ฉบับที่ 95 กล้องดิจิทัล

กลับมาอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานกับผลการทดสอบกล้องดิจิทัล (ครั้งสุดท้ายอยู่ในฉบับที่ 74) ผลการทดสอบที่นำมาฝากสมาชิกในฉบับนี้ เราได้จากองค์กรทดสอบระหว่างประเทศ ICRT (International Testing Research and Testing) ที่ได้ทำการทดสอบไว้ในระหว่างเดือนกันยายน ถึง ธันวาคม ปีที่แล้ว แม้ผู้ที่ส่งกล้องเข้าทดสอบนั้นเป็นองค์กรในกลุ่มประเทศยุโรป แต่กล้องส่วนใหญ่นั้นผลิตในประเทศทางเอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี (มีบ้างที่ผลิตในไทยและอินโดนีเซีย) จึงพอที่จะมีผลการทดสอบของกล้องรุ่นที่มีขายในบ้านเราอยู่บ้างข้อสังเกตอย่างหนึ่งคือในราคาเดียวกันกับเมื่อสองสามปีที่แล้ว เราสามารถซื้อกล้องที่สเปคสูงขึ้นได้ สมาชิกฉลาดซื้อหลายท่านก็คงจะมีกล้องอยู่แล้วและอาจไม่จำเป็นต้องอัพเดทตามกล้องที่มีขายในสมัยนี้ที่เน้นจุดขายที่ความละเอียดของภาพที่สูงขึ้น ดูจากรุ่นที่ทดสอบนั้นไม่มีรุ่นไหนต่ำกว่า 8 ล้านพิกเซล กันเลย (ซึ่งความจริงแค่ 4 ล้านก็หรูแล้วสำหรับการใช้งานบันทึกภาพท่องเที่ยว หรือปาร์ตี้ ของครอบครัวเพื่อนฝูงอย่างเราๆ)

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 91 มือถือยี่ห้อไหน ใส่ใจสังคมมากที่สุด

ฉลาดซื้อเคยนำเสนอผลทดสอบโทรศัพท์มือถือกันไปแล้วในฉบับก่อนๆ คราวนี้ขอนำสมาชิกไปรู้จักเบื้องหลังการถ่ายทำของอุปกรณ์เหล่านั้นกันบ้างว่าบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์ดังกล่าวที่มีสาขาไปทั่วโลกนั้นได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของการให้ลูกจ้างได้มีสภาพการทำงานที่ดี การพยายามลดผลกระทบของการผลิตและตัวผลิตภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อม และการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะกันอย่างไรบ้างสิ่งที่เรานำมาฝากผู้อ่านในฉบับนี้คือผลการสำรวจความรับผิดชอบต่อสังคม (หรือที่เรียกกันทั่วไปตอนนี้ว่า CSR ซึ่งย่อมาจาก Corporate Social Responsibility) ของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของโลก 5 บริษัท ได้แก่ แอลจี โมโตโรลา โนเกีย ซัมซุง และโซนี อิริคสัน ที่ครอบครองส่วนแบ่งตลาดโลกถึงร้อยละ 75 และ 4 ใน 5 ของแบรนด์เหล่านี้ (โมโตโรลา โนเกีย ซัมซุง และโซนี อิริคสัน) มีส่วนแบ่งถึงร้อยละ 75 ของตลาดโทรศัพท์มือถือในยุโรป เจ้าภาพที่ทำการสำรวจครั้งนี้ได้แก่องค์กรยูโรคอนซูเมอร์ (Euroconsumers) ใช้วิธีการส่งแบบสอบถามไปยังบริษัทเหล่านั้น สัมภาษณ์ผู้รับผิดชอบด้าน CSR พร้อมกับศึกษารวบรวมข้อมูลจากสื่อและงานวิจัยต่างๆ ในระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2549 – มกราคม พ.ศ. 2550 คะแนนความรับผิดชอบต่อสังคมของบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 89 สมาร์ทโฟน

มาแล้วพี่น้อง คราวนี้เป็นผลทดสอบโทรศัพท์สารพัดนึก หรือที่เราเรียกกันว่าสมาร์ทโฟน เป็นทั้งโทรศัพท์ และคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาด้วย เรียกว่าให้คุณใช้งานได้หลากหลายขึ้นตั้งแต่ทำงานเอกสารอย่างโปรแกรมเวิร์ด เอกเซล ไปจนถึงท่องอินเทอร์เน็ต และรับ/ส่งจดหมายเล็กทรอนิกส์  ผลทดสอบครั้งนี้จัดให้ตามที่แฟนพันธุ์แท้ของฉลาดซื้อได้แวะเวียนมาขอไว้เป็นการส่วนตัวที่บูธของเราในงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่ผ่านมา ทีมงานมั่นใจว่าน่าจะมีสมาชิกของเราอีกหลายท่านที่สนใจอยากหาเจ้าสมาร์ทโฟน (หรือพีดีเอโฟนอย่างที่หลายคนเรียกกัน) มาไว้ใช้เป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่ช่วยให้การทำงาน และการจัดการชีวิตส่วนตัวเป็นไปอย่างสะดวกสบายรวดเร็ว เพื่อจะได้ใช้เวลากับครอบครัวเพื่อนฝูงให้มากขึ้น โทรศัพท์รุ่นที่นำมาทดสอบในครั้งนี้มีทั้งหมด 23 รุ่น แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่รุ่นที่เป็นพีดีเอพื้นฐาน รุ่นที่มีเพียงคีย์บอร์ดอย่างเดียว รุ่นที่มีจอสัมผัสอย่างเดียว และรุ่นที่มีทั้งสองอย่างให้เลือก  มีราคาตั้งแต่ 8,000 32,000 บาท ผลการทดสอบในภาพรวมปรากฏว่าสมาร์ทโฟนทุกรุ่น สามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์มือถือได้ในระดับที่ยอมรับได้ (ยกเว้น เอชทีซี   X7500 ที่ได้คะแนนฟังก์ชั่นโทรศัพท์น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ) แต่จะมีความแตกต่างกันอยู่ในด้านของการใช้งานเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพาที่มีตั้งแต่รุ่นที่ได้คะแนนมากที่สุด ได้แก่ แอปเปิลไอโฟน ไปจนถึงรุ่นที่ได้คะแนนในระดับต่ำกว่าขั้น “พอใช้” อย่าง เอชพี Ipaq 514  เอชทีซี P3300 และ ซัมซุง SGH-i600 เช่นเดียวกับเรื่องของการใช้งานที่ต้องมีการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ที่พบว่ามีความแตกต่างกันพอสมควร มีถึง 6 รุ่นจาก 23 รุ่นที่ได้คะแนนด้านนี้ต่ำกว่าขั้น “พอใช้”  และมีอีก 6 รุ่นเช่นกันที่ทำหน้าที่เป็นอุปกรณ์เครื่องเสียงได้ไม่ดีนัก ส่วนการใช้งานเป็นอุปกรณ์นำทางนั้น เรียกได้ว่ายังไม่มีรุ่นไหนโดดเด่นน่าสนใจ >>>ดาวน์โหลดรายละเอียด

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 88 อุปกรณ์หูฟังบลูทูธ ตอบรับความต้องการ “โทรไม่ถือ”

ถึงวันนี้ทุกคนคงทราบกันแล้วว่ากฏหมายห้ามไม่ให้ใช้มือหรือใช้คอไปถือมือถือ ขณะที่กำลังขับรถ ใครยังจำเป็นต้องโทรอยู่แต่ไม่อยากโดนจับก็อย่าลืมหาอุปกรณ์ดังกล่าวมาพกติดตัวไว้ ฉลาดซื้อเล่มนี้ขอถือโอกาสนำเสนอผลทดสอบมาให้ได้ใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อ ตามงบประมานที่สะดวกใจ สบายกระเป๋า (อันนี้ก็แล้วแต่ขนาดกระเป๋าของแต่ละคน)ผลทดสอบครั้งนี้เราได้จากการทดสอบที่องค์กรเพื่อผู้บริโภคของประเทศในยุโรปและอเมริกาได้ทำไว้ ในช่วงปลายปี 2550 (ชาวฉลาดซื้อคงจำกันได้ว่าเราเป็นสมาชิกขององค์กรทดสอบระหว่างประเทศหรือ ICRT ที่มีการทดสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์อยู่อย่างสม่ำเสมอ) อุปกรณ์บลูทูธทุกรุ่นที่นำมาทดสอบมีฟังก์ชั่นโทรออกได้ด้วยเสียง และมีปุ่มปรับความดังของเสียงที่ตัวอุปกรณ์ (ยกเว้น Sony-Ericsson HBH-IV835 และ Nokia BH-100)  และสามารถเรียกซ้ำหมายเลขล่าสุดที่โทรออกได้ (ยกเว้น Sony-Ericsson HBH-PV 705 และ Logitech Mobile Freedom)ทุกตัวมีระยะรับสัญญาณบลูทูธ 10 เมตร ยกเว้น Sony-Ericsson HBH-IV835 และ Sony-Ericsson HBH-PV702 ที่รับสัญญานได้ 5 เมตร อุปกรณ์ที่นำทำมาทดสอบส่วนใหญ่ผลิตในประเทศจีน ยกเว้น Plantronics ที่ผลิตในประเทศเม็กซิโก และ LG และ SUMSUMG ที่ผลิตในเกาหลี  **หมายเหตุ:  ก่อนตัดสินใจซื้ออย่าลืมตรวจสอบราคาอีกครั้ง พร้อมกับหาโอกาสทดลองใส่ดูว่ารู้สึกสบายหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจสอบให้ดีว่าอุปกรณ์ดังกล่าวสามารถใช้ร่วมกับมือถือที่คุณมีอยู่หรือไม่  --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ทำไมต้องฟันสีน้ำเงิน??อุปกรณ์บลูทูธนั้นหลายคนรู้จักกันอยู่แล้วเป็นเทคโนโลยีในการเชื่อมต่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์สองชนิด ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์กับมือถือ หรือหูฟังกับมือถือเป็นต้น แต่มันเกี่ยวอะไรกับบลูทูธ หรือ ฟันสีน้ำเงินด้วย เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อปี  1994 บริษัทสัญชาติสวีดิช ที่มีนามว่าอิริคสัน โมบาย คอมมูนิเคชั่น เขาได้ริเริ่มศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเอาคลื่นวิทยุกำลังต่ำมาสร้างการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์  และต่อมาในปี 1998 ก็มีบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อีก 4 แห่ง (ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็แบรนด์ใกล้ๆตัวคุณอย่าง โนเกีย ไอบีเอ็ม โตชิบา และอินเทล)  เข้ามาร่วมด้วย จนถึงทุกวันนี้เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำไปใช้ในอุปกรณ์สื่อสารแบรนด์ต่างๆมากมาย  เมื่อสามารถสร้างมาตรฐานในการสื่อสารแบบไร้สายขึ้นมาได้ บริษัทอิริคสัน ก็ตั้งชื่อเจ้าสิ่งนี้ว่าบลูทูธ เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์ไวกิ้งนาม Harald Bluetooth กษัตริย์พระองค์นี้เป็นที่รู้กันดีในหมู่ชาวสแกนดิเนเวียว่าเป็นผู้ผนวกดินแดนระหว่างเดนมาร์กกับนอร์เวย์ และนำคริสศาสนามาเผยแพร่ให้ผู้คนในดินแดนสแกนดิเนเวียนทั้งหมดคำว่า Bluetooth นั้นบางตำนานก็ว่าเป็นเพราะพระองค์โปรดปรานบลูเบอรี่เป็นพิเศษ เสวยบ่อยมากจนฟันดูเป็นสีนำเงินตลอดเวลา แต่บ้างก็ว่าคำนี้เพี้ยนมาจาก  Blatand ในภาษาแดนิช ที่แปลว่า ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีผิวสีคล้ำ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- หูฟังแบบโมโน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 87 โทรศัพท์มือถือ

ถึงวันนี้ผู้อ่านฉลาดซื้อส่วนใหญ่คงมีโทรศัพท์มือถือกันหมดแล้ว แต่เนื่องจากเรามีผลทดสอบโทรศัพท์มือถือครั้งล่าสุดจากองค์กรทดสอบระหว่างประเทศ (ICRT) อยู่ จึงคิดว่าน่าจะนำมาบอกต่อกัน เพราะหลายคนอาจสงสัยว่าโทรศัพท์ที่ทุกวันนี้เป็นอุปกรณ์สารพัดนึกที่ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่โทรออก รับสายเข้า ถ่ายรูป และฟังเพลง มันทำทุกอย่างได้ดีมากน้อยต่างกันอย่างไร เผื่อจะนำมาเปรียบเทียบกับราคาขาย เอาไว้เป็นทางเลือกสำหรับการซื้อโทรศัพท์เครื่องต่อไป รุ่นที่นำมาทดสอบทั้งหมดส่งเข้าทำการทดสอบโดยองค์กรผู้บริโภคจากประเทศในยุโรปตั้งแต่ต้นปี 2551 ทุกรุ่นมีจอสี มีเสียงเรียกเข้าแบบโพลีโฟนิค สามารถเป็นเครื่องเล่น MP3 และมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลแบบไร้สาย (บลูทูธ) ส่วนท่านที่สนใจสมาร์ทโฟนก็อดใจรออีกนิด ICRT ส่งผลทดสอบให้เมื่อไร รับรองว่าฉลาดซื้อจะรีบนำมาบอกต่อทันที ผลการทดสอบในภาพรวมปรากฏว่าโทรศัพท์ส่วนใหญ่ไม่แตกต่างกันมากนักในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้เพื่อโทรศัพท์ แต่จะไปแตกต่างกันที่ฟังก์ชั่นการถ่ายภาพ ฟังเพลง หรือ ส่งข้อความ และโดยส่วนใหญ่จะได้คะแนนในระดับพอใช้ขึ้นไปในทุกๆด้าน จะมีต่ำกว่าขั้น “พอใช้” อยู่บ้างไม่กี่รุ่น เช่น อัลคาเทล OT_C701 ที่ใช้ถ่ายภาพได้ไม่ดีนัก หรือ ลีวายส์ The Original, โนเกีย 5610 Xpress Music, โนเกีย 8600 Luna ที่ยังได้คะแนนจากฟังก์ชั่นการใช้ฟังเพลงที่น้อยกว่ารุ่นอื่นๆ  และโมโตโรล่า Motorazr Z8 และ Motorazr (ยกกำลังสอง) V8 ที่ไม่เข้าตากรรมการเรื่องการออกแบบให้เหมาะกับมือซักเท่าไร  แต่ถ้าพูดเรื่องความทนทาน ที่หลายๆคนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆนั้นก็ต้องยกให้กับห้ารุ่นต่อไปนี้ ที่สามารถผ่านการทดสอบทั้งน้ำฝน ความสั่นสะเทือน การขีดข่วน ด้วยคะแนนเต็ม ได้แก่ อัลคาเทล OT_C701, โนเกีย 8600 Luna, โมโตโรล่า Motorazr (ยกกำลังสอง) V8, โซนี่ อิริคสัน T650i และ ซัมซุง SGH-E210    

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 109 ลำโพงสำหรับไอพอด / ไอโฟน

คาดว่าสมาชิกของเราหลายๆ คนคงจะมีอุปกรณ์เครื่องเสียงพกพาไอพอดหรือไอโฟนและอยากจะแบ่งปันให้เพื่อนฝูงได้รับความสุนทรียะไปด้วย คราวนี้ฉลาดซื้อเลยนำผลทดสอบ ลำโพงสำหรับเครื่องเล่นดังกล่าวที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ (ICRT) ได้ทำไว้มาฝากกัน โดย 10 รุ่นที่เลือกมานำเสนอนั้นอยู่ในสนนราคาระหว่าง 8,490 – 29,990 บาท ต้องบอกกันไว้ตรงนี้ว่ายังไม่มีรุ่นไหนเข้าหูกรรมการถึงขนาดได้คะแนน 5 ดาว ลำโพงที่ดีที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ได้คะแนนรวมไป 4 ดาวเท่านั้น  The Fantastic Four Harman Kardon Go + Playราคา 14,500  บาทน้ำหนัก  4   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    4ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  4 Bowers & Wilkins Zepplin ราคา 29,990  บาทน้ำหนัก  7.8   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    4ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  1ความสะดวกในการใช้งาน  5 Logitech Pure Fi Eliteราคา 14,900  บาทน้ำหนัก  3.7   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    4ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  1ความสะดวกในการใช้งาน  4 Sony SRS-GU10iPราคา 16,400  บาท* คำนวณจากราคาที่แสดงเป็นหน่วยดอลล่าร์สหรัฐน้ำหนัก  2.1   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  5ความสะดวกในการใช้งาน  4------ Creative PlayDock i500ราคา 8,490  บาทน้ำหนัก  2.4   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  5ความสะดวกในการใช้งาน  4 Bose   Sound dock series IIราคา 17,900  บาทน้ำหนัก  2.1   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  5 Philips DC570ราคา 7,990  บาทน้ำหนัก  9.5   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  4 JBL On Stage 400Pราคา 9,990  บาทน้ำหนัก  1.8   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  4 Bose   SoundDock Portable ราคา 26,750  บาทน้ำหนัก  2.1   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  4 Philips DLA78405ราคา 4,000  บาท* ราคาที่คำนวณจากเงินปอนด์อังกฤษน้ำหนัก  2   กิโลกรัมคุณภาพเสียง    3ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน  4ความสะดวกในการใช้งาน  4 *ราคาที่แจ้งไว้เป็นราคาโดยประมาณ กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนตัดสินใจ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 108 ผลทดสอบกล้องดิจิตัล 2009 (ภาคต่อ)

กลับมาตามสัญญาด้วยผล การทดสอบกล้องดิจิตัลรุ่นมืออาชีพและกึ่งมืออาชีพโดยองค์กรทดสอบระหว่างประเทศหรือ International Consumer Research & Testing เพื่อเอาใจผู้ที่พิถีพิถันกับการ ถ่ายภาพ คราวนี้เรานำมา เสนอทั้งหมด 24 รุ่นเป็นรุ่นไฮเอนด์ 15 รุ่น และรุ่นแอดวานซ์อีก 9 รุ่น ราคาก็ค่อนข้างจะหนักหนาสาหัส พอสมควรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้องไฮเอนด์ที่สามารถแพงได้ ถึงเกือบ 50,000 บาท แต่ที่ราคาถูกกว่านั้นและประสิทธิภาพไม่น่า เกลียดก็พอมีให้ได้ซื้อกันที่ราคาไม่เกิน 15,000 บาท ถ้าเป็นรุ่นแอดวานซ์ก็ ถูกลงมาหน่อย  โดยราคาแพงที่สุดนั้นอยู่ที่ประมาณ 20,000 ต้นๆ ส่วนรุ่นที่ถูกที่สุด นั้นราคาอยู่ที่ประมาณ 9,500 บาท  ใครชอบรุ่นไหนลองพลิกดูตาราง คะแนนและข้อมูลจำเพาะในหน้าต่อไปได้เลยจำเพาะในหน้าต่อไปได้เลย   The Top Five  กล้องดิจิตัลรุ่นไฮเอนด์ Canon  EOS 500D + EF-S 18-55mm ISราคา  27,900 บาท ภาพนิ่ง   3.5ภาพเคลื่อนไหว  3จอภาพ   4แฟลช   4 ความ สะดวก    5ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  5 Canon Powershot SX10 ISราคา  16,900 บาท ภาพนิ่ง   3.5ภาพเคลื่อนไหว  3จอภาพ   3แฟลช   4ความ สะดวก   5ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Canon PowerShot G10ราคา  17,500 บาท ภาพนิ่ง   3.5ภาพเคลื่อนไหว  4จอภาพ   3แฟลช   4 ความ สะดวก    5ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Panasonic Lumix G1 + 14-45mmราคา 32,900 บาท ภาพนิ่ง   3.5ภาพเคลื่อนไหว  -จอภาพ   4แฟลช   4 ความ สะดวก  4ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Canon EOS 50D + 17-85mm IS USMราคา  34,200 บาท ภาพนิ่ง   3.5ภาพเคลื่อนไหว  -จอภาพ   4แฟลช   4 ความ สะดวก   4ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  5   The Top Five กล้องดิจิตัลรุ่นแอดวานซ์ Sony Cyber-shot DSC-HX1ราคา  17,500 บาท ภาพนิ่ง    3.5ภาพเคลื่อนไหว   3จอภาพ    3แฟลช    4 ความ สะดวก    4ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Canon Powershot SX120 ISราคา  9,500 บาท ภาพนิ่ง    3.5ภาพเคลื่อนไหว   3จอภาพ    3แฟลช    4 ความ สะดวก    4ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Samsung WB1000ราคา  11,990 บาท ภาพนิ่ง    3.5ภาพเคลื่อนไหว   3จอภาพ    3แฟลช    4 ความ สะดวก    3ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Canon Powershot SX200 ISราคา  14,900 บาท ภาพนิ่ง    3ภาพเคลื่อนไหว   4จอภาพ    3แฟลช    3 ความ สะดวก    4ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4 Olympus SP-590UZราคา  16,200 บาท ภาพนิ่ง    3ภาพเคลื่อนไหว   3จอภาพ    3แฟลช    4 ความ สะดวก    5ความหลากหลายของฟังก์ชั่น  4   กล้องดิจิตัล ยี่ห้อ/รุ่น ราคา* ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว จอภาพ แฟลช ความหลากหลาย             ของฟังชั่น ความสะดวก               ในการใช้งาน คะแนน (ร้อยละ) รุ่นไฮเอนด์ 1.      Canon  EOS 500D + EF-S 18-55mm IS 27,900 3.5 3 4 4 5 5 71 2.      Canon Powershot SX10 IS 16,900 3.5 3 3 4 5 4 70 3.      Canon PowerShot G10 17,500 3.5 4 3 4 5 4 69 4.      Panasonic Lumix G1 + 14-45mm 32,900 3.5 - 4 4 4 4 69 5.      Canon EOS 50D + 17-85mm IS USM 34,200 3.5 - 4 4 4 5 69 6.      Canon PowerShot G11 19,200 3.5 3 3 4 5 4 68 7.      Olympus E-30 Kit + 14-54 mm II 62,990 3.5 - 4 3 5 5 66 8.      Canon Powershot SX20 IS 14,300 3 4 3 4 5 4 65 9.      Pentax K-m Kit + 18-55mm DA L 19,990 3 - 3 4 4 4 64 10.  Sony alpha 380 Kit + 18-55mm DT 30,990 3 - 4 4 5 5 64 11.  Pentax K-7 Kit + 18-55mm AL WR 49,990 3 3 4 4 5 4 64 12.  Nikon D3000 Kit + AF-S G 18-55 VR 23,990 3 - 4 4 4 4 61 13.  Fujifilm FinePix S200EXR 14,990 3 2 3 4 4 4 60 14.  Olympus E-450 Kit + 14-42 mm ED + 40-150 ED 23,990 3 - 4 3 5 4 60 15.  Nikon D5000 Kit + AF-S DX 18-55 II 32,500 3 2 4 4 5 5 59 รุ่นแอดวานซ์ 16.  Sony Cyber-shot DSC-HX1 17,500 3.5 3 3 4 4 4 69 17.  Canon Powershot SX120 IS 9,500 3.5 3 3 4 4 4 64 18.  Samsung WB1000 11,990 3.5 3 3 4 3 4 64 19.  Canon Powershot SX200 IS 14,900 3 4 3 3 4 4 63 20.  Olympus SP-590UZ 16,200 3 3 3 4 5 4 62 21.  Nikon Coolpix P90 14,100 3 2 3 4 4 3 62 22.  Casio Exilim EX-FH20 21,900 3 4 3 4 4 4 61 23.  Samsung WB500 11,990 3 3 3 4 3 3 59 24.  Panasonic Lumix DMC-FZ38 13,200 3.5 3 4 4 4 2 59    ทั้งหมดได้คะแนนแบตเตอรี่ 5 ดาว ยกเว้น Casio Exilim EX-FH20 ที่ได้ 4 ดาว ยกเว้น Casio Exilim EX-FH20 ที่ได้ 4 ดาว   หมายเหตุ: อย่าลืมตรวจสอบราคาอีกครั้งกับผู้ขาย ราคากล้องจะสูงกว่าถ้าเป็นการประกันกับศูนย์   หมายเลขรูป 0803 0110 0109 0112 0102 1264 0401 1151 0202 1006 1003

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 107 ผลทดสอบกล้องดิจิตัล 2009 รุ่นเบสิก

ต้อนรับปีใหม่กันด้วยผลทดสอบกล้องดิจิตัลกันอีกครั้ง คราวนี้เลือกมาเฉพาะรุ่นที่เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการอะไรยุ่งยาก ต้องการเก็บภาพอย่างเดียว ไม่ต้องปรับต้องตั้งอะไรกันมากมาย ถ้าคุณกำลังมองหากล้องดิจิตัลแบบเบสิกที่กดปุ๊บได้ภาพดังใจปั๊บ ลองเลือกดูจากกล้อง 24 รุ่นที่เรานำเสนอได้เลย แต่ถ้าต้องการรุ่นที่ท้าทายความสามารถกว่านี้ ก็ต้องอดใจรอฉบับหน้า รุ่นที่เราเลือกมานำเสนอคราวนี้ เป็นกล้องที่ยังมีจำหน่ายในเมืองไทย (สนนราคาประมาณ 6,000 ถึง 17,000 บาท) ซึ่งได้คะแนนเป็นอันดับต้นๆในการทดสอบจากองค์กรทดสอบระหว่างประเทศ หรือ International Consumer Research & Testing ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา         The Top Ten Sony Cyber-shot DSC-H20 ราคา 10,900 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                4 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               3 Ricoh CX1 ราคา 12,990 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                4 ภาพเคลื่อนไหว    2 จอภาพ               3 Canon Digital Ixus 990 IS ราคา 12,500 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               4 Canon PowerShot D10 ราคา 13,900 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    2 จอภาพ               3 Canon PowerShot A2100 IS ราคา 8,990 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               3 Panasonic Lumix DMC-TZ7 ราคา 11,400 บาท ความสะดวก        3 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    4 จอภาพ               3 Canon PowerShot A1100 IS ราคา 5,990 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               2 Panasonic Lumix DMC-FS6 ราคา 6,990 บาท ความสะดวก        3 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                4 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               3 Canon Digital Ixus 95 IS ราคา 8,990 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               2 Sony Cyber-shot DSC-W290 ราคา 9,500 บาท ความสะดวก        4 ภาพนิ่ง               3.5 แฟลช                3 ภาพเคลื่อนไหว    3 จอภาพ               3 ดาวน์โหลดรายละเอียดการเปรียบเทียบ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 107 คู่มือ Photoshop

“เลือกเล่มที่ใช่ เพื่องานที่คุณชอบ”ฉลาดซื้อ เคยได้นำเสนองานทดสอบที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังสือคู่มือการใช้งานโปรแกรมซอร์ฟแวร์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ซึ่งมีวางขายอยู่ในร้านหนังสือทั่วไป แต่ทั้งนี้ด้วยความหลากหลายของโปรแกรมซอร์ฟแวร์ที่ใช้งานกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีมากมายจนผู้ใช้เองก็แทบจะติดตามกระแสของเทคโนโลยีที่กำลังจะวิ่งแซงความรู้ความสามารถของผู้ใช้ พอจะหาซื้อหนังสือมาอ่านให้ก้าวทันเทคโนโลยีทั้งทีก็ยังต้องมาเจอปัญหาที่ว่าคู่มือสอนการใช้งานโปรแกรม Software เหล่านี้ก็มีมากมายจนประหวั่นพาลไม่มั่นใจว่าจะเลือกเล่มไหนจึงจะดีที่สุด “ฉลาดซื้อ” เล็งเห็นปัญหาของผู้อ่าน เราจึงภูมิใจนำเสนองานทดสอบหนังสือคู่มือโปรแกรมคอมพิวเตอร์อีกครั้ง โดยครั้งนี้เราได้คัดและเลือกสรรหนังสือสอนการใช้งานโปรแกรมซอร์ฟแวร์หนึ่งซึ่งมีความฮอตฮิตที่สุดในการใช้งานด้านการตกแต่งภาพ และใช้งานด้านการออกแบบตกแต่งงานกราฟฟิกดีไซน์มาเป็นงานทดสอบแรกในบรรดาหนังสือคู่มือการใช้งานโปรแกรมซอร์ฟแวร์ต่างๆ ซึ่งโปรแกรมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ Adobe Photoshop นั่นเอง ในวงการของผู้ใช้งานโปรแกรมนี้ ย่อมรู้ดีว่า Adobe Photoshop นั้นเป็นโปรแกรมสำหรับงานตกแต่งภาพที่มีการพัฒนาให้มีความสะดวกสบายและง่ายต่อการใช้งานมาอย่างต่อเนื่อง เวอร์ชั่นล่าสุดของ Adobe Photoshop นั้นจึงดำเนินมาถึง Adobe Photoshop CS 4 ซึ่งข้อดีของมันเห็นจะเป็นการทำให้เครื่องมือ (Tool) ง่ายและสะดวกสบายในการใช้งานในคำสั่งต่างๆ มากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อมีการพัฒนาโปรแกรมเป็นเวอร์ชั่นใหม่ หนังสือคู่มือย่อมมีการพัฒนาเพิ่มเติมตามไปด้วย จากการสอบถามข้อมูลโดยการจัดทำสนทนากลุ่ม (Focus Group) จากผู้มีความรู้เกี่ยวกับโปรแกรม Adobe Photoshop และผู้ที่เริ่มต้นศึกษาและใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ในระดับเบื้องต้นผ่านทางการอ่านหนังสือคู่มือ ทำให้เราได้ข้อมูลที่น่าสนใจอันเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านที่จะนำเอาเกร็ดข้อคิดไปใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อหนังสือคู่มือโปรแกรม Adobe Photoshop เวอร์ชั่นต่างๆ เพื่อให้สามารถเลือกซื้อหนังสือคู่มือ โปรแกรม Adobe Photoshop ได้อย่างชาญฉลาด--------------------------ฉลาดซื้อ ได้ทำสำรวจความคิดเห็นในลักษณะ โฟกัสกรุ๊ป (Focus Group) โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจากกลุ่มผู้ที่เคยเลือกซื้อหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ซึ่งมีทั้งผู้ที่มีความรู้เรื่องการใช้โปรแกรมอยู่บ้าง ผู้ต้องการใช้โปรแกรมเพื่อปรับแต่งภาพถ่าย และผู้ที่ใช้โปรแกรมเพื่องานกราฟฟิก ทั้งผู้ที่ศึกษาอยู่ในเรื่องนี้โดยตรง และคนทั่วไปที่ต้องการศึกษาการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ด้วยตัวเอง   ข้อแนะนำก่อนเลือกซื้อหนังสือคู่มือคู่มือโปรแกรม Adobe Photoshop1.ให้เวลาอ่านเนื้อหา (ในเล่ม) สักนิดนักอ่านมือสมัครเล่นผู้ที่เคยหาซื้อหนังสือคู่มือ โปรแกรม Adobe Photoshop มาใช้แล้วนั้น กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ในกรณีของมือสมัครเล่นมักจะเกิดปัญหาจากการซื้อคู่มือบางเล่มที่แม้ลักษณะภายนอกสวยงาม และเลือกเล่มที่เหมาะกับระดับความรู้เบื้องต้นของผู้อ่านแล้ว แต่เนื้อหาภายในก็ยังไม่ได้บอกขั้นตอนที่ชัดเจน บางเล่มยังมีคำศัพท์เฉพาะหรือมีการอธิบายเชิงเทคนิคมากเกินไป ผู้อ่านทั่วไปจึงไม่เข้าใจเท่าที่ควร ผู้อ่านหลายต่อหลายท่านคงมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของตนเองในการเลือกซื้อหนังสืออยู่แล้วเป็นทุนเดิม และสิ่งที่ทำคล้ายๆ กันคือการเปิดดูคร่าว ๆ ถึงเนื้อหาภายในอ่านบ้างไม่อ่านบ้าง ซึ่งวิธีนี้สำหรับหนังสือทั่ว ๆ ไป อาจจะเป็นวิธีที่เหมาะสม แต่สำหรับหนังสือคู่มือ Adobe Photoshop นอกเหนือจากการเปิดอ่านหนังสือคู่มือคร่าว ๆ แล้ว สิ่งที่น่าสนใจและสามารถนำไปใช้ประกอบการพิจารณาเลือกซื้อ คือเนื้อหาในเล่มที่ควรจะต้องบอกขั้นตอนของการทำงานในเครื่องมือต่างๆ ของโปรแกรมได้อย่างเป็นระบบ และเข้าใจง่าย มีภาพประกอบ มีการอธิบายไม่วกวนหรือใช้ศัพท์ทางเทคนิคมากเกินไป เพราะถ้าหากผู้อ่านซื้อไปแล้วกลับอ่านไม่เข้าใจ ก็เหมือนว่าเราไม่ได้อะไรจากหนังสือเล่มนั้นเลย 2.ถามตัวเองให้แน่ใจว่าต้องการศึกษาในเรื่องไหนหลายคนที่เริ่มหัดใช้โปรแกรม Adobe Photoshop มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการใช้โปรแกรมเหล่านี้ ในงานตกแต่งภาพหรืองานดีไซน์ต่างๆ และมีไม่น้อยที่เลือกที่จะซื้อหนังสือคู่มือมาชิมลางทดลองด้วยตัวเองก่อน แต่อย่างไรก็ตามในการเลือกซื้อหนังสือผู้ซื้อควรจะให้ความสำคัญในการเลือกซื้อตั้งแต่ครั้งแรกเพื่อจะให้ได้ประโยชน์สูงสุด ไม่ต้องไปหาซื้อเล่มที่สอง เล่มที่สาม ติดต่อตามกันมาเรื่อยๆ เป็นการสิ้นเปลืองเงินไปไม่ใช่เล่น ๆ เริ่มจากการพิจารณาตัวเองก่อน การพิจารณาตัวเองในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเข้าทางธรรมะแต่อย่างใด แต่หมายถึงผู้ซื้อต้องตรวจสอบก่อนว่าตัวเองนั้นใช้ โปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อวัตถุประสงค์อย่างไร และตนเองมีพื้นความรู้บ้างหรือไม่ หากเป็นเพียงคนใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อการตกแต่งภาพของตนเองหรือเพื่อนเล็กๆ น้อยๆ หรือศึกษาเอาไว้เพื่อประดับความรู้ ก็อาจจะเลือกซื้อคู่มือสอนการใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ที่ไม่ต้องเป็นเล่มสำหรับระดับมืออาชีพ เพราะจะมีราคาไม่สูงมากนัก แต่ถ้าใครจะหันไปเอาดีทางด้านนี้ จะหาซื้อเล่มสำหรับการพัฒนาฝีมือก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพทางด้านการตกแต่งภาพกันไปเลยอันนี้ก็ไม่ว่ากันสำหรับผู้ที่ต้องการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อใช้งานตกแต่งภาพทั่วๆ ไป ในท้องตลาดหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีคู่มือเกี่ยวกับการตกแต่งภาพแยกออกมาจากหนังสือคู่มือการใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ซึ่งหนังสือเกี่ยวกับการแต่งภาพเหล่านี้ แตกต่างจากหนังสือคู่มือการใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop โดยทั่วไป ตรงที่หนังสือเหล่านี้ตอบสนองความต้องการด้านการตกแต่งภาพในลักษณะที่จำเพาะไปตามลักษณะของการแต่งภาพ เช่น แต่งภาพถ่ายให้เป็นสไตล์ต่างๆ ลบริ้วรอยของคนในภาพ ปรับแสงให้ภาพถ่ายสวยงาม เหล่านี้เป็นต้น คู่มือลักษณะนี้จึงเหมาะกับผู้ใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ที่ต้องการทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายโดยเฉพาะ 3.อย่าตัดสินจากปกสวยๆ แม้ลักษณะภายนอกของรูปเล่มหนังสือคู่มือจะมีความสวยงาม มีภาพประกอบที่ดึงดูดใจ แต่ไม่น้อยเล่มเช่นกันที่เนื้อหาภายในไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ ภาพประกอบปกที่ดูน่าเชื่อถือก็อาจจะเป็นเพียงสิ่งห่อหุ้มที่สวยงามขัดกับเนื้อหาภายใน จากการสนทนากับผู้ที่เคยเลือกซื้อหนังสือคู่มือโปรแกรม Adobe Photoshop พบว่าที่ผ่านมา มีไม่น้อยที่เลือกซื้อโดยการพิจารณาจากลักษณะภายนอกเท่านั้น เช่น ภาพประกอบปก ความหนาบางของเล่ม และสีสันของเล่ม เนื่องจากตัวเล่มในลักษณะนี้ให้ความรู้สึกของการเป็นหนังสือเกี่ยวกับการใช้โปรแกรมตกแต่งภาพและงานดีไซน์ หากมีภาพปกที่สื่อถึงความมีสไตล์หรือการออกแบบดีไซน์ สีสันที่สดใส ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้เข้าใจว่าคู่มือเล่มนั้นๆ มีความเป็นมืออาชีพ ความหนาบางของเล่มก็มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้ออีกเช่นกัน หลายคนอาจจะชอบเล่มบางเบาพกพาสะดวก บางคนชื่นชอบเล่มที่มีความหนาหน่อย แสดงให้เห็นถึงคุณภาพที่คับแน่นเต็มเล่ม 4.ราคาก็เป็นเรื่องสำคัญการเลือกซื้อหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรม Adobe Photoshop อย่างชาญฉลาด นอกจากการนำข้อควรคิดที่นำเสนอไปแล้วดังข้างต้นมาประกอบการตัดสินใจซื้อแล้ว อีกเรื่องสำคัญซึ่งท่านผู้อ่านต้องไม่ลืม คือ ควรตรวจสอบราคาของหนังสือแต่ละเล่มของแต่ละสำนักพิมพ์ก่อนตัดสินใจซื้อด้วย เนื่องจากตอนนี้หนังสือคู่มือการใช้งานโปรแกรม Adobe Photoshop ทยอยออกสู่ตลาดกันอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้เกิดการแข่งขันกันในเรื่องราคาของแต่ละสำนักพิมพ์ตามไปด้วยการเลือกซื้อหนังสือคู่มือที่เหมาะสมกับพื้นฐานความรู้ของผู้อ่านเอง อีกทั้งยังถูกใจทั้งหน้าตาภายนอก เนื้อหาภายใน อ่านทำความเข้าใจได้ง่าย ราคาสบายกระเป๋า ย่อมเป็นสิ่งที่พึงปรารถนา อาจจะเสียเวลาสักเล็กน้อยแต่รับรองว่าได้หนังสือคู่มือคุณภาพคุ้มกับราคา อีกทั้งยังได้ความรู้นำไปแต่งภาพให้สวยงามตามใจอยากได้อย่างแน่นอน ***เราสามารถแบ่งประเภทของหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรม Photoshop ได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ 1.คู่มือที่สอนเกี่ยวกับเทคนิคการปรับแต่งรูปภาพหรือภาพถ่าย และ 2.คู่มือที่สอนเรื่องการทำงานสร้างสรรค์ด้านกราฟฟิก ซึ่งเนื้อหาในหนังสือก็จะมีแบ่งระดับของผู้ที่ต้องการใช้ออกไปอีก คือมีตั้งแต่ระดับพื้นฐานหรือกลุ่มที่ไม่มีความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมมาก่อนเลย ไล่ไปจนถึงกลุ่มผู้ใช้ที่มีความรู้เรื่องโปรแกรมดังกล่าวเป็นอย่างดี ใช้งานอยู่เป็นประจำแต่ต้องการศึกษาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อใช้ในการทำงาน ซึ่งผู้ที่ต้องการจะซื้อหนังสือคู่มือการใช้โปรแกรม Photoshop ควรถามตัวเองก่อนว่าต้องศึกษาในเรื่องใด ถึงขั้นไหน และต้องลองสำรวจดูว่าตัวเรามีความรู้ความเข้าใจอยู่ในขั้นไหน เพื่อช่วยให้การเลือกซื้อหนังสือได้เหมาะสมและคุ้มค่า ตรงตามความต้องการในการใช้งานของเรามากที่สุด

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 106 ผลทดสอบ เอ็มพี 4 ปี 2009

“ปัจจุบันมีคนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นพกพาเป็นประจำทุกวัน”กลับมาอีกครั้งกับผลทดสอบเครื่องเล่นเอ็มพี 3 และ 4 ที่องค์กรทดสอบสินค้าระหว่างประเทศ หรือ ICRT ได้ทำการทดสอบไว้ โดยตัวอย่างที่ส่งเข้าทดสอบนั้นเป็นรุ่นที่เก็บตัวอย่างจากประเทศสมาชิกในยุโรป คราวนี้เอาใจผู้รักเสียงเพลงกันอีกครั้งด้วย เครื่องเสียงพกพาทั้งหมด 24 รุ่น ที่ราคาระหว่าง 1,600 - 14,800 บาท โดยมีประเด็นที่ทดสอบหลักๆ ดังนี้  คุณภาพเสียง ความสะดวกในการใช้งาน ความสะดวกในการพกพา ความทนทาน แบตเตอรี่ การโหลดเพลงจากคอมพิวเตอร์ จากการทดสอบ เราพบว่า เราสามารถมีเครื่องเล่นเพลงแบบพกพาที่เสียงดี ใช้สะดวก ทนทาน แถมฟังเพลงได้นาน ด้วยงบประมาณไม่เกิน 6,000 บาท  ถ้าสิ่งที่คุณคิดว่าสำคัญที่สุดคือคุณภาพเสียง ในกลุ่มที่เราทดสอบก็มีเครื่องเล่นที่มีคุณภาพเสียงในระดับดี (4 ดาว) อยู่ถึง 7 รุ่นให้ได้เลือกกัน ตั้งแต่ราคา 2,800 – 14,800 บาท  ในงบประมาณไม่เกิน 3,000 บาท มีเพียงรุ่นเดียวเท่านั้น (Apple iPod Shuffle) เท่านั้น ที่มีคุณภาพเสียง 4 ดาว ส่วนแต่ละรุ่นจะมีจุดเด่นจุดด้อยในด้านต่างๆ อย่างไร ดูรายละเอียดได้จากตารางในหน้าถัดไป ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงจากที่ผู้ขายได้แจ้งไว้ในอินเตอร์เน็ต กรุณาตรวจสอบราคาที่ร้านอีกครั้ง ดาวโหลดตางรางผลการทดสอบ MP4 ++ เสียงเพลงสีเขียวนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย Edinburgh ได้คิดค้นและผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ในเครื่องเล่น MP3 และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเจ้าวงจรอิเล็กทรอนิกส์สุดสร้างสรรค์และมากคุณประโยชน์ที่ชื่อว่า “EnCore” ชิ้นนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เร็วขึ้น โดยใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งการที่มันช่วยยืดอายุให้กับแบตเตอร์รี่ของเรา เท่ากับเป็นการช่วยลดการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่บ่อยๆ ช่วยลดการใช้พลังงาน ซึ่งดีกับสิ่งแวดล้อม ตอนนี้เจ้า “EnCore” ยังอยู่ในขั้นพัฒนา ฉลาดซื้อขอเอาใจช่วยเหล่านักวิทยาศาสตร์ให้ผลิตผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแบบนี้เสร็จสมบูรณ์ออกมาให้เราได้ใช้กันไวๆ ดังไป ... ไม่อนุญาตคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เสนอให้มีการกำหนดความดังของเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา สืบเนื่องจากข้อมูลการสำรวจที่พบว่า 1 ใน 10 ของคนที่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นพกพาผ่านหูฟัง อาจมีปัญหาทางการได้ยิน นักวิทยาศาสตร์พบว่าการฟังเพลงผ่านหูฟังด้วยเสียงดังๆ เป็นเวลา 1 ชั่วโมงต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลามากกว่า 5 ปี มีโอกาสเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้หูได้รับอันตราย ข้อเสนอนี้กำหนดให้มีการควบคุมความดังของเสียงจากจุดกำเนิดเสียง ซึ่งก็คือตัวปรับเพิ่ม-ลดเสียงของเครื่องเล่นเพลงแบบพกพา ทั้งเครื่องเล่น MP3 และโทรศัพท์มือถือที่มีฟังก์ชั่นการฟังเพลง โดยคณะกรรมาธิการฯ เสนอว่าไม่ควรเกิน 80 เดซิเบล และไม่ควรฟังเกิน 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งคนส่วนใหญ่มักชอบปรับเสียงวอลลุ่มให้ดังเข้าไว้ โดยเฉพาะเวลาที่เดินอยู่บนถนนหรือนั่งรถเมล์ อาการเจ็บป่วยที่เกิดจากการฟังเพลงเสียงดังๆ ผ่านหูฟัง อาจจะต้องใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะแสดงออก ซึ่งกว่าจะถึงวันนั้นก็อาจสายเกินเยียวยาแล้วปัจจุบันมีคนกว่า 100 ล้านคนทั่วโลกฟังเพลงผ่านเครื่องเล่นพกพาเป็นประจำทุกวัน

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point