ฉบับที่ 182 เครื่องพิมพ์ all-in-one

สำหรับใครที่อยากมีเครื่องพิมพ์สำหรับพิมพ์งานนำเสนอที่ต้องใช้สี สแกนหรือทำสำเนาเอกสาร หรือสั่งพิมพ์รูปถ่ายจากไฟล์ออกมาติดฝาบ้านโดยไม่หวั่นต่อค่าหมึกหรือค่ากระดาษ ฉลาดซื้อฉบับนี้มีผลการทดสอบเครื่องพิมพ์แบบออล-อิน-วัน มาฝาก องค์กรผู้บริโภคของออสเตรเลียและองค์กรทดสอบระหว่างประเทศได้ทำการทดสอบเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเนื้อที่อันจำกัดเราจึงขอเสนอเพียง 22 รุ่นที่ได้คะแนนรวมมากกว่า 70 คะแนน ทีมงานให้คะแนนเครื่องพิมพ์เหล่านี้จากคุณภาพงานพิมพ์ สแกน ทำสำเนา รวมถึงการใช้งานและการเชื่อมต่อกับเครือข่ายด้วย พลิกหน้าต่อไปเพื่อดูเครื่องพิมพ์ที่คุณสนใจ ย้ำอีกครั้งว่าคุณต้องมั่นใจว่าจะใช้มันอย่างคุ้มค่า เพราะถ้าทิ้งไว้นานโดยไม่ใช้ หัวฉีดอาจอุดตัน เป็นภาระให้คุณต้องยกไปซ่อมอีก เช่นเคยเราพบว่าของดีที่สุดไม่จำเป็นต้องแพงที่สุด การทดสอบครั้งนี้พบว่าสามรุ่นที่ได้คะแนนสูงสุดมีสนนราคาตั้งแต่ 3,000 ไปจนถึง 14,590 บาท -------------------------------------------------------------------------------คะแนนรวม 100 แต้มแบ่งออกเป็น คุณภาพงานพิมพ์และเวลาที่ใช้* (ร้อยละ 45) การสแกน (ร้อยละ 15) การทำสำเนา (ร้อยละ 15) ความสะดวกในการใช้งาน (ร้อยละ 20) และการเชื่อมต่อ (ร้อยละ 5)------------------------------------------------------------------------------- คุณภาพงานพิมพ์ วัดจากการสั่งพิมพ์เอกสารข้อความขาวดำ ตารางแสดงสี บนกระดาษธรรมดา และเอกสารที่มีข้อความและภาพประกอบสี และรูปถ่ายความละเอียดสูง (ขนาดภาพ 8x10 นิ้ว) บนกระดาษคุณภาพสูง นอกจากนี้ยังดูความทนทานต่อความชื้นด้วยการใช้ปากกาไฮไลท์ป้ายบนเอกสาร และใช้น้ำหยดลงบนภาพถ่ายหลัง 24 ชั่วโมง                                                                 

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 178 ประสิทธิภาพ “เครื่องดูดฝุ่น”

เครื่องดูดฝุ่น ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตประจำวัน ช่วยให้การทำความสะอาดบ้านง่ายขึ้นเยอะ ทุ่นแรงทุ่นเวลา หลายบ้านอยากจะมีเจ้าเครื่องดูดฝุ่นไว้ใช้งาน แต่อาจยังติดเรื่องราคาที่ค่อนข้างสูง และอาจยังไม่มั่นใจว่าซื้อมาแล้วจะใช้งานได้คุ้มค่าหรือเปล่า แถมยังสงสัยเรื่องประสิทธิภาพในการดูดฝุ่นว่าจะดีจริงอย่างที่โฆษณาหรือเปล่า เพื่อไขข้อข้องใจให้กับคนที่กำลังมองหาเครื่องดูดฝุ่นไว้ใช้งานสักเครื่อง ฉลาดซื้อฉบับนี้จึงขอนำเสนอผลทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้ พลังในการดูด ไปดูกันสิว่าเครื่องยี่ห้อไหน รุ่นอะไร คุ้นค่าน่าซื้อกันบ้าง การทดสอบครั้งนี้ทดสอบโดย เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ตัวอย่างเครื่องดูดฝุ่นที่นำมาทดสอบครั้งนี้มีทั้งหมด 9 ตัวอย่าง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่น เป็นถุงผ้า จำนวน 3 ตัวอย่าง ได้แก่ Tefal รุ่น city space TW2422 AH ระบุกำลังไฟฟ้า 2000 วัตต์Philips รุ่น PowerLife FC 8451 ระบุกำลังไฟฟ้า 1900 วัตต์ Panasonic รุ่น MC-CG 331ระบุกำลังไฟฟ้า 1600 วัตต์ 2.กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็น ถังพลาสติก จำนวน 6 ตัวอย่าง ได้แก่Samsung รุ่น VCMA 18 AV ระบุกำลังไฟฟ้า 1800 วัตต์Hitachi รุ่น CV-SH18 ระบุกำลังไฟฟ้า 1800 วัตต์Sharp รุ่น EC-L518-V ระบุกำลังไฟฟ้า 1800 วัตต์Electrolux รุ่น MobiMAXX ZAR 3500 ระบุกำลังไฟฟ้า 1600 วัตต์Imaflex รุ่น VC-932 ระบุกำลังไฟฟ้า 1600 วัตต์ LG รุ่น VC 2316 NND.BORPETH ระบุกำลังไฟฟ้า 1600 วัตต์                                         ฉลาดซื้อแนะนำ• ก่อนซื้อควรพิจารณาว่า เครื่องดูดฝุ่นของเราสามารถดูดฝุ่นเก็บในปริมาณมากหรือน้อย ซึ่งสามารถดูจากปริมาตรของถุงและถังเก็บฝุ่น• อย่าลืมตรวจสอบอุปกรณ์เสริมสำหรับการใช้งานในที่แคบ บางยี่ห้อไม่มีอุปกรณ์เสริมสำหรับการดูดฝุ่นในที่แคบ • กำลังไฟฟ้าที่ระบุไว้ (จากการทดสอบนี้) อาจไม่ได้ส่งผลต่อความสามารถในการดูดฝุ่น จะเห็นได้ว่า ในกรณีของกลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงผ้า เครื่องดูดฝุ่นยี่ห้อ Philips ซึ่งระบุกำลังไฟฟ้าที่ 1900 วัตต์ สามารถดูดผงทรายและผงเหล็ก ได้ดีกว่ายี่ห้อ Tefal ซึ่งระบุกำลังไฟฟ้าที่ 2000 วัตต์ ในกรณีของ กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถังพลาสติก เครื่องดูดฝุ่น ยี่ห้อ Imaflex ซึ่งระบุกำลังไฟฟ้าที่ 1600 วัตต์ สามารถดูดผงทรายและผงเหล็ก ได้ดีกว่า ยี่ห้อ Hitachi ซึ่งระบุกำลังไฟฟ้าที่ 1800 วัตต์----------------------------------------------------- วิธีการทดสอบ1.ทดสอบ “ดูดผงเหล็ก” และ “ผงทราย” บนพื้นพรม และ ทดสอบดูดผงทรายบนพื้นปูน-นำผงเหล็กและผงทรายที่ชั่งน้ำหนักแล้วไปโรยบนพื้นพรม และพื้นปูน ปาดผงเหล็กและผงทรายเกลี่ยให้ทั่ว บนพื้นที่ทดสอบ ขนาด 3 เมตร x 3 เมตร -การทดสอบดูดผงเหล็กบนพื้นพรม เครื่องดูดฝุ่น กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงผ้า ใช้ปริมาณผงเหล็ก 2.5 กิโลกรัม ส่วนเครื่องดูดฝุ่น กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงพลาสติก ใช้ปริมาณของผงเหล็ก 5 กิโลกรัม-การทดสอบดูดผงทรายบนพื้นพรม เครื่องดูดฝุ่น กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงผ้า ใช้ปริมาณผงทราย 1.5 กิโลกรัม ส่วนเครื่องดูดฝุ่น กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงพลาสติก ใช้ปริมาณของผงทราย 3 กิโลกรัม-การทดสอบดูดผงทรายบนพื้นปูน ทั้งเครื่องดูดฝุ่น กลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุง และกลุ่มที่มีที่เก็บฝุ่นเป็นถุงพลาสติก ใช้ปริมาณของผงทราย 1.5 กิโลกรัม เท่ากัน-เปิดเครื่องดูดฝุ่นให้มีกำลังสูงสุด ดูดจนกระทั่งพื้นพรมและพื้นปูนสะอาด จับเวลา และวัดการใช้พลังงานด้วยเครื่องวัดการใช้พลังงานไฟฟ้า ยี่ห้อ Voltcraft รุ่น Cost Control 3000 SET-ชั่งน้ำหนักของผงเหล็กและผงทราย ที่เครื่องดูดฝุ่นสามารถดูดกลับคืนมาได้ 2.ทดสอบความดังของเสียง-เปิดเครื่องดูดฝุ่นที่ระดับกำลังสูงสุด ทำการดูดผงทรายที่พื้นปูน เป็นเวลา 1 นาที-วัดระดับความดังของเสียง ด้วยเครื่องวัดความดังเสียง ยี่ห้อ ONO SOKKI รุ่น LA 4440 บันทึกค่าความดังสูงสุดที่วัดได้ 3.ประเมินความสามารถในการดูดฝุ่นในที่แคบการทดสอบนี้จึงใช้การประเมินความสามารถในการดูดในพื้นที่แคบ โดยดูจากขนาดของปากท่อและความยาวของหัวดูด ซึ่งขนาดของปากท่อที่ดูดขนาดเล็กจะมีความสามารถในการแทรกซอนลงไปในพื้นที่แคบได้ดีกว่า เกณฑ์การให้คะแนนการทดสอบ “ดูดผงเหล็ก” และ “ผงทราย” บนพื้นพรม และ ทดสอบดูดผงทรายบนพื้นปูนดีมาก : 3 คะแนน (สามารถดูดผงเหล็กกลับคืนได้ครบ)ดี : 2 คะแนน (สามารถดูดผงเหล็กกลับคืนได้เกินกว่า 90 %ของน้ำหนักทั้งหมด)ผ่าน : 1 คะแนน (สามารถดูดผงเหล็กกลับคืนได้น้อยกว่า 90 %ของน้ำหนักทั้งหมด) การทดสอบ การวัดความดังของเสียง ดีมาก : 3 คะแนน (ระดับเสียงน้อยกว่า 75 เดซิเบล)ดี : 2 คะแนน (ระดับเสียงระหว่าง 75-80 เดซิเบล)ผ่าน : 1 คะแนน (ระดับเสียงมากกว่า 80 เดซิเบล) การประเมินความสามารถในการดูดฝุ่นในที่แคบ ดีมาก : 3 คะแนน (สามารถใช้ดูดได้ในที่แคบและลึก)ดี : 2 คะแนน (สามารถใช้ดูดได้ในที่แคบ)ผ่าน : 1 คะแนน (ใช้ดูดได้ในที่แคบ)ไม่ผ่าน : 0 คะแนน (ใช้ในการดูดในที่แคบไม่ดี) กิตติกรรมประกาศเครือนักวิชาการเพื่อผู้บริโภคขอขอบคุณภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ที่ให้ความอนุเคราะห์ การใช้เครื่องมือวัดระดับความดังของเสียงในการทดสอบการใช้งานเครื่องดูดฝุ่นครั้งนี้      

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 176 “เคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิก” เจ้าไหนน่าสนใจกว่ากัน

เมื่อช่องรายการที่สามารถรับชมได้ฟรีทั้ง 36 ช่องใหม่ที่ดูได้จากกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลและอีกกว่า 100 ช่องดูฟรีจากกล่องรับสัญญาณจานดาวเทียมทั้งแบบ จานดำหรือจานตะแกรง (ระบบ C Brand) และแบบ จานทึบ (KU Brand) ยังไม่โดนใจคนชอบดูทีวี “ช่องรายการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก” หรือเคเบิลทีวีจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับคนที่อยากชมรายการทีวีที่แตกต่างออกไป ด้วยคุณภาพของรายการที่ดีกว่ารายการจากช่องฟรีทีวี รายการส่วนใหญ่เป็นรายการยอดนิยมจากต่างประเทศ รวมทั้งมีการแข่งขันกีฬาดังระดับโลกที่ถ่ายทอดให้ชมแบบสดๆ อย่าง ฟุตบอล หรือ เทนนิส ที่เดี๋ยวนี้ถูกเคเบิลทีวีซื้อลิขสิทธิ์ไปหมดแล้ว เพียงแต่มีเงื่อนไขสำคัญว่าต้องพร้อมที่จะจ่ายค่าบริการเพื่อสิทธิ์ในการรับชม“จุดเด่น” และ “จุดด้อย” ของช่องรายการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกจุดเด่น1.ช่องรายการส่วนใหญ่เป็นช่องรายการยอดนิยมจากต่างประเทศ โดยเฉพาะ พวกรายการกีฬา ภาพยนตร์ ซีรีส์ สารคดี ซึ่งหลายรายการออกอากาศใกล้เคียงหรือพร้อมกันกับที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาจากต่างประเทศ เช่น ฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุดที่หลายๆ คนยกให้เป็นเหตุผลแรกในการเลือกติดตั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิก 2.ช่องรายการจากต่างประเทศส่วนใหญ่ออกอากาศด้วยระบบความคมชัดสูง หรือระบบ HD (High-Definition) 3.ช่องรายการจากต่างประเทศส่วนใหญ่มีระบบเสียงภาษาอังกฤษและมีคำบรรยายไทยประกอบ บางช่องรายการก็เป็นระบบ 2 ภาษา 4.มีโฆษณาน้อยกว่าช่องฟรีทีวี ช่องรายการทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกจะมีโฆษณาคั่นรายการน้อยกว่าช่องรายการฟรีทีวีตามที่ พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ได้กำหนดไว้ว่า ทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกสามารถมีโฆษณาได้ไม่เกินชั่วโมงละ 6 นาที หรือรวมเฉลี่ยตลอดทั้งวันไม่เกินชั่วโมงละ 5 นาที แต่หากเป็นช่องฟรีทีวีสามารถมีโฆษณาได้ชั่วโมงละไม่เกิน 12 นาทีครึ่ง หรือรวมตลอดทั้งวันแล้วเฉลี่ยไม่เกินชั่วโมงละ 10 นาที 5.ปัจจุบันนี้ผู้ให้บริการเคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิกหลายเจ้า เช่น GMMZ, PSI+CTH ใช้วิธีการขายแพ็คเก็จชมช่องรายการแบบเติมเงิน คือผู้ชมสามารถเลือกช่วงเวลาที่อยากซื้อแพ็คเก็จได้ ซึ่งแพ็คเก็จส่วนใหญ่จะรับชมได้อย่างน้อย 30 วันต่อการซื้อแพ็คเก็จ 1 ครั้ง เมื่อครบกำหนดเราจะเลือกซื้อแพ็คเก็จต่อหรือไม่ซื้อเติมก็ได้ หรือจะเลือกเปลี่ยนเป็นแพ็คเก็จอื่นก็ได้เช่นกัน จุดด้อย 1.ช่องรายการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 300 – 2,000 กว่าบาทต่อเดือน 2.มีสัญญาผูกมัด บางเจ้าผู้ให้บริการอย่าง ทรู วิชั่น มีเงื่อนไขในการรับชมว่าแม้จะฟรีค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้ง แต่ยังมีค่ารักษาอุปกรณ์ 1,000 – 2,000 บาท รวมทั้งต้องอยู่ในสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 6 เดือน หรือ 12 เดือน หากผู้ใช้ขอยกเลิกบริการก่อนครบสัญญา จะถูกคิดค่าอุปกรณ์ แต่การกำหนดข้อสัญญาในลักษณะนี้ ขัดกับประกาศของ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 ที่ระบุไว้ว่า กรณีที่ผู้ให้บริการได้มีการมอบอุปกรณ์หรืออื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับชมช่องรายการทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกให้แก่ผู้ใช้บริการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นประโยชน์ในการรับชมของสมาชิก ผู้ให้บริการจะนำการให้อุปกรณ์ดังกล่าวมาเป็นเงื่อนไขในการเรียกเก็บเป็นค่าปรับหรือค่าเสียหายกับผู้ใช้บริการในกรณีที่ผู้ใช้บริการขอยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดไม่ได้ ยกเว้นกรณีเกิดความเสียหายจากตัวผู้ใช้งานเองรู้ก่อนสมัครเป็นสมาชิกเคเบิลทีวี1.ผู้ให้บริการต้องแจ้งรายละเอียดเงื่อนไขการบริการที่ชัดเจน ครบถ้วน อัตราค่าบริการทั้งหมด ระยะเวลาในการรับชม ช่องรายการที่จะได้รับชม รายละเอียดรายการ อุปกรณ์อื่นๆ ที่จำเป็นต่อการรับชม ข้อจำกัดต่อการให้บริการ เช่น ขอบเขตพื้นที่ในการให้บริการ ระยะเวลาในการให้บริการ และเงื่อนไขในการปฏิเสธการให้บริการและการขอยกเลิกการเป็นสมาชิก 2.หากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการให้บริการที่ผิดไปจากสัญญาณที่ได้ทำไว้กับสมาชิก ผู้ให้บริการต้องมีการแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรกับสมาชิกไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนทำการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากการเปลี่ยนแปลงนั้นส่งผลให้สิทธิในการรับชมของสมาชิกลดน้อยลงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ ผู้ให้บริการจะต้องมีการชดเชย ด้วยการลดหรือยกเว้นค่าบริการให้กับผู้ใช้บริการ 3.หากเกิดเหตุขัดข้องจนผู้ใช้บริการไม่สามารถรับชมช่องรายการทีวีดาวเทียมแบบบอกรับสมาชิกได้ตามปกติ ผู้ให้บริการต้องดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุด และต้องมีการชดเชยเยียวยาให้กับผู้ใช้บริการตามความเหมาะสม 4.การจัดเก็บค่าบริการ ผู้ให้บริการต้องจัดส่งใบแจ้งรายการให้ผู้ใช้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 50 วันก่อนวันครบกำหนดชำระ โดยใบแจ้งรายการดังกล่าวจะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับอัตราค่าบริการ ค่าเครื่องอุปกรณ์หรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องในการใช้บริการ และการคํานวณค่าบริการที่ชัดเจนเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าใจถึงที่มาของค่าใช้จ่ายที่ปรากฏอยู่ในใบแจ้งรายการนั้นได้ พร้อมทั้งกําหนดวิธีการในการรับชําระเงินให้ชัดเจน 5.ห้ามผู้ให้บริการเรียกเก็บค่าบริการอื่นนอกเหนือจากที่กําหนดไว้ในสัญญา 6.เมื่อผู้ใช้บริการได้ชําระค่าบริการแล้ว ผู้ให้บริการต้องออกหลักฐานการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ 7.ผู้ใช้บริการมีสิทธิเลิกสัญญาในเวลาใดก็ได้ด้วยการบอกกล่าวเป็นหนังสือให้แก่ผู้ให้บริการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะต้องชำระค่าบริการจนถึงวันที่การยกเลิกสัญญามีผลบังคับ 8.ในกรณีที่มีเหตุดังต่อไปนี้ ผู้ใช้บริการอาจใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ทันที8.1 ผู้ใช้บริการไม่สามารถรับบริการจากผู้ให้บริการได้ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ใช้บริการ8.2 ผู้ให้บริการได้ละเมิดข้อตกลงอันเป็นสาระสำคัญของสัญญา8.3 ผู้ให้บริการตกเป็นบุคคลล้มละลาย8.4 ผู้ให้บริการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงในสัญญาหรือเงื่อนไขในการให้บริการ เป็นผลทำให้สิทธิประโยชน์ของผู้ใช้บริการลดน้อยลงกว่าที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญา (ที่มา : ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556)   ตารางเปรียบเทียบราคาแพ็คเก็จต่างๆ ของเคเบิลทีวีแบบบอกรับสมาชิก               *จำนวนช่องรายการที่แจ้งไม่รวมช่องรายการจากกล่องดิจิตอลทีวีและช่องรับชมฟรีจากกล่องดาวเทียม**สำรวจล่าสุดเดือนตุลาคม 2558ทรู วิชั่นมีจุดเด่นคือมีช่องรายการให้รับชมมากที่สุดเมื่อเทียบกับทุกแพ็คเก็จและทุกผู้ให้บริการ รวมทั้งมีรายการความคมชัดสูง หรือ HD ให้ชมมากที่สุด ช่องรายการเด่นๆ ส่วนใหญ่เป็นพวกรายการบันเทิงลิขสิทธิ์จากต่างประเทศ เช่น HBO, Discovery Channel, History Channel และช่องการแข่งขันกีฬาต่างประเทศ เช่น ฟุตบอล บาสเก็ตบอล อเมริกันฟุตบอล กอล์ฟ ฯลฯ และช่องถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศไทย ซึ่งทรู วิชั่นได้ลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอด รวมทั้งยังมีช่องรายการที่ทรูผลิตเอง เน้นรายบันเทิงและละคร แต่จุดด้อยของทรู วิชั่น ก็คือการต้องสมัครสมาชิกทำสัญญาและจ่ายค่าบริการต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้ค่าสมาชิกที่ต้องจ่ายต่อเดือนถือว่าค่อนข้างสูงหากต้องการดูแพ็คเก็จที่ดีที่สุดจีเอ็มเอ็มแซดจีเอ็มเอ็มแซด เน้นช่องรายการภาพยนตร์และบันเทิงจากต่างประเทศ และมีช่องถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศซึ่งถือเป็นจุดขายหลัก เพราะมีช่องถ่ายทอดสดฟุตบอลเมื่อรวมกับช่องลิขสิทธิ์ของ ซีทีเอช ที่ถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทย รวมๆ แล้วมีช่องที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศเกือบ 10 ช่อง จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ จีเอ็มเอ็มแซด ก็คือสามารถเลือกซื้อแพ็คเก็จได้อิสระ มีระยะเวลาขั้นต่ำสุดที่ 30 วัน ไม่มีสัญญาผูกมัด อยากดูเมื่อไหร่ก็ซื้อ แต่ต้องมีกล่องของจีเอ็มเอ็มแซดเป็นอุปกรณ์รองรับในการรับชมพีเอสไอ+ซีทีเอชแพ็คเก็จช่องรายการเหมือนกันกับของ จีเอ็มเอ็มแซด ทั้งหมด จุดเด่นของช่องรายการก็คือการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลต่างประเทศเหมือนกัน สามารถเลือกซื้อแพ็คเก็จได้อิสระไม่ผูกมัดสัญญาเหมือนกัน แต่มีตัวเลือกเรื่องราคามากกว่า ราคาแพ็คเก็จเริ่มต้นถูกกว่าของ จีเอ็มเอ็มแซด เจ้าอื่นๆ อาร์เอส ซันบ็อกซ์ก่อนหน้านี้กล่องอาร์เอส ซันบ็อกซ์ ถือว่าได้รับความนิยมไม่น้อยในช่วงที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เพราะเป็นกล่องที่ได้ลิขสิทธิ์การถ่ายทอด แต่สุดท้ายก็ถูกท้วงติงจาก กสทช. ว่าต้องนำการแข่งขันฟุตบอลโลกออกฉายทางช่องฟรีทีวีด้วย พอจบการแข่งขันฟุตบอลโลกและหมดสิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลต่างประเทศ ทำให้กล่องอาร์เอส ซันบ็อกซ์ก็ไม่มีจุดขายอะไรดึงดูดคนดูทีวีอีกเลย ปัจจุบันนอกจากช่องรายการดิจิตอลทีวีและช่องดูฟรีจากจานดาวเทียม ก็มีช่องที่ทางอาร์เอส ซันบ็อกซ์ผลิตเองอีก 3-4 ช่อง แต่กล่องอาร์เอส ซันบ็อกซ์ก็สามารถรับชมแพ็คเก็จพรีเมียร์ลีก พลัส SD ของ ซีทีเอช โดยซื้อได้ในราคา 599 บาทต่อเดือนไอพีเอ็มมีแพ็คเก็จที่ขายกล่องรับสัญญาณพร้อมแพ็คเก็จในการรับชมช่องรายการที่ทางกล่องเป็นผู้ผลิตเอง และช่องฟรีทีวีอื่นๆ จากจานดาวเทียม มีทั้งช่องความคมชัดปกติและช่องความคมชัดสูง จุดเด่นของช่องรายการ ไอพีเอ็ม คือมีช่องรายการท้องถิ่นมีการถ่ายทอดกีฬาและงานประเพณีท้องถิ่นในประเทศ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 174 “หม้อหุงข้าวดิจิตอล” เปรียบเทียบประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

เพราะยุคนี้เป็นยุคดิจิตอล อะไรๆ ก็ต้องเป็นดิจิตอล ขนาดหม้อหุงข้าวยังมี “ระบบดิจิตอล” หม้อหุงข้าวระบบดิจิตอล จะช่วยให้การเข้าครัวไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป เพราะแม้จะใช้ชื่อว่าหม้อหุงข้าว แต่หม้อหุงข้าวระบบดิจิตอลไม่ได้มีหน้าที่แค่หุงข้าวเหมือนหม้อข้าวไฟฟ้าธรรมดาทั่วไป เพราะหม้อหุงข้าวดิจิตอลทำได้หลากหลายเมนู ไม่ว่าจะ หุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง ไปจนถึงของหวานอย่างขนมเค้ก ที่ทำได้ง่ายๆ แค่ปลายนิ้วสั่ง สรรพคุณฟังดูดีขนาดนี้ แฟนๆ ฉลาดซื้อคงสนใจอยากจะเป็นเจ้าของหม้อหุงข้าวระบบดิจิตอลสักเครื่อง เพราะฉะนั้นก่อนที่จะออกไปหาซื้อมาใช้งาน ต้องไม่พลาดที่จะอ่านบทความผลทดสอบ “ประสิทธิภาพของหม้อหุงข้าวระบบดิจิตอล” ทดสอบเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวระบบดิจิตอลฉลาดซื้อได้สุ่มเก็บตัวอย่างหม้อหุงข้าวดิจิตอลจำนวน 7 ยี่ห้อ เพื่อทดสอบเปรียบเทียบดูประสิทธิภาพในการหุงข้าวของหม้อหุงข้าวดิจิตอล โดยดู 3 เรื่องสำคัญคือ ระยะเวลาในการหุง พลังงานที่ใช้ และคุณภาพของข้าวที่หุงสุก โดยทีมเครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค เป็นผู้ทำหน้าที่ดำเนินการทดสอบในครั้งนี้ สำหรับการทดสอบได้ทำการแบ่งกลุ่มของหม้อหุงข้าวออกเป็น 2 กลุ่ม ตามปริมาณความจุของหม้อ   กลุ่มแรก คือหม้อหุงข้าวดิจิตอลที่มีความจุสูงสุดของหม้อที่ปริมาณ 1 ลิตร ได้แก่ 1.Tefal รุ่น RK7021 71              ไม่ระบุกำลังไฟฟ้า2.Panasonic รุ่น SR-MS103       กำลังไฟฟ้า 750 วัตต์3.Philips รุ่น HD 3031                ไม่ระบุกำลังไฟฟ้า 4.Electrolux รุ่น ERC6503W      ไม่ระบุกำลังไฟฟ้า 5.Toshiba รุ่น RC-10NMF          กำลังไฟฟ้า 560 วัตต์   กลุ่มที่สอง คือหม้อหุงข้าวดิจิตอลที่มีความจุสูงสุดของหม้อที่ปริมาณ 1.8 ลิตร ได้แก่1.Sharp รุ่น KS-COM18        กำลังไฟฟ้า 830 วัตต์2.Hitachi รุ่น RZ-XMC18       กำลังไฟฟ้า 820 วัตต์ ผลการทดสอบประสิทธิภาพในการหุงข้าวของหม้อหุงข้าวดิจิตอล(กลุ่มความจุ 1 ลิตร) ผลการทดสอบคุณภาพของข้าวกล้องทุกหม้อในกลุ่มความจุ 1 ลิตร พบว่า หุงได้สุกทั่วทั้งหม้อโดย หม้อหุงข้าวที่ได้คะแนนรวมสูงสุด 3 อันดับแรก คือ1.Toshiba รุ่น RC-10NMF        40 คะแนน2.Tefal รุ่น RK7021 71            38 คะแนน 3.Philips รุ่น HD 3031             38 คะแนน•    หม้อหุงข้าวที่หุงเสร็จเร็วที่สุด(ได้คะแนนรวมเท่ากัน 10 คะแนนจาก 15 คะแนน) คือ 1.Tefal รุ่น RK7021 71 2.Panasonic รุ่น SR-MS103 3.Philips รุ่น HD 3031•    หม้อหุงข้าวที่ประหยัดพลังงานที่สุดในการทดสอบ คือToshiba รุ่น RC-10NMF•    หม้อหุงข้าวที่ใช้พลังงานมากที่สุดในการทดสอบ คือPanasonic รุ่น SR-MS103เหตุผล เนื่องจากมีกำลังไฟฟ้าสูงกว่าตัวอย่างหม้อหุงข้าวอื่นในกลุ่มหม้อที่มีความจุ 1 ลิตร ซึ่งมีกำลังไฟสูงเกินความจำเป็น การใช้งานเป็นระยะเวลานานทำให้สิ้นเปลืองพลังงานมากกว่า ผู้บริโภคควรหลีกเลี่ยงการใช้หม้อหุงข้าวที่มีกำลังไฟฟ้าสูงเกินความจำเป็นผลการทดสอบประสิทธิภาพในการหุงข้าวของหม้อหุงข้าวดิจิตอล (กลุ่มความจุ 1.8 ลิตร)หม้อหุงข้าวที่หุง เสร็จเร็วกว่า ประหยัดพลังงานมากกว่า และคุณภาพข้าวที่หุงสุกดีกว่า คือ หม้อหุงข้าวดิจิตอลยี่ห้อ Hitachi รุ่น RZ-XMC18 กำลังไฟฟ้า 820 วัตต์ การเลือกซื้อหม้อหุงข้าวไฟฟ้า    •    หม้อหุงข้าวไฟฟ้าและดิจิตอล มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ด้านความปลอดภัยควบคุมอยู่•    เลือกซื้อที่มีการรับประกัน เมื่อการปัญหาในการใช้งานต้องมีศูนย์ที่พร้อมให้การดูแลซ่อมแซม•    เลือกขนาดความจุของหม้อและกำลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการในการใช้งาน เพื่อเป็นการประหยัดไฟฟ้า•    หม้อหุงข้าวระบบดิจิตอล ควรมีข้อความเป็นภาษาไทยกำกับที่ปุ่มควบคุมการใช้งาน เพื่อง่ายต่อการใช้•    ต้องมีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายบอกปริมาณในส่วนหม้อหุงข้าวด้านใน ขีดบอกระดับ หรือ สัญลักษณ์อื่นที่แสดงความจุที่กำหนด ซึ่งมองเห็นได้ในขณะเติมน้ำวิธีดูแลรักษา1)    ไม่ควรใส่ข้าวและน้ำไม่เกินขนาดของหม้อ2)    การทำความสะอาด ให้เช็ดด้วยผ้าหมาดชุบน้ายาล้างภาชนะ เช็ดด้วยผ้าชุบน้าสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าให้แห้ง3)    ส่วนที่เป็นหม้อหุงข้าว ต้องเช็ดด้านนอกของหม้อให้แห้ง โดยเฉพาะส่วนที่เป็นก้นหม้อ ก่อนทำการหุง4)    ห้ามเปิดฝาขณะน้ำเดือด5)    ห้ามปิดช่องระบายไอน้ำและฝาหม้อในขณะที่หม้อหุงขาวทำงาน6)    ใช้ทัพพีตักข้าวที่ให้มาเท่านั้น ไม่ควรใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีความคม7)    ใส่หม้อในก่อนเสียบปลั๊กไฟเข้ากับเต้ารับ8)    ถอดปลั๊กไฟออกทุกครั้งหลังเลิกใช้งาน 9)    ปล่อยให้เย็นลงก่อนทำความสะอาด          

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 171 ประสิทธิภาพเครื่องปั่นและเครื่องบดไฟฟ้า

เครื่องปั่นอาหาร หรือเบลนเดอร์ เป็นอุปกรณ์เครื่องครัวที่จำเป็นพอสมควร เพราะเป็นเครื่องทุ่นแรงชั้นดีของคุณแม่บ้าน พ่อบ้านที่ชมชอบการทำอาหาร  ด้วยความสามารถในการปั่นอาหารให้เป็นชิ้นเล็กละเอียด แทนการสับด้วยมีด ซึ่งต้องออกแรงมาก และใช้ทำน้ำผลไม้ปั่น (ปั่นรวมกับน้ำแข็ง) หรือสมูทตี้ได้อีกด้วย             ในตลาดบ้านเราก็มีผลิตภัณฑ์เครื่องปั่น เครื่องบดไฟฟ้า อยู่หลายยี่ห้อ ฉลาดซื้อจึงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จำนวน 9 ตัวอย่าง ซึ่งเลือกซื้อจากห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ ส่งให้เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ได้ทดสอบในเรื่องประสิทธิภาพ การปั่นและการบด จากผลการทดสอบมีรุ่นที่แนะนำอยู่สองตัว ติดตามได้ในหน้าถัดไป                         ฉลาดซื้อแนะ 1.      เครื่องปั่น Philips รุ่น HR 2115 และ 7 Otto รุ่น BE-126 ได้คะแนนการทดสอบรวม เกินครึ่ง คือ 12 คะแนน และ 11 คะแนนตามลำดับ (จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน) 2.      จากการทดสอบการใช้งานของเครื่องปั่นและเครื่องบด สามารถสรุปได้ว่า เครื่องปั่นที่ผ่านการทดสอบ ทุกการทดสอบ คือ Otto รุ่น BE-126 เป็นเครื่องปั่นอเนกประสงค์ที่สามารถปั่นและบดได้ 3.      ในการปั่นน้ำผลไม้ ที่ต้องใช้น้ำแข็งก้อน แนะนำเครื่องปั่น Philips รุ่น HR 2115 4.      ในการใช้เครื่องปั่นและเครื่องบด นั้น โดยทั่วไป ในการปั่นผักผลไม้ และการบดเนื้อ ผู้บริโภคสามารถตัดหรือ ซอย ผัก ผลไม้ และเนื้อให้มีขนาดเล็กลงได้ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการปั่นหรือบด เพิ่มขึ้น แน่นอนว่า ก็เป็นภาระที่ยุ่งยาก และเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นกัน ยิ่งกำลังไฟฟ้า มีขนาดเล็กเท่าไหร่ ผู้บริโภคก็มีภาระในการ ตัดและ ซอย ให้มีขนาดเล็กลง เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ได้ความละเอียดในการปั่นและบดเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับ เครื่องปั่นที่มีกำลังไฟฟ้าสูงกว่า แต่อย่างไร ก็ตามจากผลการทดสอบจะเห็นว่า เครื่องปั่นที่มีกำลังสูงสุดในการทดสอบครั้งนี้ ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ประกันว่า ความสามารถในการปั่นและการบด จะสูงขึ้นตามกำลังไฟฟ้าที่ระบุไว้   ข้อสังเกต ผลการทดสอบปั่นน้ำแข็ง Philips รุ่น HR 2115 สามารถปั่นน้ำแข็งก้อน ได้ละเอียดมากที่สุด(คะแนน ดีมาก) รองลงมาคือ Electrolux รุ่น CRUZO Serie EBR 2601 SHARP รุ่น EM-ICE POWER และ Panasonic รุ่น  MX-900 M สามารถปั่นน้ำแข็งก้อน ได้ละเอียดมาก(คะแนน ดี) ส่วน Otto รุ่น BE-126 และ Tefal  รุ่น BL 233 สามารถปั่นน้ำแข็งก้อน ได้(คะแนน ผ่านการทดสอบ) สำหรับ HW รุ่น CH1  และ Tefal  รุ่น BL 3001 ไม่สามารถปั่นก้อนน้ำแข็งให้ละเอียดได้เลย และเป็นที่น่าสังเกตว่า กำลังไฟฟ้าของเครื่องปั่น HW รุ่น CH1  ที่มีกำลังสูงสุด คือ 750 วัตต์ ตามที่ระบุไว้นั้น ไม่ได้มีผลต่อความสามารถในการปั่นน้ำแข็ง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปั่นที่มีกำลังไฟฟ้าต่ำกว่า และหากพิจารณาถึงความดังของเครื่องปั่น ในการปั่นน้ำแข็ง จะเห็นว่า Philips AJ SHARP และ Panasonic   มีเสียงดังเกินกว่า 90 เดซิเบล ซึ่งเป็นระดับความดังที่ค่อนข้างสูง   ข้อสังเกต ผลการทดสอบปั่นแครอท การทดสอบนี้ ไม่มีเครื่องปั่นหมายเลขใดเลยที่สามารถปั่นแครอท ให้หมดชิ้นได้ ซึ่งคณะผู้ทดสอบจึงให้คะแนนเพียงแค่ผ่านการทดสอบหรือไม่ผ่านการทดสอบ เท่านั้น เครื่องปั่นที่ผ่านการทดสอบได้แก่ Philips รุ่น HR 2115  Electrolux รุ่น CRUZO Serie EBR 2601 HW รุ่น CH1   และ  Otto รุ่น BE-126 (คะแนนผ่านการทดสอบ) นอกนั้นไม่ผ่านการทดสอบ   ข้อสังเกต ผลการทดสอบปั่นสับปะรด เครื่องปั่น SHARP รุ่น EM-ICE POWER   Panasonic  รุ่น  MX-900 M และ  Tefal  รุ่น BL 233 สามารถปั่นได้ละเอียดมากที่สุด (คะแนน ดีมาก) เครื่องปั่น HW รุ่น CH1  และ  Otto รุ่น BE-126 สามารถปั่นได้ละเอียดพอสมควร (คะแนน ผ่านการทดสอบ) ส่วนเครื่องปั่นที่เหลือ ไม่สามารถปั่นได้เลย ชิ้นงานสับปะรดติดคาใบมีด (ดูรูปที่ 1 ประกอบ)   ข้อสังเกต ผลการทดสอบบดหนังหมู เครื่องบด Philips รุ่น HR 2115 AJ รุ่น BL 001 HW รุ่น CH1  และ Otto รุ่น BE-126 สามารถบดได้ละเอียดมากที่สุด (คะแนน ดีมาก) ส่วนเครื่องบดรุ่นที่เหลือ ไม่สามารถบดได้ละเอียดซึ่งจะเห็นชิ้นของหนังหมู คงอยู่เป็นชิ้นใหญ่ (คะแนน ไม่ผ่าน)

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 166 ทดสอบความปลอดภัย “รางปลั๊กไฟ”

“ปลั๊กพ่วง” หรือ “รางปลั๊กไฟ” ถือเป็น 1 ใน อุปกรณ์ที่เริ่มมีบทบาทต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยความที่ยุคนี้เป็นยุคของเทคโนโลยี อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ถูกคิดค้นขึ้นมาให้ตอบสนองเพื่อความสะดวกสบายของชีวิต ไม่ใช่แค่ โทรทัศน์ วิทยุ ตู้เย็น พัดลม แบบเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้ยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้าหน้าตาใหม่ๆ ที่พร้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ไมโครเวฟ ไดรฟ์เป่าผม เครื่องทำกาแฟ ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้า รางปลั๊กไฟจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นไปโดยปริยาย เพราะแค่เต้าเสียบปลั๊กไฟแบบที่ติดถาวรอยู่กับผนังอาคารอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ด้วยเหตุผลของการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อเลือกใช้ “รางปลั๊กไฟ” ที่ได้คุณภาพมาตรฐานจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนไม่ควรมองข้าม ปลั๊กไฟที่ได้มาตรฐานนั้นย่อมหมายถึงความปลอดภัยที่เราจะได้รับจากการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ อันตรายที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น ไฟฟ้าช็อต กระแสไฟฟ้ารั่ว อันตรายเหล่านี้สร้างความเสียหายได้ต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สิน   เกณฑ์ในการทดสอบ เครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม หรือ มอก. เป็นตัวช่วยรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า แต่รางปลั๊กไฟยังไม่มีมาตรฐานรับรอง แต่ก็มีมาตรฐานที่ใช้เทียบเคียงกันได้อย่าง มอก. 2162 – 2547 และ มอก. 166 – 2547 มาตรฐาน “เต้าเสียบและเต้ารับสำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและงานทั่วไปที่มีจุดประสงค์คล้ายกัน” ซึ่งการทดสอบครั้งได้เลือกข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยใน มอก. 2162 – 2547 เป็นเกณฑ์ในการทดสอบ   ประเด็นที่ในการทดสอบ เน้นที่เรื่องของการใช้งานและความปลอดภัย 1.ความต้านทานของฉนวนและความทนแรงดันไฟฟ้า – เป็นการทดสอบคุณสมบัติของฉนวนว่ามีความสามารถในการป้องกันการเกิดไฟดูดได้หรือไม่ โดยจะมีการวัดความต้านทานของฉนวนตรงบริเวณเต้ารับว่าทำหน้าที่ฉนวนได้ดีหรือไม่ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกี่บวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง หากฉนวนไม่มีความทนทานและไม่สามารถทนต่อแรงดันไฟฟ้าได้ อาจส่งผลให้เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วและไฟช็อตได้ 2.อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น – การใช้งานรางปลั๊กไฟเมื่อใช้เป็นเวลานานความร้อนย่อมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความร้อนที่สะสมมากขึ้นนั้นอาจนำไปสู่การติดไฟหรือไฟฟ้าลัดวงจร การทดสอบจะดูทั้งเต้ารับ ขั้วต่อ ส่วนภายนอกของวัสดุฉนวน โดยอุณหภูมิจากการใช้งานกระแสไฟฟ้าต้องไม่สูงเกินเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3.แรงที่ใช้ในการดึงเต้าเสียบ – การใช้งานรางปลั๊กไฟ การเสียบเข้าและถอดออกของเต้าเสียบกับเต้ารับ ถือเป็นจังหวะที่เรามีความเสี่ยงต่อการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้าจากรางปลั๊กไฟมากที่สุด เพราะฉะนั้นการออกแบบรางปลั๊กไฟจะต้องทำให้เต้าเสียบเข้าและดึงออกง่าย และต้องมีการป้องกันเต้าเสียบหลุดออกจากเต้ารับในการใช้งาน เต้ารับที่หลวมเกินไปจนหน้าสัมผัสของปลั๊กไม่สมบูรณ์อาจเป็นสาเหตุของการเกิดไฟฟ้าช็อตได้ แต่หากเต้ารับแน่นเกินไปจนทำให้ปลั๊กถอดออกยาก อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อฉนวนของปลั๊กได้ด้วยเช่นกัน 4.ความทนของวัสดุฉนวนต่อความร้อนผิดปกติ ไฟ และการเกิดรอย – ส่วนที่ทำด้วยวัสดุฉนวนที่อาจได้รับความร้อนจากกระแสไฟฟ้า เมื่อเสื่อมสภาพแล้วอาจทำให้ความปลอดภัยของรางปลั๊กไฟเสื่อมสภาพลง วัสดุฉนวนที่ดีต้องไม่ลุกติดไฟ หรือถ้าติดไฟก็ต้องดับภายในเวลา 30 วินาที เพื่อป้องกันความเสียหายทั้งต่อตัวรางปลั๊ก และป้องกันการลุกลามไปติดสิ่งของอื่นในบริเวณใกล้เคียง                          

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 163 มาเย็บผ้ากันเถอะ(ผลทดสอบจักรเย็บผ้า)

ในวันที่กระแสการทำอะไรด้วยตนเองกำลังมาแรง เราเลยขอเอาใจสมาชิกที่อยากหาซื้อจักรเย็บผ้าไว้เย็บ ซ่อมแซม ดัดแปลงเสื้อผ้า หรือสร้างสรรค์งานฝีมือไว้ใช้เองที่บ้านกันสักหน่อย คราวนี้เรามีผลการทดสอบจักรเย็บผ้าทั้งแบบธรรมดาและแบบคอมพิวเตอร์ จำนวน 16 รุ่น ที่ทำไว้โดยองค์กรทดสอบระหว่างประเทศมาฝาก จักรเหล่านี้อาจถือสัญชาติญี่ปุ่น ยุโรป หรืออเมริกัน แต่แหล่งผลิตของมันคือจีน ไต้หวัน เวียดนาม ไทยนี่เอง สนนราคาของจักรเหล่านี้อยู่ที่ระหว่าง 2,500 ถึง 25,900 บาท โดยรวมแล้วราคามีผลต่อประสิทธิภาพอยู่พอสมควร รุ่นที่ได้คะแนนสูงสุดในการทดสอบครั้งนี้คือ Brother Innovis NV 55 ราคา 25,900 บาทและกลุ่มที่ได้คะแนนน้อยสุดนั้นมีราคาต่ำกว่า 6,000 บาท แต่ในระหว่างนี้ก็มีอีกหลายรุ่นที่น่าสนใจ เรื่องความทนทานในการใช้งานนั้นไม่ต้องห่วง ทุกรุ่นได้คะแนน 5 ดาว ส่วนเรื่องความปลอดภัยในการใช้งานทุกรุ่นได้ไป 4 ดาวเท่ากัน ยกเว้นจักรสัญชาติสวีเดน ยี่ห้อฮุสวานา รุ่นโอปอล 650 ที่ได้ไป 3 ดาวเท่านั้น ส่วนรายละเอียดของแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็นความเรียบร้อยของฝีเข็ม ฟังก์ชั่น ความสะดวกในการใช้งาน การออกแบบตัวเครื่อง เสียงเครื่องขณะทำงาน ไปจนถึงความเป็นมิตรต่อผู้อ่านของคู่มือการใช้งานนั้น สาวก D.I.Y. ทั้งหลายเชิญติดตามได้ในหน้าถัดไป                   สิ่งสำคัญที่สุดก่อนตัดสินใจซื้อจักร คือต้องถามตัวเองว่าเราต้องการใช้มันทำงานประเภทไหนบ้าง เพื่อที่จะได้เลือกซื้อรุ่นที่เหมาะกับงานนั้นๆ ไม่ต้องจ่ายเงินมากเพื่อซื้อฟังก์ชั่นที่เราไม่ได้ใช้และไม่ต้องหงุดหงิดเมื่อพบว่าจักรที่ซื้อมามันทำงานที่เราต้องการไม่ได้ จากนั้นค่อยมาทดลองใช้งานเพื่อค้นหาว่าจักรรุ่นไหนถูกจริตกับเราที่สุด ปัจจุบันตัวแทนจำหน่ายจะมีจักรรุ่นต่างๆไว้ให้ลูกค้าได้ทดลองเย็บก่อนตัดสินใจซื้อ  

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 157 เครื่องโกนหนวดไฟฟ้า

เพื่อสยบข่าวลือในหมู่หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ๆ ว่า ฉลาดซื้อเป็นหนังสือสำหรับแม่บ้าน ฉบับนี้เราเลยนำผลการทดสอบเครื่องโกนหนวดไฟฟ้าที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ International Consumer Research & Testing (ซึ่งเราร่วมลงขันเพื่อใช้ข้อมูลร่วมกับเขาปีละ 3,000 ยูโร) ทำไว้มาฝากสมาชิก คราวนี้มีทั้งหมด 19 รุ่นจาก 4 ยี่ห้อ สนนราคาตั้งแต่ 2,790 ถึง 19,000 บาท รุ่นที่ได้คะแนน 5 ดาวเพียงรุ่นเดียวในการทดสอบครั้งนี้ได้แก่ Braun Series 7 790cc-7 Wet&Dry ที่สนนราคา 15,990 บาท เขาให้คะแนนกับ ประสิทธิภาพการโกน (ร้อยละ 40) ความเป็นมิตรต่อผิว (ร้อยละ 40) และความสะดวกในการใช้งาน (ร้อยละ 20) ถ้าคุณไม่อยากลงทุนมากขนาดนั้น ก็ลองดูผลทดสอบของรุ่นอื่นๆ ได้ในหน้าถัดไป                                           //

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 154 เจาะสว่าน...ไร้สาย

ฉลาดซื้อฉบับนี้มีผลทดสอบมาเอาใจสมาชิกที่สนใจงานช่าง งานดีไอวายกันบ้าง  ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงบ้านหรือทำงานอดิเรก อุปกรณ์หนึ่งที่ขาดไม่ได้เห็นทีจะเป็นสว่านแบบไร้สายที่ต้องใช้ในการเจาะพื้นผิววัสดุต่างๆ  ในปี 2013 องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ (International Consumer Research & Testing) ได้ทำการทดสอบสว่านไร้สายจำนวน 14 รุ่น 6 ยี่ห้อ (AEG  BOSCH  MAKITA  RYOBI  SKIL และ BLACK&DECKER) ซึ่งมีกำลังไฟตั้งแต่ 12 ถึง 18 โวลท์  สนนราคานั้นจัดว่าไม่น้อย แต่นิตยสาร Choice ของออสเตรเลีย ซึ่งทำการทดสอบสว่านไร้สายรุ่นที่มีจำหน่ายในออสเตรเลียไปก่อนหน้านี้ ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่ามันคุ้มค่าที่จะลงทุนกับสว่านราคาสูง เพราะเขายังไม่พบรุ่นราคาถูกที่สามารถใช้งานได้ดีถูกใจชาวดีไอวายเลย สว่านไร้สายในการทดสอบครั้งนี้ส่วนใหญ่ผลิตในประเทศจีน (ยกเว้น BOSCH ที่ผลิตในฮังการี) ทุกรุ่นได้คะแนนความปลอดภัยในระดับ 4 ดาว แต่ในด้านอื่นๆ เช่น ประสิทธิภาพ ความสะดวกในการใช้งาน ความหลากหลายของฟังก์ชั่น และความทนทานนั้นแตกต่างกันไป โปรดติดตามในหน้าถัดไป หมายเหตุ ราคาที่แสดงเป็นราคาที่ได้จากการสืบค้นในอินเตอร์เน็ตในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2556 กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนซื้อ         //

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า300 Point

ฉบับที่ 153 หลอดประหยัดไฟ

ห่างหายไปนานสำหรับผลการทดสอบหลอดประหยัดไฟ ครั้งล่าสุดฉลาดซื้อเคยลงไว้ในฉบับที่ 84 คราวนี้เราขอนำเสนอผลการทดสอบหลอดคอมแพกต์ฟลูออเรสเซนต์ ที่องค์กรทดสอบระหว่างประเทศ ICRT ได้ทำไว้ การทดสอบนี้ทำมาอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยเนื้อที่อันจำกัดเราขอเลือกมาเฉพาะรุ่นที่ได้คะแนนรวมมากกว่า 60 เท่านั้น การทดสอบครั้งนี้เป็นการทดสอบดูความสว่าง (หลังจากเปิดหลอดไฟทิ้งไว้ 100 ชั่วโมง) ระยะเวลาจากการเปิดสวิทช์จนกระทั่งไฟติด ความสว่างหลังจากเปิดใช้งานไปแล้ว 2,000 ชั่วโมง อายุการใช้งานของหลอดไฟ จำนวนครั้งที่ปิด/เปิดสวิทช์ และความเสี่ยงจากการเกิดไฟฟ้าช็อต โดยรวมแล้วเขาพบว่าหลอดไฟเหล่านี้มีความปลอดภัยระดับ 4 ดาว (ผลจากการทดสอบตามมาตรฐาน EN 60 986 6) แต่คะแนนในด้านอื่นๆ นั้นอาจแตกต่างกันไป ติดตามรายละเอียดได้ในหน้าถัดไป                   ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เมื่อหลอดไฟเหล่านี้หมดสภาพการใช้งาน อย่าลืมแยกมันออกจากขยะทั่วไปและใส่ถุงปิดปากให้เรียบร้อยก่อนส่งต่อให้รถเก็บขยะ แต่จะดีที่สุดถ้าเรานำมันไปทิ้งถังขยะสำหรับขยะอันตรายโดยเฉพาะ (อาจเป็นสีเทา ส้ม หรือแดง) เพราะหลอดประหยัดพลังงานเหล่านี้มีปรอทเป็นส่วนผสม ถ้าทิ้งไม่ถูกที่อาจทำให้สารพิษออกมาปนเปื้อนในสภาพแวดล้อมได้       คะแนนรวม กำลังไฟ (วัตต์) รูปร่างหลอดไฟ ความสว่าง (ลูเมน) ความยาวของหลอดไฟ (มิลลิเมตร) เส้นผ่าศูนย์กลางของขั้วหลอด (มิลลิเมตร) เส้นผ่าศูนย์กลางของหลอด (มิลลิเมตร) น้ำหนัก (กรัม) PHILIPS TORNADO Esaver 8W 80 8 B 510 79 40 46.3 40.9 GE Electronic 8W 73 8 H 470 84 41.4 46.1 48.8 MEGAMAN Spiral 8W 69 8 H 500 84.4 37.8 45.1 34.9 MEGAMAN Liliput SLU208i 62 8 3U 400 87.5 35.3 31 32.7 OSRAM Dulux Superstar CL A 62 9 B 430 107.9 45 56.3 66 PHILIPS Genie Longlife 11W 71 11 U3 600 116 44.2 35.1 60.9 OSRAM Dulux Mini Twist 70 11 B 660 91.7 39.9 44.7 40.4 OSRAM Dulux Superstar 11W 69 11 U3 630 118.3 45.2 37.3 61.5 OSRAM Duluxstar 64 11 B 600 123.4 43.1 33.2 61.6 OSRAM Duluxstar Mini Ball 64 11 B 550 113.7 52.2 60.5 69.7 OSRAM Dulux Superstar Micro Twist 11W 64 11 H 650 91.2 42.4 40 48.6 MEGAMAN Compact Classic 1 Matt 63 11 B 580 115.2 50.3 60.6 74 CARREFOUR 11W 63 11 U3 600 114 44.5 33.2 53.8 GE Electronic 12W 78 12 H 715 96.7 40.2 51.9 51.6 PHILIPS Tornado 12W 77 12 H 745 91.3 40.3 47.9 50.8 SYLVANIA Mini-Lynx compact 76 12 H 630 95.4 40.7 45.4 45.2 PHILIPS Tornado ESaver 12W 71 12 H 745 91.3 40.2 46.5 44.1 PHILIPS Softone 12W Energy SaverB 62 12 B 610 118.8 44.5 46 76.4 OSRAM Dulux Mini Twist 70 13 B 780 117.3 42.2 50 56.4 OSRAM Duluxstar 63 14 U3 750 132.4 43.1 32.9 71.3 MEGAMAN Liliput SLU214i 63 14 3U 800 117.9 37.8 33.5 47.5 MEGAMAN Liliput SLU114 62 14 3U 800 121.2 42.4 33.8 52.6 IKEA ES1002S15 74 15 B 900 114.9 52 59.3 78.2 MEGAMAN Liliput Plus 63 15 U6 920 94.5 45.1 42.4 60.1 MEGAMAN Compact Classic 1 63 15 B 850 138.7 50.7 65 104.3 PHILIPS Tornado 20W 78 20 H 1155 126.7 52.1 61.8 97.6 PHILIPS Tornado Esaver 20W 70 20 B 1250 118.8 46.5 56.3 65.1 PHILIPS T65 Softone 20W 63 20 B 1160 133.1 46.7 65.2 101.9

อ่านเพิ่มเติม >