ฉบับที่ 210 เข้าถึงข้อมูลสิทธิประกันสังคม

เมื่อช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนได้รับเอกสารฉบับหนึ่งจากสำนักงานประกันสังคม เป็นเอกสารแจ้งรายละเอียดเงินสมทบกรณีชราภาพ ตั้งแต่ปีที่เริ่มทำงานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำให้เกิดกระแสในสังคมเกี่ยวกับการตรวจสอบเงินสมทบว่า สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ที่ใดบ้าง  ฉบับนี้จึงขอมานำเสนอข้อมูลการเข้าตรวจสอบดังกล่าวให้ได้ทราบกันขอให้ความรู้สักนิดเกี่ยวกับสิทธิประกันสังคม โดยปกติการมีสิทธิประกันสังคมได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่ทำงานและเป็นผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 (ยังทำงานในสถานประกอบการ) หรือเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 39 (ออกจากงานและยังส่งเงินประกันสังคมต่อ) แต่ปัจจุบันมีมาตรา 40 ขึ้นมาเพื่อรองรับประชาชนที่ต้องการมีสิทธิประกันสังคมในเรื่องการทดแทนการขาดรายได้ ทุพพลภาพ เงินชราภาพและกรณีเสียชีวิต แต่ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลบัตรทอง 30 บาท         กลับมาที่เรื่องการเข้าถึงข้อมูลสิทธิประกันสังคมให้เข้าไปที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม                    ได้ทั้งทางคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน เริ่มต้นจากการคลิกสมัครสมาชิก โดยเว็บไซต์จะให้กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน รหัสผ่านที่ตั้งขึ้น ชื่อนามสกุล เบอร์มือถือ วันเกิดและเมล จากนั้นระบบจะส่งรหัส OTP เข้าเบอร์มือถือที่ให้ไว้ และนำไปกรอกบนหน้าเว็บไซต์ คลิกยืนยัน  หลังจากนั้นให้กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน และรหัสผ่านที่ตั้งขึ้น เพื่อเข้าสู่ระบบ ต่อจากนั้นผู้อ่านสามารถคลิกเข้าไปที่คำว่าผู้ประกันตน ซึ่งภายในจะมีข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประกันสังคม ดังนี้ ข้อมูลผู้ประกันตน ข้อมูลการส่งเงินสมทบ ยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ประวัติการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล การใช้สิทธิประโยชน์ทดแทน การคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ และตรวจสอบข้อมูลใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ในข้อมูลผู้ประกันตน จะแจ้งข้อมูลชื่อนามสกุล เลขบัตรประจำตัวประชาชน สถานพยาบาลที่เลือกไว้ ในส่วนข้อมูลการส่งเงินสมทบ จะแสดงรายละเอียดงวดเงินสมทบ วันที่ชำระเงิน จำนวนเงินสมทบที่นำส่ง โดยจะมีข้อมูลแยกเป็นรายเดือน สำหรับการใช้สิทธิประโยชน์ทดแทน เป็นการแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสิทธิที่ผู้ประกันตนเคยขอรับ อย่างเช่น กรณีการทำฟันที่จะเบิกได้ปีละ 900 บาท เป็นต้น ต่อไปเป็นการคำนวณเงินสงเคราะห์ชราภาพ จะเป็นรายละเอียดเงินสมทบของผู้ประกันตนและนายจ้างเป็นยอดรวมจำนวนเงินในแต่ละปี ซึ่งเป็นหัวข้อที่ทำให้ผู้ประกันตนรู้ว่าเงินออมที่จะได้รับเมื่อสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนมีจำนวนเท่าไร เรื่องการยื่นแบบขอเปลี่ยนสถานพยาบาล ก็จะใช้เมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล ซึ่งจะสอดคล้องกันกับเรื่องประวัติการเปลี่ยนแปลงสถานพยาบาล อันสุดท้ายคือเรื่องตรวจสอบข้อมูลใบเสร็จรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ จะใช้สำหรับผู้ที่ต้องการใบเสร็จรับเงินโดยต้องสมัครขอรายละเอียดในเรื่องนี้ตามขั้นตอนต่อไป หลายคนอาจไม่เคยรู้รายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายเงินประกันสังคมของตนเองเลย หรืออาจไม่เคยเข้าใจว่าเมื่อสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนแล้วจะมีเงินจำนวนหนึ่งที่เป็นเงินสงเคราะห์ชราภาพหรือเงินออม ดังนั้นการได้รู้และเข้าถึงข้อมูลของตนเองถือว่าเป็นสิทธิและเป็นข้อดีสำหรับเราแม้ว่าคนไหนจะเคยทำงานเมื่อนานมาแล้ว และไม่ได้ทำงานมาหลายปี แต่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ซึ่งถือว่าสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน ก็สามารถติดต่อขอรับสิทธิเงินสงเคราะห์ชราภาพหรือเงินออมได้ที่สำนักงานประกันสังคมได้เช่นกัน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 209 ปรึกษาคุณหมอกับแอปพลิเคชัน Raksa

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะอากาศร้อนสลับกับเย็นด้วยสายฝนที่โปรยปรายลงมา ทำให้หลายคนต้องเข้าสู่สภาวะเจ็บป่วย ไม่ว่าจะจาม ไอ มึนหัว ไข้หวัดธรรมดาไปจนถึงไข้หวัดใหญ่ หรือแม้กระทั่งโรคภัยไข้เจ็บที่ตามมาหลังจากสุขภาพร่างกายอ่อนแอจนไม่สามารถต้านทานเชื้อโรคต่างๆ ได้สิ่งที่ทำได้เบื้องต้นนั่นคือพยายามรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลการกิน การพักผ่อนให้เพียงพอ การใช้ยารักษาโรค เป็นต้น แต่ถ้าโรคภัยไข้เจ็บถามหาแล้ว ก็คงต้องปรึกษาคุณหมอโดยด่วน  ฉบับนี้ขอแนะนำแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Raksa ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่รวมคุณหมอที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ รวมไว้ ได้แก่ อายุรแพทย์  กุมารแพทย์  สูตินรีแพทย์  แพทย์ระบบประสาทและสมอง  แพทย์ทางเดินปัสสาวะ แพทย์เวชศาสตร์ทั่วไป แอปพลิเคชัน Raksa เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ที่ไม่มีเวลาว่างและไม่สะดวกไปพบคุณหมอที่โรงพยาบาล โดยต้องไม่เป็นโรคเฉียบพลัน ควรเป็นเพียงการขอคำปรึกษาและวินิจฉัยในเบื้องต้น ซึ่งทำให้รู้วิธีการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามคำแนะนำจากคุณหมอผ่านการส่งข้อความ การคุยผ่านโทร และการคุยผ่านวิดีโอ แต่ละวิธีที่เลือกขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแล้ว จะเริ่มจากการลงทะเบียนโดยใช้เบอร์มือถือ หลังจากเข้ามาในแอปพลิเคชัน จะมีหมวดหน้าหลัก หมวดคุณหมอ หมวดแจ้งเตือน หมวดรู้โรค และหมวดส่วนตัว โดยหมวดหน้าหลักจะแสดงว่าคุณหมอท่านใดออนไลน์อยู่หรือกำลังให้คำปรึกษาอยู่บ้าง และรายละเอียดตารางเวลาที่สามารถปรึกษาแพทย์ที่เชี่ยวชาญในแต่ละด้านได้ฟรีหมวดคุณหมอ จะบอกรายละเอียดคุณหมอทั้งหมดที่แอปพลิเคชันนี้มีอยู่ โดยจะมีประวัติ สถานที่ทำงาน ความเชี่ยวชาญของคุณหมอ นอกจากนี้ถ้าต้องการคุยกับคุณหมอที่ยังไม่ออนไลน์ สามารถกดสัญลักษณ์แจ้งเตือนเมื่อคุณหมอท่านนั้นออนไลน์ ซึ่งจะไปปรากฏอยู่ในหมวดแจ้งเตือนนั่นเอง  ส่วนหมวดรู้โรค จะบอกข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา และโรคภัยไข้เจ็บ สุดท้ายหมวดส่วนตัว จะเป็นข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้แอปพลิเคชันแต่...คุณหมอบางท่านอาจมีการเก็บค่าให้คำปรึกษากับผู้ใช้แอปพลิเคชันนี้ โดยราคาจะแจ้งไว้ตรงสัญลักษณ์ที่จะเลือก ได้แก่ การส่งข้อความ การคุยผ่านโทร และการคุยผ่านวิดีโอ เพื่อเป็นการให้ตัดสินใจก่อนว่าจะจ่ายเงินหรือไม่ ส่วนขั้นตอนการเติมเงินมีบริการภายในแอปพลิเคชันเรียบร้อย ถ้าอยากปรึกษาคุณหมอในแอปพลิเคชันนี้ แนะนำว่าให้ดูตารางเวลาคุณหมอที่จะใช้คำปรึกษาฟรีน่าจะดีที่สุด 

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 208 RDU รู้เรื่องยา กับการสแกน QR code

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น สุขภาพร่างกายเริ่มมีสัญญาณเตือนของโรคภัยไข้เจ็บตามมา ดังนั้นการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลจึงเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ แต่วัยหนุ่มสาวก็ไม่ควรมองข้ามเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้เช่นกัน และสิ่งที่ได้ตามมานั่นคือ ถุงยาชนิดต่างๆ ที่ต้องรับประทานอย่างต่อเนื่องแอปพลิเคชัน RDU รู้เรื่องยา เป็นแอปพลิเคชันที่มีวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลยาสู่ประชาชนด้วยข้อมูลที่ถูกต้องและมีความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัยในการใช้ยา โดยแอปพลิเคชันนี้ถูกพัฒนาเพื่อรองรับการสแกน QR code ใบสรุปยาหรือชนิดของยา เพื่ออ่านข้อมูลยา วิธีการใช้ คำเตือน ข้อควรระวังให้กับผู้รักษาพยาบาลในโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีความตั้งใจให้แอปพลิเคชันป็นมาตรฐานเดียวกัน อย่างเช่น โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นต้นการให้ความรู้และข้อมูลยาภายในแอปพลิเคชันจะแบ่งเป็น 6 หมวด ได้แก่ หมวด RDU รู้เรื่องยา หมวดสแกน QR code ของยา หมวดข้อมูลยา หมวดข่าวสารเรื่องยา หมวดสาระยาน่ารู้ หมวดโรงพยาบาลและร้านยาหมวด RDU รู้เรื่องยา และหมวดข่าวสารเรื่องยา เป็นหมวดที่ตั้งใจให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการใช้ยา เรื่องสุขภาพ อาการต่างๆ การเก็บรักษายา การแพ้ยา และเรื่องอื่นๆ ในลักษณะของข้อมูลข่าวสาร บทความต่างๆ  ส่วนหมวดสแกน QR code ของยา จะมีไว้สำหรับการสแกน QR code ยาที่ได้รับมาจากโรงพยาบาลกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทยหมวดข้อมูลยา เป็นหมวดที่แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับยาแต่ละชนิด โดยจะจัดเรียงตามอักษรภาษาอังกฤษของชื่อยา หรือผู้ใช้สามารถป้อนชื่อยาและค้นหาได้ ต่อมาเป็นหมวดสาระยาน่ารู้ จะเป็นหมวดข้อควรรู้ในการใช้ยาที่จัดเก็บในรูปแบบวิดีโอ  สุดท้ายเป็นหมวดโรงพยาบาลและร้านยา ซึ่งใช้ในการค้นหาโรงพยาบาลและร้านยาบริเวณใกล้เคียงที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันใช้อยู่ หรือค้นหาโรงพยาบาลที่ต้องการ พร้อมทั้งมีแผนที่ในการบอกเส้นทางนอกจากนี้แอปพลิเคชัน RDU รู้เรื่องยา ยังสามารถบันทึกข้อมูลของตนเองไว้เพื่อเป็นข้อมูลให้กับโรงพยาบาลได้อีกด้วย โดยผู้ใช้แอปพลิเคชันเข้าลงทะเบียนและกรอกข้อมูลส่วนตัว ได้แก่ ชื่อนามสกุล เลขบัตรประชาชน วันเกิด เพศ อีเมล เบอร์โทรติดต่อ รวมถึงการตั้งชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน เมื่อลงทะเบียนภายในแอปพลิเคชันเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้แอปพลิเคชันสามารถสแกน QR code เพื่อนำไปบันทึกเป็นข้อมูลการใช้ยา โดยจะปรากฏข้อมูลยาแต่ละชนิดที่ได้รับ วันเวลาที่ได้รับยาจากโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา ถ้าผู้ใช้ต้องการรู้รายละเอียดเกี่ยวกับยาชนิดนั้นให้กดเลือกชื่อยาที่ต้องการ แอปพลิเคชันจะนำไปหน้ารายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลยา ตั้งแต่ชื่อสามัญของยา รูปแบบของยา การใช้รักษาอาการแบบใด คำแนะนำในการใช้ยา อาการที่อาจเกิดหลังจากรับประทานยา ข้อควรระวังในการใช้ยา ข้อระวังในการใช้ยาร่วมกับยาชนิดอื่น ข้อห้ามใช้ยา และการเก็บรักษายาแต่สิ่งที่ดีที่สุด นั่นคือการไม่ต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่องและไม่ต้องใช้แอปพลิเคชัน RDU รู้เรื่องยา ดังนั้นควรออกกำลังกายสม่ำเสมอและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงกันดีกว่านะคะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 207 Voice Translator แปลภาษาผ่านเสียง

หลังจากแนะนำแอปพลิเคชันแปลภาษาไปพอสมควร ล่าสุดผู้เขียนได้เจอแอปพลิเคชันล่าสุดดูดีมีประโยชน์ จึงขอนำมาแนะนำให้ผู้อ่านได้ทราบกันเจ้าค่ะแอปพลิเคชันนี้มีชื่อว่า Free Voice Translator ความพิเศษของแอปพลิเคชันนี้คือวิธีการใช้ที่ง่าย โดยภายในแอปพลิเคชันจะปรากฏภาพธงชาติขึ้นมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น และนั่นคือสัญลักษณ์ที่แสดงในการเลือกภาษาที่ผู้ใช้แอปพลิเคชันต้องการแปล  การเลือกภาษาสามารถกดไปที่สัญลักษณ์ลูกศรชี้ลงที่อยู่ข้างใต้ระหว่างสัญลักษณ์ธงชาติด้านซ้ายและด้านขวา เมื่อกดไปที่สัญลักษณ์ลูกศรชี้ลง  ภาษาทั้งหมดที่มีอยู่ภายในแอปพลิเคชันจะปรากฏขึ้นโดยมีสัญลักษณ์ธงชาติของภาษานั้นกำกับอยู่ด้วย ซึ่งจะมีภาษาให้เลือกประมาณ 100 ภาษา เมื่อปรากฏภาษาทั้งหมดแล้ว ถ้าต้องการเปลี่ยนภาษาด้านซ้าย ให้กดเลือกที่สัญลักษณ์ธงชาติด้านซ้ายและกดเลือกภาษาที่ต้องการ  ถ้าต้องการเปลี่ยนภาษาด้านขวา ให้กดเลือกที่สัญลักษณ์ธงชาติด้านขวาและกดเลือกภาษาที่ต้องการเช่นกัน โดยการแปลภาษาในแอปพลิเคชันนี้ไม่จำเป็นว่าต้องเลือกภาษาใดก่อนหรือหลัง เพราะสามารถแปลสลับไปมาระหว่างภาษาที่เลือกด้านซ้ายและด้านขวาได้แอปพลิเคชันนี้จะมีสัญลักษณ์วิธีการป้อนคำหรือประโยคอยู่ 2 วิธี ได้แก่ สัญลักษณ์รูปไมค์และสัญลักษณ์รูปแป้นพิมพ์ สัญลักษณ์รูปไมค์หมายถึงวิธีการป้อนคำหรือประโยคโดยการใช้เสียงพูดผ่านสมาร์ทโฟนโดยตรง ส่วนสัญลักษณ์รูปแป้นพิมพ์หมายถึงวิธีการป้อนคำหรือประโยคโดยการพิมพ์ผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งวิธีการเลือกนั้นให้เลื่อนซ้ายและขวาแต่ขอแนะนำวิธีที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วมาก นั่นคือวิธีการป้อนคำหรือประโยคโดยการใช้เสียงพูดผ่านสมาร์ทโฟนโดยตรง เพียงแค่พูดเป็นประโยคภาษาไทย จากนั้นแอปพลิเคชันจะแปลภาษาที่ต้องการให้ โดยจะปรากฏเป็นคำหรือประโยคที่ป้อนเข้าไปและที่แปลออกมาบนหน้าจอสมาร์ทโฟนด้วย ทั้งนี้ผู้ใช้แอปพลิเคชันยังสามารถกดสัญลักษณ์เสียงหลังประโยคที่ปรากฎนั้น เพื่อให้สมาร์ทโฟนออกเสียงและสามารถยื่นสมาร์ทโฟนให้เจ้าของภาษานั้นฟังได้ทันที บริเวณมุมบนซ้ายของแอปพลิเคชันจะมีสัญลักษณ์สำหรับการตั้งค่าการใช้ของแอปพลิเคชันนี้ไว้ ซึ่งจะมีปุ่มปรับเปลี่ยนความเร็วของการออกเสียงภาษาว่าจะมีความเร็วมากน้อยแค่ไหน การเลือกเสียงที่ออกเสียงว่าจะเป็นเสียงผู้หญิงหรือเสียงผู้ชาย และการลบประวัติการแปลภาษาภายในแอปพลิเคชัน แค่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้ ก็ไม่ต้องกลัวการพบปะคนต่างชาติและไม่ต้องเดินหลงทาง(อีกแล้ว) ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเกาหลี และภาษาอื่นๆ ก็สามารถรับมือได้แน่นอน  เท่านี้จะให้เดินทางไปไหนก็พร้อมเก็บกระเป๋าเดินทางเลยเจ้าค่ะ แถมเป็นการฝึกภาษาไปในตัวอีกด้วยนะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 206 เท่าทันฝุ่นละออง PM2.5 กับ Air Visual

มลพิษในอากาศของประเทศไทยมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีข่าวการรายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่มีค่าเกินมาตรฐาน ซึ่งสามารถมองเห็นสภาพอากาศที่มีฝุ่นละอองในอากาศได้อย่างชัดเจน และทำให้เกิดกระแสการป้องกันตนเองของผู้ที่ต้องใช้ชีวิตในกรุงเทพมหานครฝุ่นละออง PM2.5 หมายถึง ค่าฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งมีขนาดประมาณ 1 ใน 25 ของเส้นผ่าศูนย์กลางของเส้นผมมนุษย์ เป็นขนาดที่เล็กเกินกว่าที่ขนจมูกของมนุษย์จะสามารถกรองฝุ่นละอองชนิดนี้ได้ โดยจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและต่อสุขภาพร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง จะทำให้ฝุ่นละอองสามารถแพร่กระจายเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมเข้าสู่การทำงานในอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับฝุ่นละอองในสภาพอากาศในประเทศไทย จึงนำแอปพลิเคชันเช็คสภาพมลพิษในอากาศที่มีชื่อว่า Air Visual ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS  เพื่อติดตามสภาพอากาศได้ตลอดเวลา ภายในแอปพลิเคชันจะมี หมวด My Air  เพื่อแจ้งผลสภาพอากาศของจังหวัดในประเทศ เป็นระดับตัวเลขให้ทราบว่าสภาพอากาศเป็นเช่นไร โดยแบ่งมาตรฐานตามคุณภาพอากาศได้ 6 ระดับ ดังนี้ ระดับ 0-50 Good  หมายถึงสภาพอากาศดี ไม่มีความเสี่ยงหรือความเสี่ยงน้อย  ระดับ 51-100 Moderate  หมายถึงคนที่แพ้หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรทำกิจกรรมนอกบ้าน  ระดับ 101-150 Unhealthy for sensitive group หมายถึงสภาพอากาศคนที่แพ้หรือภูมิคุ้มกันต่ำ ไม่ควรออกนอกบ้าน  และอาจเกิดการระคายเคืองหรือมีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจได้  ระดับ 151-200 Unhealthy หมายถึงสภาพอากาศมีผลต่อคนภูมิคุ้มกันต่ำอย่างมากและระดับนี้มีผลกระทบต่อคนทั่วไป อาจมีความเสี่ยงทางเดินหายใจได้  ระดับ 201-300  Very Unhealthy หมายถึงสภาพอากาศมีผลต่อผู้คนทั่วไป ไม่ควรออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน และระดับ 301-500 Hazardous หมายถึงผู้คนทั่วไปมีความเสี่ยงสูงที่จะป่วย เกิดการระคายเคืองหรือมีปัญหาด้านทางเดินหายใจซึ่งในหมวด My Air จะแบ่งสภาพอากาศเป็นช่วงเวลา และมีการคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้าได้ 3 วัน นอกจากนี้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นยังสามารถเพิ่มจังหวัดที่ต้องการทราบสภาพอากาศ ให้กดสัญลักษณ์บวกที่อยู่บริเวณตรงกลางด้านล่างแอปพลิเคชันหมวด Map จะแสดงสภาพอากาศทั่วประเทศและทั่วโลก เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบสภาพอากาศภายในประเทศและทั่วโลก  และหมวด News&Ranking มีไว้เพื่อแจ้งข่าวที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสภาพอากาศทั่วโลก และแสดงการจัดลำดับสภาพอากาศที่แย่ที่สุดทั่วโลกสภาพอากาศที่มีฝุ่นละอองมากขนาดนี้ ประชาชนอย่างเราควรมีวิธีป้องกันฝุ่นละออง PM2.5 ที่เกินมาตรฐานนั้น โดยการหาซื้อหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองมาตรฐาน N95 ซึ่งสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 0.3 ไมครอน จะทำให้สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอนได้   แต่ถ้าเป็นหน้ากากอนามัยทั่วไปจะไม่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาด 2.5 ไมครอนได้ ป้องกันสุขภาพตัวเองให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บกันด้วยนะคะ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 205 แอปพลิเคชันสำหรับผู้สอบใบขับขี่

แม้ว่าการเดินทางโดยใช้รถโดยสารสาธารณะ ซึ่งมีทั้งรถเมล์ รถแท็กซี่ รถไฟฟ้า จะช่วยให้มีความสะดวกสบายในการเดินทางระดับหนึ่ง แต่การมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นของตนเองนั้นก็ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก เนื่องจากการใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวช่วยทำให้การเดินทางมีความสะดวกสบายมากกว่าการใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงทำให้มีผู้ที่ต้องการสอบใบขับขี่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน เมื่อมีการซื้อรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ใหม่ ผู้สอบใบขับขี่มือใหม่จึงต้องศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการสอบใบขับขี่เพื่อให้เกิดความเข้าใจและสร้างความมั่นใจในการสอบใบขับขี่ โดยเฉพาะแอปพลิเคชันที่จะคอยให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบใบขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ได้อย่างรวดเร็ว อย่างแอปพลิเคชั่น “สอบใบขับขี่”  ในหน้าแรกของแอปพลิเคชั่น “สอบใบขับขี่” จะมีหมวดต่างๆ ดังนี้ หมวดการขับขี่รถยนต์ หมวดการขับขี่รถจักรยานยนต์ หมวดแนวข้อสอบพร้อมเฉลย หมวดคลิปสอบปฏิบัติ หมวดตะลุยข้อสอบ หมวดรอบรู้เรื่องขับขี่ หมวดข่าวสารรถยนต์ และหมวดผู้ฝึกขับขี่ หมวดการขับขี่รถยนต์และหมวดการขับขี่รถจักรยานยนต์ ภายในสองหมวดนี้จะมีข้อมูลแบ่งเป็น 8 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 การฝึกพื้นฐานการขับขี่ ซึ่งกล่าวถึงบรรยากาศการสอบใบขับขี่ทั่วไป ขั้นที่ 2 เรื่องคุณสมบัติและเอกสารของผู้ขอรับใบขับขี่ ขั้นตอนการดำเนินการ ขั้นที่ 3 เลือกสถานที่สอบ ซึ่งสามารถค้นหาสถานที่สอบตามจังหวัดว่าอยู่ที่ใด พร้อมมีเบอร์ติดต่อ ขั้นที่ 4 ระเบียบการสอบ โดยแบ่งเป็นการสอบสมรรถภาพ การสอบข้อเขียน การสอบภาคปฏิบัติและคลิปสอบปฏิบัติ ซึ่งจะแจ้งข้อมูลว่าต้องสอบในลักษณะใด ขั้นที่ 5 ทบทวนข้อสอบที่ใช้ในการสอบใบขับขี่  ขั้นที่ 6 เรื่องเทคนิคการสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นตัวอย่างขณะที่สอบว่าควรทำอย่างไรบ้าง ขั้นที่ 7 เป็นการเรียนรู้ความผิดพลาดที่ผู้ที่เคยสอบใบขับขี่เคยผิดพลาด และขั้นที่ 8 การจองคิวออนไลน์เฉพาะในกรุงเทพฯ ซึ่งจะลิ้งไปยังเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกหมวดแนวข้อสอบพร้อมเฉลย เป็นหมวดที่รวบรวมแนวข้อสอบที่มีคำเฉลยโดยแบ่งเป็น 5 เรื่อง คือ กฎหมายว่าด้วยรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กฎหมายจราจรทางบก เครื่องหมายจราจร มารยาทและจิตสำนึก และหมวดการบำรุงรักษารถ ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับหมวดตะลุยข้อสอบ แต่ในหมวดตะลุยข้อสอบจะให้ฝึกตอบคำถามสำหรับผู้ที่จะสอบใบขับขี่ด้วยตนเองส่วนหมวดรอบรู้เรื่องขับขี่ จะรวบรวมคำถามที่พบบ่อย อย่างเช่น การขับรถเกียร์ออโต้ ชนิดของใบขับขี่ การต่ออายุใบขับขี่ อัตราภาษีรถตาม พ.ร.บ. กฎหมายเมาแล้วขับ มาตรการบันทึกคะแนน วิธีการเปลี่ยนใบขับขี่แบบใหม่ เป็นต้นสำหรับหมวดคลิปสอบปฏิบัติ จะแบ่งเป็นคลิปสอบรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หมวดข่าวสารรถยนต์ ซึ่งรวบรวมข่าวสารที่เกี่ยวข้อง และหมวดผู้ฝึกขับขี่จะเป็นเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ฝึกขับขี่มือใหม่ผู้ที่สนใจจะสอบใบขับขี่ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สอบใบขับขี่” มาลองศึกษาข้อมูลและลองฝึกตอบคำถามเพื่อเตรียมตัวในการสอบใบขับขี่ ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้สอบใบขับขี่ครั้งแรก รวมถึงผู้ที่ต้องการต่อใบขับขี่ เพื่อเป็นการรื้อฟื้นข้อมูลเมื่อต้องไปต่อใบขับขี่อีกครั้ง 

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 203 แบ่งปันผ่านหนังสือเสียงกับ RFB

ฉบับนี้ขอต้อนรับปีจอด้วยการแนะนำแอปพลิเคชันที่สามารถทำให้ผู้ใช้ทำความดีช่วยเหลือสังคมและสามารถใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ได้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นโครงการดีๆ ที่ช่วยแบ่งปันบทความและหนังสือต่างๆ ให้กับผู้พิการทางสายตา ผ่านหนังสือเสียงในแอปพลิเคชันนี้ได้เลยแอปพลิเคชันนี้มีชื่อว่า Read for the Blind เป็นแอปพลิเคชันที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้เข้ามาอ่านหนังสือให้ผู้พิการทางสายตาโดยเฉพาะ พร้อมทั้งให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเข้ามาใช้แอปพลิเคชันนี้เพื่อฟังหนังสือหรือบทความที่น่าสนใจได้เช่นกันโดยในขณะนี้ภายในแอปพลิเคชันมีหนังสือที่มีผู้ใช้แอปพลิเคชันได้อ่านแล้วมากถึง 33,676 เล่ม โดยแบ่งหมวดหมู่ประเภทของหนังสือ 14 หมวดหมู่ ได้แก่ หมวดหมู่วรรณคดีวรรณกรรม หมวดหมู่ธุรกิจและการจัดการ หมวดหมู่หนังสือสำหรับเยาวชน หมวดหมู่การท่องเที่ยว หมวดหมู่คู่มือสิบต่างๆ หมวดหมู่เบ็ดเตล็ด หมวดหมู่ปรัชญาจิตวิทยา หมวดหมู่ศาสนาโหราศาสตร์ หมวดหมู่สังคมศาสตร์ หมวดหมู่ภาษาศาสตร์ หมวดหมู่วิทยาศาสตร์ หมวดหมู่วิทยาการและเทคโนโลยี หมวดหมู่ศิลปกรรมและการบันเทิง และหมวดหมู่ประวัติศาสตร์และภูมิศาสตร์เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแล้ว แอปพลิเคชันจะให้ผู้ใช้ลงชื่อการใช้งาน ซึ่งสามารถเลือกลงชื่อการใช้งานผ่านการเชื่อมต่อเฟซบุ๊คได้ จากนั้นผู้ใช้แอปพลิเคชันสามารถค้นหาและตรวจสอบชื่อหนังสือหรือชื่อผู้แต่ง เพื่อให้ทราบว่ามีหนังสือที่ต้องการจะบันทึกเสียงหรือไม่ และมีการบันทึกการอ่านหนังสือเล่มนั้นหมดเล่มแล้วหรือไม่ โดยสังเกตจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่อยู่บริเวณภาพหนังสือว่าครบร้อยเปอร์เซ็นต์หรือยังในกรณีที่ต้องการบันทึกหนังสือเล่มใหม่ให้กดตรงคำว่า “สร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่” แอปพลิเคชันจะให้กรอก ISBN หรือสแกน ซึ่งเป็นหมายเลขประจำหนังสือนั้นๆ เมื่อกรอก ISBN หรือสแกนเรียบร้อยแล้ว แอปพลิเคชันจะขึ้นชื่อและรายละเอียดมาอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่มีหมายเลขจะให้กรอกชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง ชื่อสำนักพิมพ์ จำนวนบท จำนวนหน้า และเลือกหมวดหมู่ของหนังสือ หลังจากนั้นจะสามารถบันทึกเสียงได้คำแนะนำของทางแอปพลิเคชันสำหรับผู้เริ่มใช้นั้น อยากให้เริ่มการอ่านบทความก่อน โดยควรฝึกก่อนเริ่มบันทึกเสียงจริง โดยให้ทดลองอ่านก่อนหนึ่งรอบ ทำความเข้าใจกับเรื่องการอ่าน อ่านด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจเรื่องที่อ่าน เว้นจังหวะการอ่านให้เหมาะสม อ่านทอดอารมณ์ และตั้งใจอ่านทั้งนี้การกดฟังเสียงของหนังสือหรือบทความต่างๆ จะมีไว้ให้เฉพาะผู้ที่ลงชื่อใช้งานที่เป็นผู้พิการทางสายตาเท่านั้น นอกจากแอปพลิเคชั่น Read for the Blind แล้ว ยังมีเฟซบุ๊ค readfortheblind ที่บอกเล่ากิจกรรมและข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้พิการทางสายตาอีกด้วย  ลองมาเป็น “ผู้ให้” กันนะคะ และจะรู้ว่าความสุขทางใจดีอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 202 อุ่นใจกับแอปพลิเคชัน “Fast Track”

เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้รับรู้เรื่องราวของรุ่นน้องคนหนึ่งที่ต้องเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอายุเพียงสามสิบปี ซึ่งเป็นช่วงวัยทำงานในสายงานที่กำลังเจริญก้าวหน้าอย่างมาก และเป็นบุคคลที่มีแต่คนรัก รุ่นน้องได้เข้ารักษาตัวด้วยอาการรู้สึกเหนื่อยหอบผิดปกติ การเข้าโรงพยาบาลครั้งนี้ใช้เวลาเพียง 9 วันเท่านั้น รุ่นน้องก็จากพวกเราไปอย่างสงบด้วยโรคมะเร็ง แม้ว่ารุ่นน้องจะตรวจสุขภาพเป็นประจำ แต่ไม่เคยพบความผิดปกติแต่อย่างใด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้เขียนอยากแบ่งปันให้ผู้อ่านได้ฟังเพื่อเป็นข้อคิดเตือนใจไว้ ว่าโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งใกล้ตัว ต้องคอยหมั่นดูแลสุขภาพตนเองตลอดเวลา และควรใส่ใจความผิดปกติของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ต้องถึงขนาดวิตกกังวลจนเกินไปฉบับนี้ผู้เขียนอยากแนะนำแอปพลิเคชันที่คอยให้ความรู้ความเข้าใจและช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินต่างๆ เมื่อเกิดสิ่งผิดปกติกับร่างกาย แอปพลิเคชันนี้มีชื่อว่า “Fast Track” เป็นแอปพลิเคชันที่ร่วมมือกันระหว่างกรมการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มวิจัยโรคหลอดเลือดสมองภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่นภายในแอปพลิเคชันจะแบ่งเป็น 7 หมวด ได้แก่ หมวดที่ 1 เป็นสัญลักษณ์เรียกรถพยาบาล เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องการเรียกรถพยาบาลสามารถคลิกที่สัญลักษณ์นี้ได้ทันที โดยรถพยาบาลจะมาถึงภายใน 15 นาที หมวดที่ 2 เป็นเรื่องการให้ความรู้โรคหลอดเลือดสมอง  หมวดที่ 3 เป็นเรื่องการให้ความรู้โรคหัวใจ  หมวดที่ 4 เป็นเรื่องการให้ความรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โดยภายในหมวดที่ 2 - 4 จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มบทความ ซึ่งเป็นบทความความรู้ที่อธิบายถึงโรคหลอดเลือดสมอง  โรคหัวใจ และอุบัติเหตุและฉุกเฉินโดยผู้เชี่ยวชาญของแต่ละหมวด กลุ่มวิดีโอ ซึ่งเป็นวิดีโอที่เกี่ยวข้องในแต่ละหมวด และกลุ่มแบบประเมินความเสี่ยง โดยในแต่ละหมวดจะมีแบบทดสอบสำหรับประเมินความเสี่ยงเพื่อประมวลผลความเสี่ยงที่จะเกิดโรคเหล่านั้นหมวดที่ 5 เป็นรายชื่อโรงพยาบาลที่แอปพลิเคชันจะคำนวณหาโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดในขณะนั้น หรือค้นหาโรงพยาบาลที่ต้องการ โดยมีระยะทาง เบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ และแผนที่เพื่อบอกทางไปโรงพยาบาล ต่อไปเป็นหมวดที่ 6 เป็นหมวดหนังสือ เพื่อให้ความรู้โรคต่างๆ และหมวดสุดท้ายคือ หมวดภาพความรู้ เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคผ่านภาพอินโฟกราฟฟิก เพื่อให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นนอกจากนี้แอปพลิเคชันยังสามารถกรอกข้อมูลของตนไว้ ตั้งแต่ชื่อนามสกุล เบอร์ติดต่อ ที่อยู่ น้ำหนัก ส่วนสูง อายุ เพศ เบอร์ติดต่อญาติ ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว ข้อมูลโรงพยาบาลที่เคยรักษา เพื่อเป็นข้อมูลให้กับโรงพยาบาลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ด้วยอย่างน้อยการมีแอปพลิเคชัน “Fast Track” นี้ไว้บนสมาร์ทโฟนก็ช่วยให้รู้สึกอุ่นใจ ทำให้รู้สึกว่าอยู่ใกล้หมอ เพราะไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเราและคนใกล้ชิดบ้าง

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 201 ออกกำลังกายกับแอพพลิเคชั่นนับก้าวเดิน

ข่าวการวิ่งรับบริจาคของ “ตูน บอดี้สแลม” ถูกจับตามองจากประชาชนทั้งประเทศ อีกทั้งการชักชวนให้ออกกำลังกายโดยการวิ่งก็เริ่มเป็นกระแสที่โด่งดังอีกครั้ง และกระแสดังกล่าวได้เป็นแรงกระตุ้นจนทำให้มีผู้คนหลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับการวิ่งออกกำลังกายกันมากขึ้น  การวิ่งถือว่าเป็นการออกกำลังกายวิธีหนึ่ง ซึ่งส่งผลดีในหลายด้าน ได้แก่ ช่วยเบิร์นไขมันส่วนเกินออกจากร่างกาย เพิ่มกล้ามเนื้อ เพิ่มความแข็งแกร่ง สร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเครียด ลดความวิตกกังวล และเป็นวิธีที่ช่วยฝึกฝนสมาธิอีกวิธีหนึ่ง หลายคนที่กำลังอยากจะออกกำลังกายโดยการวิ่ง แต่ร่างกายไม่พร้อมอาจหันมาให้ความสนใจในเรื่องการเดินเพื่อให้ร่างกายแข็งแรงได้เช่นกัน เพราะการเดินก็เป็นรูปแบบหนึ่งของการออกกำลัง ลองเริ่มต้นจากการใช้แอพพลิเคชั่นที่ช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวของร่างกายเป็นจุดเริ่มต้น โดยขอแนะนำแอพพลิเคชั่น “Moves” และแอพพลิเคชั่น “StepsApp” ซึ่งแอพพลิเคชั่นทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันในการใช้งาน นั่นคือ ช่วยในการนับก้าวเดินในแต่ละวัน แต่มีรายละเอียดที่ความแตกต่างกันบางส่วน แอพพลิเคชั่น “Moves” นอกจากจะช่วยนับก้าวเดินในแต่ละวันแล้ว ยังสามารถช่วยนับก้าวขณะวิ่งได้ด้วย และเป็นแอพพลิเคชั่นที่สามารถบอกระยะทางเป็นเส้นทางการเดินทางในแต่ละวันได้ว่า เริ่มการใช้แอพพลิชั่นจากสถานที่ใดในช่วงเวลาใด ใช้เส้นทางใด และเดินทั้งหมดกี่ก้าว กี่กิโลเมตร หรือช่วงเวลาใดเดินทางด้วยรถ ซึ่งผู้ใช้แอพพลิเคชั่นสามารถเปิดดูเส้นทางที่มีลักษณะเป็นแผนที่ย้อนหลังได้ และยังสามารถคำนวณการเบิร์นแคลอรี่ สำหรับแอพพลิเคชั่น “StepsApp” มีความแตกต่างกับแอพพลิเคชั่น “Moves” โดย “StepsApp” จะสามารถตั้งเป้าหมายที่ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นต้องการให้เป็นไปในแต่ละวัน ตั้งแต่จำนวนก้าวในการเดิน จำนวนปริมาณการเบิร์นแคลอรี่ ระยะทางเป็นกิโลเมตร และการระบุเวลาในการเดินทั้งหมด นอกจากนี้ยังสามารถเก็บเป็นสถิติเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน เพื่อนำมาเปรียบเทียบกันได้ ถ้ามีการตั้งเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว ภายในหน้าแอพพลิเคชั่น “StepsApp” จะมีสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ผู้ใช้แอพพลิเคชั่นเดินเพื่อออกกำลังกายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ทั้งแอพพลิเคชั่น “Moves” และแอพพลิเคชั่น “StepsApp” มีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งการเลือกดาวน์โหลดลงมาใช้งานบนสมาร์ทโฟน ก็ต้องขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของผู้ใช้ว่าต้องการเลือกแบบใด เพราะการเลือกแอพพลิเคชั่นใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้เป็นหลักแต่ถ้าชอบทั้งคู่ ก็ดาวน์โหลดเก็บไว้ทั้ง “Moves” และ “StepsApp” เลยล่ะกัน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 200 ร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9

ด้วยความจงรักภักดีที่ประชาชนชาวไทยมีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทำให้ประชาชนทั่วประเทศหลั่งไหลกันมาเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพกันอย่างมาก ประชาชนยิ่งล้นหลามเมื่อใกล้เวลาการปิดการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ของสำนักพระราชวัง ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 เป็นวันสุดท้าย เพื่อจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตรในเดือนตุลาคม 2560 นี้ ทางสำนักพระราชวังได้กำหนดวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในระหว่างวันที่ 25 – 29 ตุลาคม 2560 ได้กำหนดจำนวนริ้วขบวน พระราชอิสริยยศไว้ทั้งสิ้น  6  ริ้วกระบวน และนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 9 ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ โครงการพระราชดำริ รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมความงามของพระเมรุมาศ ซึ่งมีกำหนดเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 1 - 30 พฤศจิกายน 2560คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงได้จัดทำเว็บไซต์ www.kingrama9.net เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถติดตามการจัดเตรียมการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้อย่างใกล้ชิดเว็บไซต์ www.kingrama9.net จะมีข้อมูลข่าวสารรายละเอียดการจัดเตรียมงาน ประกาศจากสำนักพระราชวัง  และในส่วนของข้อมูลและคำอธิบายของพระเมรุมาศว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง ส่วนต่างๆ เรียกชื่อว่าอย่างไร  ทั้งนี้มีคำอธิบายรายละเอียดเส้นทางของขบวนพระบรมราชอิสริยยศทั้งสิ้น  6  ริ้วกระบวน ว่าแต่ละริ้วกระบวนจะเริ่มจากจุดใดและใช้เส้นทางใด และรายละเอียดการแต่งกายของแต่ละส่วนในริ้วพระบรมราชอิสริยยศทั้งหมด  นอกจากการจัดเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพบริเวณท้องสนามหลวงแล้ว ยังมีการจัดสร้างพระเมรุมาศจำลอง 85 แห่งทั่วประเทศไทย และต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดีแด่พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยสามารถตรวจสอบสถานที่จุดวางดอกไม้จันทน์ใกล้บ้านได้ในเว็บไซต์ www.kingrama9.net เช่นกันรายละเอียดและข้อมูลทุกอย่างสามารถหาคำอธิบายได้ในเว็บไซต์ www.kingrama9.net 

อ่านเพิ่มเติม >