 199 Thai Weather ปรับตัวตามการพยากรณ์สภาพอากาศ

หลายเดือนที่ผ่านมาประเทศไทยอยู่ในช่วงฝนตกอย่างต่อเนื่อง และในบางช่วงเกิดจากมรสุมพัดผ่าน จึงทำให้บางครั้งฝนตกช่วงเช้า ช่วงเย็น หรือตกตลอดทั้งวัน จนไม่สามารถคาดการณ์ได้ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาสำหรับประชาชนที่ต้องเดินทางไปทำงานพอสมควร เนื่องจากไม่แน่ใจในสภาพอากาศที่แปรปรวนอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวอากาศร้อนแล้วเปลี่ยนเป็นฝนตก สลับกันไป ถ้าไม่มีการเตรียมตัวมาก็อาจต้องมีตากฝนตากแดดจนเป็นไข้หวัดกันได้  ฉบับนี้ผู้เขียนจึงเห็นว่าในฐานะประชาชนในประเทศไทยคนหนึ่ง ควรที่จะได้รู้และศึกษาสภาพอากาศได้ก่อนล่วงหน้า จึงนำแอปพลิเคชันของกรมอุตุนิยมวิทยาที่มีชื่อว่า Thai Weather มาแนะนำให้ดาวน์โหลดลงบนสมาร์ทโฟนเพื่อติดตามสภาพอากาศได้ตลอดเวลา ภายในแอปพลิเคชัน Thai Weather จะแบ่งเมนูหลักเป็น 15 หมวด ได้แก่ เมนูแผนที่เตือนภัยจะบอกข่าวเมื่อมีภัยพิบัติเกิดขึ้น เมนูพยากรณ์อากาศเป็นส่วนที่จะบอกรายละเอียดถึงอุณหภูมิ การพยากรณ์ฟ้าฝนในแต่ละจังหวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ โดยสามารถเลือกจังหวัดที่ต้องการทราบข้อมูลจากวันนี้และถัดไปอีก 4 วัน เมนูสภาพอากาศจะบอกถึงรายละเอียดถึงอุณหภูมิ การพยากรณ์ฟ้าฝนจังหวัดที่ผู้ถือสมาร์ทโฟนอยู่ ณ เวลานั้น เมนูกรุงเทพจะเป็นรายงานและพยากรณ์ฝนภายในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมนูประกาศจะบอกข่าวสารที่ต้องประกาศ เมนูแผ่นดินไหวจะรายงานการเกิดแผ่นไหวล่าสุดรอบประเทศไทยและทั่วโลก เมนูทางเดินพายุจะรายงานทิศทางการเดินทางของพายุ เมนูเรดาร์จะเป็นการแสดงภาพสภาพอากาศในรูปแบบเรดาร์ เมนูดาวเทียมจะเป็นการแสดงภาพสภาพอากาศผ่านดาวเทียม เมนูแผนที่อากาศจะแสดงบริเวณที่เกิดความกดอากาศสูงและความกดอากาศต่ำ เมนูสื่อวีดีทัศน์จะเป็นวิดีโอพยากรณ์อากาศในแต่ละวัน เมนูถ่ายภาพแบ่งปันจะให้ผู้ใช้แอปพลิเคชันสามารถแบ่งปันรูปภาพที่ถ่ายด้วยตนเอง แล้วนำมาใส่ตัวเลขอุณหภูมิ ณ เวลานั้นเพื่อนำไปเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดียต่อไป เมนูสื่อเผยแพร่จะรายงานข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสภาพอากาศ ส่วนเมนูปรับตั้งค่า เมนูแจ้งเตือนและเมนูติดต่อเรา จะช่วยในการตั้งค่าการใช้งานภายในแอปพลิเคชัน การเปิดระบบการแจ้งเตือนภัย และข้อมูลรายละเอียดการติดต่อกรมอุตุนิยมวิทยาพร้อมแผนที่การเดินทางลองดาวน์โหลดมาพกติดตัวกันไว้ จะได้ไม่ต้องมาคอยหาข่าวสารจากทางอื่น ยิ่งสำหรับคนทำงานที่ต้องเดินทางไปในสถานที่ต่างๆ จะได้คาดการณ์สภาพอากาศและตระเตรียมอุปกรณ์กันแดดกันฝนได้ทัน ซึ่งน่าจะช่วยไม่ให้เป็นโรคยอดฮิต อย่างไข้หวัดได้บ้างเล็กน้อย 

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 198 ดูแลสุขภาพกับ “iCare Health Monitor”

วันนี้ขอมาดูแลสุขภาพกันนะคะ ปัจจุบันการดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง เนื่องจากโรคภัยไข้เจ็บในยุคสมัยนี้จะมากับอาหารการกินเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการทำงานที่อยู่ภายใต้ภาวะความกดดันและความเครียด ซึ่งคนส่วนใหญ่จะไม่มีเวลาที่ใส่ใจสุขภาพของตนเองได้ตลอดเวลา หรือบางคนอาจจะไม่แม้แต่เสียเวลาในการไปตรวจสุขภาพประจำปีด้วยซ้ำ สุขภาพร่างกายควรได้รับการดูแลเอาใส่ใจเป็นอย่างดี ผู้เขียนจึงขอแนะนำแอพพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า “iCare Health Monitor” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับตรวจสอบสุขภาพในเบื้องต้น สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android หลังจากที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว เมื่อเข้าไปในแอพพลิเคชั่นจะปรากฏหน้าหลัก โดยมีให้เลือกตรวจวัดสุขภาพทั้งหมด 8 ด้าน ได้แก่ ด้านการมองเห็นหรือ Vision ด้านการได้ยินหรือ Hearing ด้านความดันเลือดหรือ Blood pressure ด้านอัตราการเต้นของหัวใจหรือ Heart rate ด้านความจุของปอดหรือ Lung capacity ด้านอัตราการหายใจหรือ Respiratory rate ด้านปริมาณออกซิเจนหรือ Oxygen ด้านจิตวิทยาหรือ Psychological ด้านการมองเห็นหรือ Vision จะเป็นการตรวจวัดการมองเห็นในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นรูป สี เส้น ด้านการได้ยินหรือ Hearing จะเป็นการทดสอบการฟังเสียงที่ได้ยินที่ออกมาจากแอพพลิเคชั่น ด้านความจุของปอดหรือ Lung capacity จะทดสอบการเป่าลมโดยใช้ปอด ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะให้เป่าลมอย่างเต็มแรงผ่านช่องไมโครโฟนของสมาร์ทโฟนสำหรับด้านความดันเลือดหรือ Blood pressure ด้านอัตราการเต้นของหัวใจหรือ Heart rate ด้านอัตราการหายใจหรือ Respiratory rate ด้านปริมาณออกซิเจนหรือ Oxygen และด้านจิตวิทยาหรือ Psychological แอพพลิเคชั่นจะให้ตรวจวัดโดยวิธีเดียวกันนั่นคือ ให้นำนิ้วชี้วางไว้บริเวณกล้องด้านหลังสมาร์ทโฟนโดยให้การกดหน้าจอค้างไว้ในขณะที่นำนิ้วชี้วางไว้บริเวณกล้องด้านหลัง และรอจนกว่าแอพพลิเคชั่นจะทำงานสำเร็จ หรือผู้ใช้สามารถตรวจเช็คสุขภาพแบบรวดเร็ว โดยกดปุ่มวงกลมใหญ่มีข้อความว่า Quick Check จนกว่าแอพพลิเคชั่นจะทำงานสำเร็จ ก็จะได้ผลการตรวจวัดทั้ง 5 ด้านซึ่งภายในแอพพลิเคชั่น “iCare Health Monitor” ยังสามารถเก็บสถิติการตรวจวัดในแต่ละครั้งเพื่อนำมาเปรียบเทียบย้อนหลังได้อีกด้วยนอกจากนี้แอพพลิเคชั่นยังมีหมวดการตรวจวัดจำนวนก้าวที่เดินในแต่ละวัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบให้ทราบเป็นระยะทางและจำนวนแคลอรี่ที่เผาผลาญออกไปในแต่ละวัน โดยจะมีผลสรุปเป็นกราฟให้เห็นอย่างชัดเจนของการก้าวเดินที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาในวันนั้นๆ และผลสรุปเป็นรายสัปดาห์ รายเดือน รายปีมาใส่ใจสุขภาพกันวันละนิดนะคะ 

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 197 SSO Connect บัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์

ฉบับนี้ขอเอาใจผู้อ่านที่ใช้บริการประกันสังคมกันสักหน่อย ทั้งผู้ทำงานและผู้ที่เคยทำงานที่ต้องใช้บริการประกันสังคม โดยปกติผู้ที่มีสิทธิการใช้ประกันสังคมจะได้รับบัตรประกันสังคมประจำตัวคนละใบ ซึ่งในบัตรจะระบุรายละเอียดชื่อผู้ถือบัตร เลขบัตรประชาชน สถานพยาบาล ระยะเวลาการหมดอายุของบัตร แต่ถ้าผู้ถือบัตรอยากทราบข้อมูลการส่งเงินสมทบ การใช้สิทธิประโยชน์ทดแทน เงินสงเคราะห์ชราภาพที่ตนส่งนั้นมีมูลค่าเท่าไรในปัจจุบัน สามารถเข้าตรวจสอบรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ประกันสังคมโดยตรง แต่ทั้งนี้ต้องมีการสมัครเป็นสมาชิกในระบบดังกล่าวเสียก่อนจากนโยบายของรัฐบาลภายใต้สังคมยุคดิจิทัลไทยแลนด์ 4.0 ความนิยมในการใช้โซเชียลมีเดียในการเข้าถึงข้อมูลต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟนที่เป็นไปอย่างแพร่หลาย  สำนักงานประกันสังคม ภายใต้กระทรวงแรงงาน จึงพัฒนาระบบและการเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อเข้าถึงงานบริการของรัฐในรูปแบบของบัตรประกันสังคมออนไลน์ ที่สามารถใช้งานได้เสมือนกับบัตรประกันสังคมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ล่าสุดสำนักงานประกันสังคมได้เปิดบริการออนไลน์ที่มีชื่อว่า SSO  Connect ซึ่งสามารถเข้าใช้บริการออนไลน์ได้ที่ ssoconnect.mywallet.co หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น my SSO ได้ทั้งระบบ ios และ Andriod เมื่อเข้าไปที่ ssoconnect.mywallet.co ระบบจะให้กรอกเลขประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ จากนั้นจะมีเงื่อนไขและข้อกำหนดการใช้บริการบัตร SSO  Connect ให้อ่านและกดยอมรับ ระบบจะบอกขั้นตอนและตัวอย่างในการปฏิบัติ เพื่อทำการดาวน์โหลดบัตรประกันสังคม ส่วนแอพพลิเคชั่น my SSO ก็จะมีให้ลงทะเบียนเพื่อใช้งานระบบเช่นกันภายในบัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์ จะปรากฏชื่อผู้ประกันตน ยอดเงินการใช้สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม สิทธิสถานพยาบาล ยอดเงินสมทบทั้งหมด วันหมดอายุของบัตร โดยบัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์จะใช้ได้เสมือนกับบัตรประกันสังคมที่ออกให้จากประกันสังคม นอกจากนี้บนบัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์จะมีปุ่มสัญลักษณ์วงกลม i  ซึ่งจะมีรายละเอียดที่แตกต่างจากบนบัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ วันออกบัตร วันหมดอายุบัตร สิทธิประโยชน์ของคุณ ประวัติการส่งเงินสมทบและการเข้าถึงข้อมูลอื่นๆ โดยเมื่อคลิกเข้าสู่ระบบเพื่อดูข้อมูลสิทธิประโยชน์จะเชื่อมต่อไปที่หน้าเว็บไซต์ www.sso.go.th สำหรับบนแอพพลิเคชั่น my SSO จะมีเมนูข้อมูลส่วนตัว เงินสะสมชราภาพ เงินสมทบผู้ประกันตน ตรวจสอบสถานการณ์เบิกสิทธิประโยชน์ และเมนูสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมนอกจากนี้การบริการออนไลน์ SSO  Connect บนหน้าบัตรประกันสังคมอิเล็กทรอนิกส์จะอัพเดทข้อมูลอัตโนมัติเพื่อช่วยให้ผู้ประกันตนทราบข้อมูลปัจจุบันล่าสุด และถ้าเกิดมีข้อสงสัยการบริการออนไลน์ SSO  Connect ก็จะมีเบอร์ติดต่อ พร้อมกับเบอร์สายด่วนการใช้สิทธิการรักษาพยาบาลให้ผู้ประกันตนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้อีกด้วย  

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 196 ควบคุมอารมณ์ด้วยการฝึกการหายใจ

หลังจากฉบับที่แล้วได้แนะนำวิธีการประเมินสภาพจิตใจภายใต้สภาวะสังคมที่ต้องดำเนินชีวิตภายใต้ความกดดันและความเครียดรอบตัว ฉบับนี้จึงนำเทคนิคอีกรูปแบบหนึ่งมาแนะนำ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการฝึกการหายใจที่ลึกและถูกต้อง การหายใจที่ถูกวิธีจะสามารถต่อสู้กับความวิตกกังวลและความเครียดได้ส่วนหนึ่งเช่นกัน การหายใจลึกๆ จะช่วยทำให้เป็นประโยชน์ในการควบคุมอารมณ์ความรู้สึก จากเดิมที่มักเกิดความวิตกกังวลและความเครียดที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อมการทำงาน การดำเนินชีวิตประจำวัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจทำให้เกิดความหงุดหงิด ความโมโห อารมณ์ฉุนเฉียวได้ง่าย ดังที่จะเห็นจากการรายงานข่าวของสื่อสำนักต่างๆ ที่ถูกเผยแพร่ออกมาในรูปแบบคลิปวิดีโอ เนื่องจากเกิดการกระทบกระทั่งกันจนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต โดยจะเห็นว่าข่าวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ สาเหตุที่แท้จริงนั้นเกิดมาจากการควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้ทั้งสิ้นแอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า BellyBio เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยตรวจสอบการหายใจและสอนวิธีการหายใจลึก ซึ่งจะทำให้อารมณ์เย็นลงได้ การใช้แอพพลิเคชั่นนี้ต้องอยู่นิ่งกับตนเองชั่วขณะ ไม่ควรทำกิจกรรมใดๆ เมื่อเปิดแอพพลิเคชั่นจะปรากฏคำแนะนำในการใช้ วิธีการใช้แอพพลิเคชั่นนี้คือ เมื่อกดเริ่มต้นแอพพลิเคชั่นเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้นำโทรศัพท์ไปเสียบไว้ที่ขอบกางเกง โดยให้หน้าจอหันออกด้านนอก ให้ด้านหลังโทรศัพท์สัมผัสกับผิวหนังโดยตรง หลังจากนั้นแอพพลิเคชั่นจะเริ่มทำงาน โดยจะใช้สัญลักษณ์เป็นเส้นคลื่นสีแดงและสีขาวขึ้นลงเพื่อบอกจังหวะในการหายใจของเรา เมื่อมีการหายใจที่นิ่งขึ้น แอพพลิเคชั่นจะเปลี่ยนหน้าจอเป็นตัวอักษร เพื่อบอกจังหวะการหายใจเข้าและการหายใจออกอย่างช้าๆ  ถ้าเส้นคลื่นยิ่งต่ำลงมากเท่าไร นั่นหมายความว่าการหายใจเป็นปกติ ซึ่งแสดงออกถึงอารมณ์ที่ปกติและสงบมากขึ้นการฝึกการหายใจจะทำกี่นาทีก็ได้ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แอพพลิเคชั่น เมื่อจบการฝึกในแต่ละครั้ง แอพพลิเคชั่นจะทำการบันทึกสถิตินั้นไว้ โดยสามารถเรียกดูภายหลังได้ เพื่อนำมาเปรียบเทียบการหายใจและอารมณ์ความรู้สึกในแต่ละวัน ซึ่งสามารถทำให้เข้าใจอารมณ์ของตนเองได้เพิ่มขึ้นแอพพลิเคชั่นนี้จะช่วยฝึกให้การหายใจเข้าและออกเป็นไปอย่างถูกวิธี เท่าทันอารมณ์ความรู้สึกของตนเองได้ดี  ถ้าหากรู้สึกว่ามีความวิตกกังวล ความเครียด ความหงุดหงิดเกิดขึ้น ลองเปิดแอพพลิเคชั่นนี้เพื่อฝึกการหายใจเข้า การหายใจออกให้เป็นจังหวะ น่าจะช่วยทำให้อารมณ์สงบได้ในระดับหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 195 ประเมินความเสี่ยงสภาพจิตกับ Smile Hub

สังคมในปัจจุบันที่ต้องดำเนินชีวิตภายใต้ความกดดันและเครียด เราจึงต้องพยายามจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวนั้น  เพราะหากเราไม่สามารถจัดการกับปัญหาพวกนี้ได้ ย่อมอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตที่ไม่ดีตามมา  คำว่าสุขภาพจิตนั้น กรมสุขภาพจิต ได้ให้คำนิยามไว้ว่าหมายถึง สภาพชีวิตที่เป็นสุข อันเป็นผลจากการมีความสามารถในการจัดการปัญหาในการดำเนินชีวิต มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยครอบคลุมถึงความดีงามภายในใจ ภายใต้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เมื่อมีปัญหาสุขภาพจิต ซึ่งเกิดจากภาวะกดดันและความเครียดจากการดำเนินชีวิตที่ไม่ราบรื่น สิ่งที่สามารถแก้ไขและทำได้นั่นคือ การฝึกคิดและมองโลกในแง่บวก รวมถึงการออกกำลังกาย เพื่อเป็นการสะสมสารเอ็นดอร์ฟินหรือสารแห่งความสุข ซึ่งควรฝึกปฏิบัติเป็นประจำให้ติดเป็นนิสัย และที่สำคัญควรรู้เท่าทันสุขภาพจิตของตนเองอยู่เสมอ ฉบับนี้ขอแนะนำแอพพลิเคชั่นประเมินความเสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต มีชื่อว่า “Smile  Hub” เป็นแอพพลิเคชั่นของกรมสุขภาพจิตที่ใส่ใจและห่วงใจสุขภาพจิตของประชาชน แอพพลิเคชั่น “Smile  Hub” จะแบ่งการประเมินออกเป็น 4 ช่วงอายุ ได้แก่ เด็กแรกเกิดถึง 11 ปี วัยรุ่น 12 ถึง 17 ปี วัยทำงาน 18 ถึง 60 ปี และสูงวัย 60 ปีขึ้นไป โดยแอพพลิเคชั่นนี้จะเน้นการทำแบบประเมินเพื่อประมวลผลลัพธ์ออกมา พร้อมกับมีวิดีโอแนะแนวทางการพัฒนาในส่วนของการประเมินกลุ่มเด็กแรกเกิดถึง 11 ปี จะให้พ่อแม่ผู้ปกครองทำแบบประเมิน โดยแบ่งออกเป็นเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี จะเน้นโปรแกรมเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก เด็กอายุ 3 ถึง 5 ปี และเด็กอายุ 6 ถึง 11 ปี จะเป็นแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์กลุ่มวัยรุ่น 12 ถึง 17 ปี จะแบ่งแบบประเมินออกเป็น 2 ส่วน คือ แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ และแบบประเมินภาวะซึมเศร้า สำหรับกลุ่มวัยทำงาน 18 ถึง 60 ปี จะแบ่งแบบประเมินออกเป็น 4 ส่วน คือ แบบประเมินและวิเคราะห์ความเครียดด้วยตนเอง แบบประเมินภาวะซึมเศร้า แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์สำหรับผู้ใหญ่ และแบบประเมินดัชนีชี้วัดสุขภาพจิตคนไทยฉบับสั้น  ส่วนกลุ่มสูงวัย 60 ปีขึ้นไป จะแบ่งแบบประเมินออกเป็น 2 ส่วน คือ แบบประเมินสุขภาพจิตผู้สูงอายุฉบับสั้น และแบบประเมินภาวะซึมเศร้าผู้เขียนไม่ได้คิดว่าการใช้แอพพลิเคชั่นนี้จะใช้เฉพาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาทางด้านจิต แต่มุ่งหวังให้ผู้อ่านได้ลองทำแบบประเมินเพื่อวัดสภาพจิต ซึ่งหมายถึงการมีความสามารถในการจัดการปัญหาในการดำเนินชีวิต มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และฝึกคิดและมองโลกในแง่บวก เพียงเพื่อให้รู้เท่าทันความเสี่ยงและป้องกันสภาวะสภาพจิตที่มีความกดดันและความเครียดของตนเองที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินชีวิตได้โดยไม่รู้ตัว

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 194 ZogZag กินเที่ยวนอนด้วยแอพพลิเคชั่นเดียว

ฉบับนี้ผู้เขียนขอพาเดินทางไปยังสถานีที่ท่องเที่ยวต่างๆ ด้วยแอพพลิเคชั่นทีให้บริการอย่างครบวงจร ซึ่งได้รวบรวมร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวไว้ในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน โดยสามารถค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวในบริเวณใกล้เคียงจากจุดที่ยืนอยู่ได้ รวมทั้งสามารถค้นหาสิ่งที่รวบรวมไว้ได้ทั้งประเทศ มารู้จักแอพพลิเคชั่นนี้กันดีกว่า แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า ZogZag77 สิ่งแรกแอพพลิเคชั่นนี้จะให้เข้าสู่ระบบ โดยสามารถเลือกเข้าระบบโดยผ่านเฟสบุ๊คได้เลยหรือจะไม่เข้าสู่ระบบก็ได้ ภายในแอพพลิเคชั่นจะมีภาพแบ่งเป็นหมวดหมู่ ดังนี้ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก โปรโมชั่นส่วนลด ของฝาก ซอกแซกพาเที่ยว วางแผนประกันภัยการเดินทาง ค้นหาตามภาค และเบอร์โทรฉุกเฉิน ทั้งนี้ขอพูดถึงแค่หมวด สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร โรงแรมที่พัก ซอกแซกพาเที่ยว ค้นหาตามภาค และเบอร์โทรฉุกเฉิน นะคะ สถานที่ท่องเที่ยวใกล้คุณ ร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก จะเป็นหมวดที่มีความเชื่อมต่อกันระหว่างข้อมูล เพราะเมื่อเข้าไปในหมวดนี้แอพพลิเคชั่นจะค้นหาร้านอาหาร โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงให้ทราบ โดยจะบอกระยะทาง รายละเอียดพิกัด เบอร์โทรติดต่อ เวลาเปิดปิดทำการ และสามารถเชื่อมต่อกับแผนที่ของ google map ได้ด้วย แต่ผู้อ่านต้องมีการเปิดแชร์สถานที่บนสมาร์ทโฟนให้เรียบร้อยเสียก่อน แต่ถ้าผู้อ่านต้องการค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร และโรงแรมที่พักในจังหวัดอื่นๆ แนะนำให้ไปที่หมวดค้นหาตามภาค ซึ่งแอพพลิเคชั่นจะแบ่งเป็นภาคภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก หลังจากนั้นผู้อ่านสามารถเลือกจังหวัดที่ต้องการค้นหาได้ มาถึงหมวดของซอกแซกพาเที่ยว โดยแบ่งเป็นหมวดย่อย ดังนี้ เส้นทางแนะนำ เที่ยวตามใจ ททท. และแซ่บแซ่บ เริ่มจากเส้นทางแนะนำนั้นเป็นการแนะนำ เส้นทางการเดินทางสถานที่ท่องเที่ยวจากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งโดยมีแผนที่และรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้น ในส่วนของเที่ยวตามใจจะเป็นการแบ่งประเภทการท่องเที่ยวออกเป็นทะเล ภูเขา มรดกโลก ร้านอาหารอร่อย และสถานที่ท่องเที่ยวช่วงกลางคืน  หมวด ททท. จะแบ่งสถานที่ท่องเที่ยวตามเดือนว่าในแต่ละเดือนนั้นจะมีประเพณีใดบ้าง สถานที่ใด และจังหวัดใด สุดท้ายแซ่บแซ่บ จะเน้นคนที่ชอบเดินทางค้นหาร้านอาหารที่อร่อยตามเส้นทางท่องเที่ยวในแต่ละจังหวัด  ท้ายสุดเบอร์โทรฉุกเฉินของแอพพลิเคชั่นจะรวมทุกเบอร์โทรตั้งแต่หน่วยงานรัฐบาล เบอร์โรงพยาบาล เบอร์ธนาคาร เบอร์การขนส่งต่างๆ เบอร์น้ำไฟ เบอร์วิทยุเกี่ยวกับการจราจร เบอร์แหล่งสอบถามข้อมูลต่างๆ และเบอร์สายด่วน เหตุด่วน ฉุกเฉิน โดยสามารถเลือกจังหวัดที่ต้องการค้นหาเบอร์ต่างๆ ได้อีกด้วย ใครไม่ได้ค้นหาข้อมูลก่อนออกเดินทางลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้มาก็น่าช่วยให้พร้อมที่จะออกเดินทางได้ทันที

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 193 วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน

เทศกาลสงกรานต์กำลังมาเยือนในปี 2560 หลายคนอมยิ้มกับเทศกาลนี้เพราะได้หยุดยาวหลายวันทีเดียว ซึ่งบางคนวางแผนกลับบ้านต่างจังหวัด หรือบางครอบครัววางแผนท่องเที่ยว สิ่งที่สำคัญของเทศกาลนี้คือการเดินทาง ไม่ว่าจะวางแผนในเรื่องใดก็ต้องมีการเดินทางเกิดขึ้น และการเดินทางทุกครั้งจะต้องระมัดระวังการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ โดยเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนอาจจะสนุกสนานจนลืมนึกถึงความปลอดภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้โดยไม่ได้คาดหมาย เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็จะมีการบาดเจ็บร่างกายขึ้น  ฉบับนี้ผู้เขียนจึงนำแอพพลิเคชั่นที่จะสามารถช่วยเหลือในเบื้องต้นเกี่ยวกับปฐมพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นั่นคือ แอพพลิเคชั่น EMS 1669 ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. ได้รับการสนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส, โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสอนวิธีการปฏิบัติการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับร่างกาย วิธีใช้แอพพลิเคชั่นนี้ง่ายมาก เมนูจะปรากฏทั้งหมด 5 หมวด ได้แก่ หน้าแรกหมวดเรียกรถพยาบาล ภายในหน้านี้จะปรากฏปุ่มวงกลมสีแดงสำหรับกดเรียกรถพยาบาลเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หมวดที่สองจะเป็นวิธีปฏิบัติเมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน จะมีข้อมูลปฐมพยาบาลเบื้องต้น อย่างเช่น วิธีการปฏิบัติเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอุดกั้นทางเดินหายใจ วิธีปฏิบัติเมื่อผู้บาดเจ็บหมดสติกะทันหัน การเกิดอาการชัก อาการหัวใจวาย โรคลมแดด โรคหอบหืด เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถผู้ปฐมพยาบาลสามารถปฏิบัติได้อย่างทันถ่วงที หมวดที่สามจะเป็นการเรียนรู้การคัดแยกภาวะฉุกเฉิน เพื่อเรียนรู้การรับมือกับอาการต่างๆ ที่จะเกิดกับผู้บาดเจ็บ ซึ่งส่วนท้ายของแต่ละอาการภายในหมวดนี้จะมีการรวบรวมคำถามคำตอบที่มีประโยชน์ไว้  หมวดที่สี่เป็นหมวดคัดแยกภาวะฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ปฐมพยาบาลสามารถตัดสินใจและประเมินสถานการณ์ โดยแอพพลิเคชั่นจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้นเพื่อให้เป็นหลักในการประเมินว่าเป็นผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตที่ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนหรือไม่หมวดสุดท้ายเป็นหมวดโรงพยาบาล โดยภายในหมวดนี้จะรวบรวมโรงพยาบาลที่อยู่บริเวณโดยรอบ พร้อมที่อยู่ เบอร์ติดต่อ ระยะทางจากจุดเกิดเหตุไปยังโรงพยาบาล และแผนที่การเดินทาง เส้นทางการเดินทางที่เชื่อมต่อกับ google map ได้ทันที นอกจากนี้ได้รวบรวมโรงพยาบาลทุกจังหวัดในประเทศโดยมีทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชนลองดาวน์โหลดมาศึกษาและเรียนรู้การปฏิบัติตนในการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันนะคะ เพื่อเป็นความรู้และสามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือทุกครั้งที่มีการเดินทางควรมีความระมัดระวังควบคู่ไปด้วยกัน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 192 Transit การเดินทางด้วยรถไฟและรถไฟฟ้าแต่ละประเทศ

ตั้งแต่การคมนาคมสะดวกรวดเร็ว มีสายการบินเพิ่มขึ้นหลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปต่างประเทศมีทางเลือกมากขึ้น ประกอบกับราคาค่าเดินทางของสายการบินที่แข่งขันกัน จึงทำให้ราคาถูกมากกว่าเดิม และลองสังเกตดีๆ จะเห็นว่าราคาตั๋วเครื่องบินไปต่างประเทศถูกมากเมื่อเทียบเท่ากับราคาตั๋วเครื่องบินที่เดินทางภายในประเทศ จึงเป็นจุดที่ทำให้ผู้คนหันเหไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นฉบับนี้ผู้เขียนขอเอาใจผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศต่างๆ แบบท่องเที่ยวด้วยตนเองสักหน่อย แอพพลิเคชั่นนี้จะทำให้ผู้เดินทางสามารถเรียนรู้เส้นทางการเดินรถไฟและรถไฟฟ้าของประเทศนั้นได้ก่อนเดินทางไป โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อคู่มือเส้นทางการเดินรถแอพพลิเคชั่นนี้ผลิตโดยประเทศญี่ปุ่น แต่ได้พัฒนาไว้หลายประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน อังกฤษ เกาหลี สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย จีน ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน อินโดนีเซีย สวิตเซอร์แลนด์ และอาจจะมีมากกว่านี้การค้นหาแอพพลิเคชั่นให้ใช้คำว่า Transit ตามหลังชื่อประเทศที่ต้องการดาวน์โหลด เช่น ประเทศเกาหลี ใช้คำว่า Korea Transit, ประเทศฮ่องกง ใช้คำว่า Hong Kong Transit, ประเทศสิงคโปร์ใช้คำว่า Singapore Transit เป็นต้น ภายในแอพพลิเคชั่นจะมีภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่นของประเทศกำกับ ผู้ใช้สามารถเลือกสถานีที่เริ่มต้นและสถานีปลายทางที่ต้องการไป โดยให้กดตรงสัญลักษณ์วงกลมของสถานีนั้นๆ แล้วเลือกว่าเป็นสถานีเริ่มต้นหรือสถานีปลายทาง และตรงสัญลักษณ์ยังปรากฏคำว่า hotels around the spot หมายถึง ข้อมูลโรงแรมที่ตั้งโดยรอบสถานี ซึ่งจะทำให้สะดวกในการค้นหาโรงแรมที่ใกล้กับสถานีรถไฟได้อีกด้วยเมื่อได้สถานีที่ต้องการเดินทางแล้วให้กดเลือก Depart now แอพพลิเคชั่นจะแสดงเส้นทางสายรถไฟที่ต้องเดินทางหรือต้องเปลี่ยนขบวน พร้อมทั้งช่วงเวลาในการเดินทางการ เพื่อใช้สำหรับคำนวณระยะเวลาในการเดินทางแต่ละทริปด้วยนอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นที่มีลักษณะเดียวกัน โดยใช้การค้นหาแอพพลิเคชั่นคำว่า Rail ตามหลังชื่อประเทศที่ต้องการดาวน์โหลดเช่นกัน แอพพลิเคชั่นนี้จะเพียงแค่กดเลือกสถานีที่ต้องการเริ่มต้น หลังจากนั้นจะปรากฏเส้นทางการเดินทางที่ต้องผ่านแต่ละสถานีให้เลือกอีกครั้งแอพพลิเคชั่นทั้งสองรูปแบบมีเส้นทางการเดินทางของประเทศไทยเช่นกัน ชื่อแอพพลิเคชั่น Bangkok Transit และ Thailand Rail และขอแนะนำว่าผู้อ่านลองดาวน์โหลดรูปแบบการเดินทางของประเทศไทยมาศึกษาก่อน เพื่อให้เกิดความชำนาญและเข้าใจมากขึ้น เมื่อไปใช้แอพพลิเคชั่นของประเทศต่างๆ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 191 สักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9

ภาพการต่อแถวเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ บริเวณท้องสนามหลวง เป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความอาลัยของประชาชนที่หลั่งไหลเดินทางเข้ามาจากจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ความหนาแน่นของมวลชนยังคงเป็นภาพที่ได้เห็นผ่านการรายงานข่าวของสถานีโทรทัศน์และการรายงานสถานการณ์บนสังคมโซเชียลมีเดียอย่างสม่ำเสมอ บริเวณท้องสนามหลวงในเวลานี้จึงถือว่าเป็นศูนย์รวมของประชาชนทั่วประเทศที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน นั่นคือ การเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9สำหรับประชาชนที่ต้องการเดินทางมาสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ บริเวณท้องสนามหลวง อาจจะไม่รู้ว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หรือสามารถต่อแถวจากจุดใด มีประตูตรงจุดใดบ้างบริเวณท้องสนามหลวง ผู้เขียนมีตัวช่วยที่จะทำให้ผู้อ่านรู้ว่าสถานการณ์โดยรอบท้องสนามหลวงในขณะนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง สถานการณ์เป็นอย่างไรก่อนเดินทางผู้อ่านลองดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น ZONE  เพราะแอพพลิเคชั่นนี้จะบอกรายละเอียดต่างๆ ไว้ในบริเวณท้องสนามหลวงที่เกี่ยวกับการเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9  ได้แก่ ประตูทางเข้าเพื่อต่อแถวบริเวณสนามหลวง  เวลาในการเปิดประตูทางเข้าสนามหลวง  เวลาในการเปิดปิดการเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9  บอกข้อมูลการต่อแถว จุดหางแถวที่สามารถไปต่อแถวได้ในเวลานั้น เป็นต้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะทำให้รู้ความเคลื่อนไหวตลอดเวลา พร้อมทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วอีกด้วยเมื่อเข้าไปในแอพพลิเคชั่น ZONE  ให้กดไปที่ current  zone และให้เลือกข้อมูลเข้าร่วมพิธี ณ ท้องสนามหลวง โดยจะมีข่าวสารต่างๆ ที่เกิดขึ้น  การรับบริจาคหรือการขอความช่วยเหลือต่างๆ  คำแนะนำการเข้าคิวเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 การแจ้งจุดขึ้นรถและจุดที่รถออก และจุดขึ้นรถฟรีบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง  จุดบริการมอเตอร์ไซต์  แผนผังเต็นท์ต่างๆ ที่ให้บริการในเรื่องอาหารและคอยช่วยเหลือประชาชนทั้งนี้แอพพลิเคชั่นมีในส่วนของกระดาษคำถาม (Board) เพื่อให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นแต่ละคนสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดไหนในประเทศไทยก็ตาม  แอพพลิเคชั่นนี้จะสร้างความอุ่นใจขึ้นเพราะจะทำให้รู้จักพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวงมากขึ้น  และรู้ขั้นตอนการปฏิบัติตนเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เป็นอย่างดี

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 190 สำรวจเส้นทางก่อนออกเดินทางกับ “iTIC”

เดือนธันวาคมเป็นเดือนแห่งการเดินทางท่องเที่ยว เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมวางแผนหาแหล่งท่องเที่ยวในช่วงหยุดปีใหม่นี้เรียบร้อยแล้ว แต่ในช่วงหยุดยาวแบบนี้ สิ่งหนึ่งที่น่าเป็นห่วงคือเรื่องการเดินทาง การวางแผนเส้นทางการเดินทางเพื่อไปแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จึงมีความสำคัญเช่นกัน ถ้ามีปัญหาในเส้นทางการจราจรก็คงทำให้ทริปการท่องเที่ยวไม่สนุกนัก ผู้เขียนได้เจอแอพพลิเคชั่นหนึ่งที่น่าสนใจในการให้ข้อมูลเส้นทางการเดินทางบนท้องถนนในประเทศไทย จัดทำโดยกรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน แอพพลิเคชั่นนี้มีชื่อว่า “iTIC” เมื่อเข้าไปในแอพพลิเคชั่นจะปรากฏภาพแผนที่และเส้นทางการจราจร โดยบริเวณมุมบนขวามือจะมีสัญลักษณ์ 4 อัน ได้แก่ สัญลักษณ์รูปคน สัญลักษณ์รูปกล้อง สัญลักษณ์รูปกรวยจราจร และสัญลักษณ์รูปไฟจราจร โดยแต่ละสัญลักษณ์จะมีรูปแบบการบอกรายละเอียดที่แตกต่างกันไปสัญลักษณ์รูปคน จะเป็นปุ่มสำหรับรายงานเหตุการณ์หรือสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนท้องถนน ว่าบริเวณใดมีอุบัติเหตุ มีการก่อสร้าง หรือมีปัญหาใดเกิดขึ้นสัญลักษณ์รูปกล้อง จะเป็นปุ่มที่จะแสดงสัญลักษณ์บนแผนที่ เพื่อบอกว่าจุดใดมีกล้องบ้าง นอกจากนี้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นยังสามารถกดเข้าไปดูภาพของกล้องเพื่อให้ทราบสภาพการจราจรบนถนนบริเวณนั้นในเวลานั้นได้ทันทีสัญลักษณ์รูปกรวยจราจร จะเป็นปุ่มที่แสดงให้เห็นถึงการรายงานอุบัติเหตุ บริเวณสิ่งก่อสร้าง หรือปัญหาต่างๆ โดยสัญลักษณ์จะแตกต่างกันออกไปตามที่มีผู้รายงานเข้ามายังแอพพลิเคชั่นนี้ รวมถึงข้อมูลจากทางผู้จัดทำแอพพลิเคชั่นเอง อย่างเช่น รูปเครื่องอัศเจรีย์(เครื่องหมายตกใจ) รูปคนกำลังก่อสร้าง รูปรถเสีย เป็นต้น ซึ่งผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดที่เกิดขึ้นได้สัญลักษณ์สุดท้ายคือ สัญลักษณ์รูปไฟจราจร เป็นการแสดงให้เห็นสภาพการจราจรบนท้องถนนตามเส้นทางต่างๆ ว่ามีสภาพการจราจรที่คล่องตัวหรือติดขัดมากเพียงใด โดยแอพพลิเคชั่นจะใช้สีในการแบ่งสภาพการจราจร อย่างเช่น สีเขียว สีส้ม และสีแดงอย่าลืมสำรวจเส้นทางและสภาพการจราจรก่อนออกเดินทางไปท่องเที่ยวกันนะคะ จะได้เที่ยวอย่างมีความสุข และไม่สะดุดกับการเดินทาง

อ่านเพิ่มเติม >