ฉบับที่ 154 เสน่ห์สาว.. " ฟิต เฟิร์ม ใหญ่ "

เกิดเป็นหญิงแท้จริงแสนลำบาก...และยิ่งลำบากมากขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่าถ้าดันต้องมาเกิดในยุคนี้ จะไม่ให้ลำบากอย่างไรเล่าครับ หันไปทางไหนก็มักจะเจอโฆษณาลวงโลกเต็มไปหมด อาศัยความไม่รู้และความอยากทั้งหลาย หลอกให้หญิงเสียเงินและเสี่ยงสุขภาพไปอีก สำนวน “อกฟู รูฟิต” ที่กุลสตรียุคคุณพ่อคุณแม่ยังไม่กล้าเอ่ย กลับกลายเป็นสำนวนคู่บ้านคู่เมือง ที่ผลิตภัณฑ์หลอกลวงเจาะลงกลุ่มเป้าหมายสตรีนำมาใช้เรื่อยๆ ล่าสุดผมได้ข้อมูลจากผู้บริโภคท่านหนึ่ง แจ้งมาว่าไม่ใช่แค่ อกฟูรูฟิตแล้วล่ะครับ หากจะไม่ตกกระแสต้อง “อกฟู รูฟิต ไร้กลิ่น ผิวขาวผ่อง ไม่ทำให้อ้วน” ผู้บริโภครายนี้ยังส่งภาพถ่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาให้ดู ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ตั้งชื่อให้เย้ายวนสตรีทั้งหลายในทำนองว่า “สมุนไพรเสน่ห์ของน้องนาง” นอกจากชื่อแล้ว ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ได้แสดงฉลากระบุว่าเป็นยาแผนโบราณ มีเลขทะเบียนเสร็จสรรพ ระบุส่วนประกอบได้แก่ ว่านชักมดลูก ว่านมหาเมฆ ว่านสากเหล็ก ฝานเสน ตังกุยและสมุนไพรอื่นๆ อีก 19 ชนิด ดูไปแล้วก็เป็นยาสมุนไพรสำหรับสุภาพสตรีแบบที่เราคุ้นเคย แต่พอเห็นข้อความที่โฆษณาข้างกล่อง ผมถึงกับตะลึงไปกับความคิดสร้างสรรค์(ที่ดันมาหลอกลวง) เพราะพี่แกเล่นตอกย้ำอีกว่า “สำหรับผู้หญิง ที่อยากให้อวัยวะของตัวเองนั้นฟิตขึ้น เต่งตึงขึ้น   ด้วยธรรมชาติ 100% ใช้แล้ว  รู้สึกได้ภายใน 3-5 วัน”   นิยามของ " ฟิต เฟิร์ม ใหญ่ " แถมระบุสรรพคุณอีกว่า “ เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการบำรุงเต้านมให้เต่งตึง ผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง ช่วยทำให้ช่องคลอดกระชับขึ้นไม่เสื่อมก่อนวัยอันควร วัยทองที่มีอาการเครียดก่อนหลังมีประจำเดือน บำรุงความงามที่มีประสิทธิภาพ ทำให้การไหลเวียนโลหิตบริเวณผิวหนังและบนใบหน้าดีขึ้น ปรับสมดุลประจำเดือน ลดอาการปวดก่อนมีประจำเดือนอย่างรุนแรง บำรุงเลือด ขับเสมหะ แก้ปอดพิการ แก้โลหิตออกทางทวารหนัก ขับระดูขาว แก้อาการมดลูกต่ำ มดลูกโตหรือ ปวดหน่วงมดลูกเป็นประจำ นอกจากนี้ยังกลัวว่าจะไม่ใช่ยาเทวดา เลยแถมไปอีกว่า ป้องกันมะเร็ง ได้อีกด้วย ขออนุญาตเตือนกันตรงๆ เลยว่า ข้อความโฆษณาสรรพคุณแบบนี้ไม่ได้รับอนุญาตแน่นอน การดูผลิตภัณฑ์ยา อย่าดูแค่ว่ามีเลขทะเบียนอย่างเดียวนะครับ หากพบว่าผลิตภัณฑ์ที่เราสงสัย อ้างสรรพคุณร้อยแปดพันเก้าจนกลายเป็นยาเทวดา ฟันธงได้เลยว่าหลอกลวง บางทีขออนุญาตระบุข้อความสรรพคุณแบบหนึ่ง เวลาทำขายก็ไปทำอีกแบบหนึ่ง เจอที่ไหนแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ไปจัดการผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้สิ้นจากแผ่นดินเสียที   //

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 153 อยากจะดีท๊อกซ์ระวังจะถูกหลอกให้เสียตังค์

คนที่สนใจการแพทย์ทางเลือกคงเคยได้ยินคำว่าดีท๊อกซ์ เช่น การสวนทวารเพื่อดีท๊อกซ์ล้างพิษในลำไส้ ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างขึ้นกับความเชื่อของแต่ละบุคคล  ล่าสุดผมได้รับเอกสารจากผู้บริโภคให้ช่วยตรวจสอบด้วยว่าผลิตภัณฑ์ ดีท๊อกซ์เลือดนั้น มันดีท๊อกซ์เลือดได้จริงหรือเปล่า เพราะเขาโฆษณาในหน้าเฟซบุ๊คว่า ผลิตภัณฑ์ของเขาสามารถ ล้างสารพิษในตับ ไต ช่วยฟอกเลือดให้สะอาดและกำจัดเซลล์มะเร็ง แถมยังตั้งชื่อด้วยภาษาอังกฤษเป็นกลุ่มเลือด พร้อมยังแสดงรูปเม็ดเลือดบนฉลากอีกด้วย (เดาไม่ยาก กลุ่มเลือดมีไม่กี่ตัวเองครับ) ผมตรวจสอบฉลากจากรูปถ่ายในเอกสารที่ผู้บริโภคส่งข้อมูลมา พบว่าผลิตภัณฑ์นี้ มีส่วนประกอบที่เป็นสมุนไพรไม่กี่อย่าง แต่ในเอกสารโฆษณากลับพบว่ามีการบรรยายสรรพคุณของผลิตภัณฑ์มากมาย เช่น ช่วยลดสารพิษในตับ ไต และฟอกเลือดให้สะอาด  ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา เชื้อไวรัส  ช่วยต่อต้านการเจริญเติบโตของเนื้องอกและมะเร็ง ช่วยลดอาการปวดเมื่อย ตามเนื้อตามตัว ปวดหลัง ปวดเอว ฯลฯ   นอกจากนี้ยังมีการแสดงข้อมูลในลักษณะเชื่อมโยงกับการขับสารพิษออกจากเลือด ทำให้เลือดสะอาด โดยอ้างว่าเลือด เป็นส่วนหนึ่งที่นำเอาสารอาหารต่างๆ และออกซิเจนไปสู่อวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย  จึงนับว่ามีความสำคัญอย่างมากในการหล่อเลี้ยงร่างกาย  การไม่กระจายตัวของเลือด  การไหลเวียนที่ไม่ดี  การสะสมสารพิษในกระแสเลือด  รวมทั้งสารอาหารส่วนเกินที่ตกค้างในหลอเลือด  เช่น ไขมัน  หรือโปรตีนที่ ดูดซึมไม่หมด  รวมทั้งโลหะหนักต่างๆ จากอาหารทะเล  หรือสารเคมีต่างๆ  ก่อให้เกิดโรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับหลอดเลือด  เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หลอดเลือดตีบ หลอดเลือดโป่งพอง โรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นการช่วยขับสารพิษออกจากเลือด  จะทำให้หลอดเลือดสะอาด  การไหลเวียนเลือดดีขึ้น  และสามารถนำออกซิเจนและสารอาหารต่างๆ ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น  ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยง่ายอีกต่อไป โฆษณาสรรพคุณซะมากมายขนาดนี้ แต่ไหงเมื่อผมดูฉลากข้างขวด กลับระบุเพียงว่า ยานี้ได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนยาแผนโบราณ สรรพคุณที่ได้รับอนุญาตที่ปรากฏบนฉลากคือ บำรุงโลหิตเท่านั้น แถมราคาก็ไม่เบานะครับ  ในหนึ่งขวดมี 60 แคปซูลราคา 1,500 บาทตกเม็ดละ 25 บาทนั่นเอง ไม่อยากจะพูดว่าอย่าหลงเชื่อเพราะสรรพคุณที่โฆษณาอย่างมากมายมันไม่น่าเชื่อเอาเสียเลย ยังไงขอให้มีสติกันนะครับ อยากจะดีท๊อกซ์ แต่สุดท้ายจะถูกหลอกให้เสียตังค์เปล่าๆ ยิ่งสมัยนี้พวกผลิตภัณฑ์หลอกลวงมักชอบขออนุญาตอย่างหนึ่งแล้วโฆษณาอีกอย่างหนึ่ง จับมาดีท๊อกซ์จริยธรรมคุณธรรมของการค้าบ้างคงดี

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 152 ผิวขาวของคน ทำไมต้องซุกซนมาถึงหมีและหอย?

“เกิดเป็นคนโชคดี” ข้อความสั้นๆ ในโฆษณาที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์ เรียกร้องความสนใจจากผม เพราะโฆษณาชิ้นนี้ไม่ได้มีแค่ข้อความข้างต้นเท่านั้น  แต่มันยังมีภาพสาวผิวขาวหันหลังให้หมีขนคล้ำ พร้อมกับภาพผลิตภัณฑ์สุขภาพชนิดหนึ่ง สัญชาติญาณที่รับผิดชอบงานคุ้มครองผู้บริโภค ทำให้ผมพยายามค้นหาสิ่งที่ผิดปกติในโฆษณาชิ้นนี้ คนมาเกี่ยวอะไรกับหมีหรือหมีมาเกี่ยวอะไรกับคน  ผมตามไปสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับสินค้านี้ในอินเตอร์เน็ต ปรากฏว่ามีคลิปโฆษณาใน Youtube เป็นอนิเมชั่น เรื่องราวของหมีขนคล้ำนั่งคุยกับสาวผิวขาว ทำนองว่าหมีอิจฉาหญิงสาวที่ผิวขาว แต่ตัวเองมีขนคล้ำ ก่อนจบลงด้วยสาวผิวขาวกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ผมลองตามรอยเข้าไปหาข้อมูลต่อไปอีกว่าผลิตภัณฑ์นี้มันคืออะไร ก็พบข้อความบรรยายว่าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้เป็นสารสกัดจากธรรมชาติเพื่อบำรุงผิวให้สวยใส มีสารต้านอนุมูลอิสระ และยังมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานินที่ผิวทำให้ผิวขาวอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็บรรยายว่ามีส่วนประกอบสามัญประจำบ้านที่เราแทบจะพบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนานาชนิด และตามเคยนอกจากจะบรรยายว่าผิวขาวแล้ว ยังตามมาด้วยการอ้างสรรพคุณมากมายทั้งผอม ลดน้ำหนัก ป้องกันกระดูกพรุน ป้องกันมะเร็งลำไส้ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด ป้องกันกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ผิดกฎหมายเพราะเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแต่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณจนเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ยา ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ เมื่อผมลองสืบค้นไปเรื่อยๆ พบว่าข้อมูลเหล่านี้มีการแพร่กระจายไปตามเว็บอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับการขายสินค้าอีกมากมาย กระทั่งเว็บเกี่ยวกับการศึกษาของเด็กๆ  ผมเข้าไปเจอกระทู้ที่เด็กมัธยมปลายเข้าไปถามในเว็บว่า มีใครเคยใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้วได้ผลอย่างไรบ้าง ตามด้วยข้อความที่มีคนมาตอบกระทู้มากมายหลากหลาย ทั้งเชียร์ให้ใช้และห้ามไม่ให้ใช้  จนผมต้องไล่ตามไปอธิบายข้อเท็จจริงในที่ต่างๆ   ไม่กี่วันผมเห็นโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกยี่ห้อ โฆษณาในทำนองเดียวกัน เน้นผิวขาวดุจประกายมุก แถมใช้ภาพประกอบเป็นหอยมุกสดๆ แหกฝาให้เห็นเม็ดมุกอยู่ข้างใน  ถึงผมไม่ใช่ผู้ชำนาญเรื่องหอย แต่ก็อดตะลึงไปกับความคิดสร้างสรรค์ของคนทำโฆษณาไม่ได้ ไม่รู้บอกอย่างไรดี โฆษณาทั้งสองชิ้นที่เล่ามา ดูผ่านๆ อาจไม่ผิดกฎหมาย เพราะมันแล้วแต่ใครจะตีความ แต่จากการตามรอยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโฆษณา มันมีอิทธิพลให้เด็กๆ หรือคนบางกลุ่มโน้มเอียงที่จะหลงเชื่อ แถมผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีวางขายเกลื่อนตามร้านสะดวกซื้ออีกด้วย ผู้ใหญ่ท่านใดเห็นโฆษณาชิ้นนี้คอยเหลือบดูแลบุตรหลาน คนใกล้ตัวด้วยนะครับ เพราะโฆษณาปัจจุบันนี้มันเนียนมาก มันไม่ใช้ดารามาแนะนำอย่างเดียวแล้วครับ มันมีหลายวิธีที่จะใช้ชักจูง ไม่เว้นแม้กระทั่งหมีและหอย...แถมคนก็ดันหลงเชื่อเสียด้วย...กรรมจริงๆ  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 151 ระวังสเต็มจะมาเซลล์จนหมดตัว

อมใต้ลิ้น ละลายทันที ซึมเข้าระบบ เข้าไปฟื้นฟูเซลล์ส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้ร่างกายดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้น ข้อความนี้ไม่ใช่โฆษณายาอมแก้ไอมะแว้ง หรือยาโรคหัวใจแบบอมใต้ลิ้นที่หลายคนรู้จัก แต่มันคือข้อความโฆษณาผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่ง ใช้วิธีส่งมาทางอีเมล์ของหลายต่อหลายคน ผู้โฆษณาบอกว่าเขาเป็นเจ้าแรกที่นำ ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ ชนิดรับประทานเข้ามาจำหน่าย โดยบรรยายสรรพคุณว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รางวัลชนะเลิศจากต่างประเทศ บรรดาคนดังของโลก ตลอดจนดาราภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ดต่างก็รับประทาน เพราะเมื่อรับประทานไปแล้ว จะทำให้หน้าอ่อนลง 10 ปี หน้าใส รูปหน้ากระชับ เนียนเรียบตื้นทันใจภายใน 1 เดือน แถมยังคุยโวเกทับผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่นๆ ที่ผสมสารกลูต้าไธโอนหรือคอลลาเจนอีกว่า ผลิตภัณฑ์ของตนเห็นผลเร็วกว่า หลังจากนั้นก็พรั่งพรูด้วยสรรพคุณอวดอ้างสามัญประจำบ้านอีกมากมาย อาทิเช่น  เบาหวานหาย ความดันหาย ปวดเข่าหาย ผมร่วงหาย ปวดหัวหาย หลังจากอ่านสรรพคุณที่โอ้อวดจนเพลิน ผมก็สะดุดกับข้อความที่บอกว่า ผลิตภัณฑ์ของเขาคือ สเต็มเซลล์ของต้นแอปเปิ้ล และต้นองุ่น  อ้าวไปกันใหญ่แล้ว จู่ๆ เซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ ของเนื้อเยื่อชนิดต่างๆ ในร่างกายไหงกลายเป็นสเต็มเซลล์ของพืชไปแล้ว มั่วได้ใจจริงๆ ยิ่งมาอวดอ้างว่ารับประทานโดยอมใต้ลิ้น ขอบอกให้โลกรู้เลยนะครับว่า เท่าที่ทราบมา ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ มันไม่มีแบบรับประทาน แล้วไอ้ที่อ้างว่าได้ผลต่างๆ น่ะ แค่ กลืนลงท้อง น้ำย่อยในกระเพาะอาหารก็ฟัดซะย่อยยับแล้ว กำลังคิดว่าจะนำข้อมูลไปเตือนผู้บริโภคอย่างไร สายตาดันเหลือบไปเห็นข้อความในย่อหน้าต่อมาอีกว่า   บริษัทของเราเพิ่งนำเข้ามาเมื่อปลายปี 2555 และแนะนำข้อมูลของบริษัทและเลขทะเบียน สคบ.อีกด้วย ตามมาด้วยข้อความว่าการันตีคุณภาพว่า “ประกันภัยสูงถึง 30 ล้านบาท ถ้ากินแล้วอันตรายถึงแก่ชีวิต” ตรงนี้แหละที่เล่นเอาผมสะดุ้ง เพราะหากผู้บริโภคที่รู้ไม่เท่าทัน อ่านผ่านๆ อาจเข้าใจไปผิด ผมขออธิบายง่ายๆ แบบนี้ครับ ที่อ้างเลขทะเบียน สคบ.น่ะ ไม่ได้หมายถึงเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์นะครับ มันหมายถึงบริษัทนี้ไปจดทะเบียนทำธุรกิจขายตรงกับ สคบ. ตามที่ สคบ.เขากำหนดว่า ใครจะทำธุรกิจขายตรงต้องไปยื่นจดทะเบียนตามกฎหมายของเขา ส่วนประกันภัย 30 ล้านบาทน่ะ ดูให้ดีนะครับ มันประกันภัยบริษัทหรือประกันว่าหากรับประทานแล้วตายโหงกันแน่ กำลังคิดว่าจะอธิบายต่ออย่างไร ดันเหลือบไปเห็นย่อหน้าท้ายๆ โปรยข้อความชวนเชื่ออีกว่า ขนาดยังไม่เปิดเป็นทางการ ผู้สมัครกับบริษัทเรา ยังสามารถทำรายได้ 2.5 ล้าน 1 ท่าน ยังไม่พอครับ มีอีก 1 ท่านทำรายได้ 2.1 ล้าน และมีถึง 4 ท่านทำรายได้ 1 ล้านกว่าๆ แถมยังยกตัวอย่างตนเองด้วยว่า แค่ปลายปีตนได้รายได้จากการจำหน่ายถึง 150,000 บาท แม่เจ้าไม่กล้าโว๊ย! ถ้ามันกำไรขนาดนี้ ผมคงต้องไปกระซิบรัฐบาลให้เลิกโครงการต่างๆแล้วให้พลเมืองไทยทุกคนทำธุรกิจนี้ มิดีกว่าหรือ ยังไงช่วยกันเตือนสติคนรอบข้างอย่าได้หลงเชื่อนะครับ โฆษณาสรรพคุณอวดอ้างเกินจริงจนเคลิ้มยังไม่พอ ยังเอารายได้มหาศาลมาโน้มน้าวให้ผู้คนระทวยอีก ใครไม่มีสติพออาจโดนสเต็มเซลล์ มาเซลล์จนหมดตัวได้นะครับ  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 150 ยาฤาษีทั้งทีก็ต้องมีอภินิหารสิ

น้องเภสัชกรจากโรงพยาบาลชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน ลงไปทำงานตรวจแนะนำร้านชำในหมู่บ้าน พบว่า ร้านชำบางร้านมียาแผนโบราณชนิดหนึ่งวางจำหน่าย ฉลากของยาดังกล่าวแสดงข้อความว่า ยาธาตุตราฤาษี น้องเภสัชกรท่านนี้เห็นจุดที่แปลกพิสดาร ไม่แน่ใจว่าตั้งใจจะให้แปลกหรือเป็นอภินิหารของยาฤาษี เลยแจ้งเรื่องมาให้ผมทราบเพื่อป่าวประกาศให้ผู้อ่านได้รู้เพื่อจับตาเฝ้าระวัง ยานี้ มีเอกสารประกอบยา แสดงข้อความว่า ยาธาตุตราฤาษี แม้จะระบุสรรพคุณไปในแนวด้านแผนโบราณ แต่ก็ระบุสรรพคุณหลายอย่างชอบกล ทั้งโรคกษัย บำรุงสมอง บำรุงตับ บำรุงหัวใจ ไล่ไปถึง แก้ปวด บวมพอง โรคเหน็บชา แก้ท้องร่วง ท้องเดิน บิด รวมทั้ง แก้ไอ ไอหืด ไอหอบ ไอปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ เอ้อ....สรรพคุณอย่างหลังๆ นี่มันทะแม่งๆหรือเปล่าครับ เพราะดูส่วนประกอบที่แสดงบนฉลากก็ไม่ได้มีอะไรมากนัก นอกจากสมุนไพร 5 อย่าง ทำไมรักษาได้หลายโรคอย่างนี้ หรือมันคืออภินิหารของท่านฤาษี นอกจากนี้ ในเอกสารกำกับยา ยังมีคำอธิบายว่า “เนื่องจากมีผู้ทำเทียมและทำยาปลอมเป็นจำนวนมาก จึงถ่ายรูปตราฤาษีติดรูปเจ้าของ เป็นเครื่องหมายการค้าให้จำได้แม่นยำ” บอกกันตรงๆ เลยว่าขายดีจนมีคนทำเทียมและเลียนแบบ? ยาชนิดนี้ หากดูเผินๆ ก็น่าจะเป็นยาแผนโบราณทั่วๆ ไป แต่จุดที่น่าสงสัยคือ ยาจะขายเป็นห่อ ในหนึ่งห่อมีประมาณ 30 เม็ด มีฉลากที่ห่อระบุว่าผลิตจากจังหวัดแพร่ แต่ในเอกสารประกอบการขายกลับเขียนคลุมเครือ ให้สับสนเพราะมีสถานที่ให้ติดต่อที่จังหวัดน่าน ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่คนที่จำหน่ายทำข้อความเพิ่มเติม แต่ที่ผิดกฎหมายแน่ๆ คือ ยาแผนโบราณก็ต้องขายในร้านขายยาแผนโบราณ ไม่ใช่มาเร่ขายตามร้านชำ ดังที่ เจ้าของร้านชำบอกว่า “ร้านค้าในเมืองจะเป็นผู้นำยามาส่ง ใช้แล้วกินดี เจริญอาหาร ราคาที่รับมาไม่มีใครจำได้แต่ขายเม็ดละ 10 บาท ห่อหนึ่งมีประมาณ 30 เม็ด” จุดที่ไม่ถูกต้องอีกประการหนึ่งคือ ฉลากยามีข้อมูลไม่ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ทั้งเลขทะเบียนตำรับยา ส่วนประกอบ สรรพคุณ วันผลิต วันหมดอายุ ส่วนในเอกสารประกอบยา แม้จะมีข้อความว่าได้จดทะเบียนแล้ว พร้อมแสดงหมายเลขต่างๆ แต่ข้อความก็ไม่สอดคล้องกับที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ เพราะกฎหมายจะระบุว่าต้องใช้คำว่า ทะเบียนตำรับยา ซึ่งเป็นจุดที่มีพิรุธให้สงสัยอีกว่าเข้าใจผิด หรือได้รับการจดทะเบียนจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการทดสอบอิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ น้องเภสัชกรท่านนั้นจึงดำเนินการส่งเรื่องให้ทั้งจังหวัดแพร่ และจังหวัดน่านติดตามตรวจสอบแล้ว หากท่านผู้อ่านเจอยาที่มีอภินิหารทำนองนี้ รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อช่วยกันตรวจสอบด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องเสียงภัยจากอภินิหารที่ไม่คาดฝัน  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 149 กระชายดำบำรุงกำลัง

สมุนไพรไทยมีดีไม่แพ้ชาติใดในโลก ถึงตอนนี้ใครๆ กำลังให้ความสนใจ “ถั่งเช่า” ที่ถูกกล่าวขานว่ามีสรรพคุณสุดยอดบำรุงกำลังและ ...ก็ตาม แต่ของแท้มันแสนจะหายาก และราคาแพงเว่อร์ มาลองสมุนไพรไทยที่ฮิตกันมาช่วงหนึ่งแต่เพิ่งจะซากระแสไป “กระชายดำ” นั่นเอง โดยทั่วไปเราก็กินกระชายเป็นอาหารกันมานานแล้ว แต่เป็นกระชายเหลือง ส่วนกระชายดำจะมีลักษณะหัว กลิ่นและรสชาติ ไม่เหมือนกับกระชายเหลือง คือกระชายดำจะมีกลิ่นฉุนและแรงกว่า จึงเหมาะจะใช้ทำเป็นยาสมุนไพรมากกว่าทำอาหาร กระชายดำ จะเรียกว่า โสมไทย ก็ได้ เชื่อกันว่าเป็นยาสมุนไพรอายุวัฒนะชั้นหนึ่งมาแต่โบราณ  เป็นสมุนไพรลับของชาวเผ่าม้ง ซึ่งมักพกติดตัวไว้ในย่ามแทบทุกคน เพื่อใช้กินแก้ปวดเมื่อย เหนื่อยหอบ หืดหอบ ที่สำคัญเชื่อว่าเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้เป็นอย่างดี และถือว่าเป็นความลับประจำเผ่ามาหลายร้อยปี แต่ความลับไม่มีในโลก กระชายดำได้กลายเป็นพืชสมุนไพรเศรษฐกิจไปเรียบร้อยโรงเรียนไทย โดยเฉพาะแหล่งเพาะปลูกสำคัญอย่างจังหวัดเลย สรรพคุณของกระชายดำมีมาก ตั้งแต่รากเหง้า เป็นยาขับปัสสาวะ  ขับลม แก้บิด แก้ท้องอืดเฟ้อ แก้โรคกระเพาะอาหาร โดยใช้รากเหง้าดองกับสุราขาว หรือนำไปตากแห้งแล้วบดเป็นผงใช้ผสมน้ำสุกรับประทาน หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดประมาณเม็ดพุทรารับประทานทุกวันเป็นยาอายุวัฒนะ กระตุ้นประสาททำให้กระชุ่มกระชวย และเป็นยาบำรุงกำลัง ปัจจุบันนอกจากใช้กระชายดำเพื่อประกอบเป็นตัวยาโดยตรงแล้ว ยังนำไปบดเป็นผง บรรจุซองชงน้ำร้อนดื่มบำรุงสุขภาพ ใช้ดองดื่มเพื่อให้เกิด ความกระชุ่มกระชวย ทำลูกอมและที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบัน คือ ทำไวน์กระชายดำสินค้าโอท็อปชั้นดี แม้ยังไม่มีรายงานการศึกษาเรื่องสรรพคุณด้านชูรักชูรส แต่ด้วยราคาไม่แพงมีเงินเป็นร้อยก็หาซื้อได้ ทำให้ตลาดกระชายดำมาแรง อย่างไรก็ตามถ้าไปถามนักวิชาการ ยังไม่กล้ายืนยันเรื่องสรรพคุณทางเพศเพียงแต่ บอกเป็นนัย ๆ ว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ทำให้กระชุ่มกระชวย แต่พึงต้องระวังเรื่อง สรรพคุณร้อน ของกระชายดำ ดังนั้นผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงต้องระวัง

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 149 ผลิตภัณฑ์จตุรเทพ

ยุคนี้เขาฮิตอะไรเป็นชุดๆ ขนาดละครโทรทัศน์ยังมีคุณชายจุฑาเทพให้สาวๆ คลั่งไคล้ วงการผลิตภัณฑ์สำหรับดูดเงินผู้บริโภคจะช้าอยู่ใย ขอมีผลิตภัณฑ์จตุรเทพโฆษณาว่าทำให้สุขภาพดี ใน 4 ขั้นตอนกับเขาบ้าง ขั้นตอนที่ 1 (คุณชายใหญ่) ฟื้นฟูระบบดูดซึมโดยใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่ผสมจากผลไม้นานาชนิด อ้างว่าจะช่วยกำจัดและขัดล้างสารพิษที่สะสมอยู่ในลำไส้ด้วยวิธีธรรมชาติ โถ..คุณชายใหญ่ครับ ผมนึกว่าอะไร ที่แท้มันก็คือส่วนผสมของน้ำผลไม้ต่างๆ เช่น น้ำองุ่น น้ำฝรั่ง น้ำสตรอเบอร์รี่ดิบ น้ำแอปเปิ้ลเขียว  น้ำมะม่วงแก้วดิบ  น้ำผึ้ง  น้ำมะละกอดิบ น้ำมะขามป้อมดิบ น้ำลำไย น้ำสับปะรดดิบ แต่พอเอามารวมๆ กัน ดันมาโฆษณาว่ามีสรรพคุณมากมาย เช่น ลดไขมันในเส้นเลือด ลดภาวะสมองเสื่อม ป้องกันโรคกระดูกผุ  แต่คุณชายคงกล้าๆกลัวๆ จะผิดกฎหมาย เลยแอบมีข้อความว่า “ไม่ใช่ยารักษาโรค ช่วยบรรเทาและป้องกันเบื้องต้น” โธ่คุณชายใหญ่ครับ ที่โฆษณามาตั้งเยอะน่ะ มันบอกว่าเป็นยารักษาโรคอยู่โทนโท่แล้วขอรับ ขั้นตอนที่ 2 (คุณชายรอง) ปรับสมดุลระบบหมุนเวียนโลหิต ด้วยน้ำมันสกัดเมล็ดองุ่น คุณชายรองท่านบอกว่า มีสารอาหารสำคัญที่จะฟื้นฟูระบบโลหิต  กำจัดอนุมูลอิสระในเส้นเลือด ทำให้นำส่งสารอาหารที่มีประโยชน์ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังมาย้ำให้ระกำใจเล่นๆ อีกว่า “ระบบเลือดไม่ดี กินของดีแทบตายก็ไม่เห็นผล” ผู้บริโภคอย่างผมอ่านดูแล้วมันทะแม่งๆ เพราะ คุณชายรองดันเอาข้อความที่อ้างว่าผู้ใช้บอกว่า รับประทานเพียงไม่นานเส้นเลือดขอดที่ขาก็เริ่มจางลงและหายไปใน 2 เดือน หรือคนที่เป็นไมเกรนทานเพียงสองสัปดาห์ อาการไมเกรนก็หายไปอย่างน่าตกใจ อย่าว่าแต่คุณชายรองจะตกใจเลยครับ ผมก็ตกใจเหมือนกันว่ามันเป็นไปได้อย่างไรขอรับ ขั้นตอนที่ 3 (คุณชายกลาง) สลายไขมันด้วยสารสกัดจากสาหร่าย คุณชายหมอแกมาช้าแต่ออกตัวแรง เพราะโฆษณาว่าสาหร่ายของแกจะเข้าไปดึงไขมันส่วนเกินมาเผาผลาญใหม่ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนออกกำลังกาย ต้องดื่มน้ำเปล่าวันละ 2-3 ลิตร เพื่อช่วยขับไขมันจากร่างกาย โอ้..คุณชายหมอครับ ตำราแพทย์ที่ไหนเขาสอนแบบนี้น่ะ ทั้งดึงไขมัน ทั้งร้อนวูบวาบ ทั้งดื่มน้ำเป็นลิตรๆ เดี๋ยวยึดใบประกอบวิชาชีพคืนนะขอรับ ขั้นตอนที่ 4 (คุณชายเล็ก) ต้องกระชับสัดส่วนและดูแลสุขภาพด้วยกาแฟที่ผสมอะไรต่ออะไรมากมาย เช่น คอลลาเจน สารสกัดจากเมล็ดองุ่น สารสกัดจากถั่วขาว สารสกัดจากต้นตะบองเพชร เห็ดหลินจือ ผงใบมะรุม ฯลฯแถมยังโฆษณาอีกว่าที่ใส่ๆ น่ะมีประโยชน์มากมาย เช่น ขับพิษ บำรุงหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล ต่อต้านมะเร็ง เฮ้อ..ผมอ่านมาตั้งนาน ถึงบางอ้อว่ามาอีหรอบเดิมอีกแล้ว ไปๆ มาๆ ผลิตภัณฑ์จตุรเทพ มันก็คือผลิตภัณฑ์พหุเทพไปแล้ว เพราะมีการอวดอ้างสรรพคุณมากมาย ผู้บริโภคอย่างเราต้องมีวิจารณญาณนะครับ ลุ่มหลงคุณชายจากวังจุฑาเทพน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าลุ่มหลงและหลงเชื่อผลิตภัณฑ์จตุรเทพ อาจเสียทั้งเงินและเสียสุขภาพด้วยนะขอรับ  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 148 อาตมาการันตี

“อาตมาขอรับรองยานี้เป็นของอาตมาจริง จึงขอความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น โปรดให้ความสะดวกต่อเจ้าหน้าที่พนักงานเดินขาย” ข้อความข้างต้นนี้เป็นข้อความที่ปรากฏบนฉลากยาเม็ดทรงกระบอกเล็กๆ สีอิฐที่เจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนำมามอบให้แผนกของผมตรวจสอบ พร้อมทั้งข้อมูลว่า มีผู้ป่วยกินยานี้แล้วหน้าบวม ยาดังกล่าวนี้ บรรจุในซองซิบใสๆ บรรจุในถุงพลาสติกซ้อนอีกชั้น ภายในถุงใส่ฉลากที่ถ่ายเอกสารจนลางๆ ระบุข้อความว่า “ยานี้ไม่มีขายตามร้านขายปลีก ยาขนานนี้ปรุงที่วัดถ้ำไซย้อย  บ้านหล่ม  ตำบลบ้านหล่ม  อำเภอดอกคำใต้  จังหวัดพะเยาว์  ท่านหลวงพ่อแก้ว  ธรรมโล  ผู้ปรุง” ผมจำได้ว่าคุ้นๆ กับชื่อหลวงพ่อ แต่ไม่ได้คุ้นในฐานะพระเกจิชื่อดังนะครับ แต่คุ้นว่าเคยเจอยาที่แสดงฉลากทำนองนี้มาแล้วเมื่อหลายปีในอดีต แต่ที่ดูแปลกๆ คือทำไมผู้จัดทำยานี้กลับสะกดแม้กระทั่งชื่อจังหวัดผิดไปจากที่คนทั่วไปรับรู้  เมื่อพลิกด้านหลัง ผมพบข้อความแสดงรายละเอียด “ยารวมว่านหัวใหญ่ สมุนไพรประดง  109  ยาแผนโบราณ สรรพคุณ ใช้รักษาโรคประดงเรื้อรัง  โรคเศรษฐี  เช่น  ปวดหลัง  ปวดเอว  ปวดเส้น  ปวดเมื่อยตามร่างกาย  ปวดข้อ  มึนชา  โรคเลือดทำพิษ  ตกใจง่าย  หัวใจสั่น  วิงเวียน  หน้ามืด  ตาลาย  สายตาสั้นและลดผื่นคันตามร่างกาย  ออกร้อนตามตัว  เสียวชา  โรคประสาท  ปวดหัวไม่มีไข้  ปวดหัวข้างเดียว และแมลงมีพิษกัดหรือต่อย  ธาตุพิการอาหารไม่ย่อย  เป็นยาเจริญอาหาร  ช่วยให้กินข้าวได้นอนหลับดี  ยานี้เป็นยาระบายด่อน  ยานี้ถ้าผู้ป่วยได้กินตั้งแต่ 100 เม็ดขึ้นไป  จะเป็นยาอายุวัฒนะ  ถ้ามากให้กินมาก  อาตมารับรองว่า  ยานี้เป็นยาหายขาด” เฮ้อ!...กว่าจะอ่านสรรพคุณหมด เล่นเอามึน ยาอะไรมันช่างวิเศษจนรักษาได้หลายโรคหลายอาการอย่างนี้  ถ้าดีจริงน่าเสนอให้บรรจุในบัญชียาแห่งประเทศไทยไปเลย  ใครเจ็บใครป่วยด้วยอาการเหล่านี้ ขอให้ใช้แต่ยาชนิดนี้ไปเลย  เริ่มจากผู้ผลิตยานี้ก่อนนั่นแหละ ดีมั้ยครับ แต่ที่ดูแปลกๆ อีกคือ ยานี้ดันแสดงเครื่องหมาย อย. แต่ภายในไม่มีตัวเลข หากมีตัวอักษรย่อ ผสม.10/2542 และยังระบุ ในอนุญาตที่ บ.ภ.2548/2538  แม่เจ้าโว๊ย...งัดเอาระบบไหนมาอนุญาตเนี้ย  มีทั้งเครื่องหมาย อย. เลขที่ใบอนุญาต แต่ไม่ยักมีเลขทะเบียนตำรับยา แถมฉลากก็ไม่ถูกต้องตามกฎหมายอีกด้วยซ้ำ และตามเคยครับ เมื่อตรวจด้วยชุดทดสอบเบื้องต้นของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ พบว่ามีส่วนผสมของสารสเตียรอยด์ด้วย ตอนนี้ทางหน่วยงานของผมกำลังดำเนินการติดตามตรวจสอบหาแหล่งที่มาทั้งผู้ผลิตและผู้ที่กล้าการันตี เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนะครับ ใครทราบเบาะแส แจ้งที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทุกจังหวัดเลยนะครับ ถือว่าช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยอื่นๆ ตกเป็นเหยื่อนะครับ...สาธุ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 147 กานพลู ครบเครื่องเรื่องปากและฟัน

กานพลู เป็นชื่อของเครื่องเทศระดับเอบวก เป็นพืชประจำถิ่นเขตร้อนชื้นของเอเชียที่สร้างมูลค่ามหาศาลในตลาดโลกตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ในภาษาฝรั่งเรียก กานพลู ว่า clove รากศัพท์คำว่า clove มาจากภาษาละตินคำว่า clavus หมายถึงเล็บ ที่เรียกเช่นนั้นคงเพราะส่วนที่กานพลูถูกนำมาใช้ประโยชน์คือ ดอกตูมแห้ง ที่มีลักษณะคล้ายเล็บ ดอกแห้งมีสีน้ำตาลเข้ม กลิ่นหอมและรสเผ็ดร้อน เมื่อใช้เป็นเครื่องเทศ จะใช้เพื่อให้กลิ่นในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ ซอส ซุป เครื่องแกง ผักดอง หรือเป็นส่วนผสมของเครื่องพะโล้ ใช้แต่งกลิ่นลูกกวาด ขนมเค้ก หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และยังนิยมแต่งกลิ่นอาหารกระป๋องและเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก แฮม เรื่องอาหารก็ว่ากันไป แต่สรรพคุณในทางยา โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอนามัยในช่องปากต้องยกให้ กานพลูว่า ครบเครื่อง หากที่บ้านมีปลูกไว้สักต้นก็นับว่าคุ้ม หรือมีกานพลูแห้ง ซึ่งหาซื้อได้จากร้านยาจีนทั่วไปเก็บไว้บ้าง ก็ใช้แก้ไขปัญหาเรื่องปากแบบเร่งด่วนได้หลายประการ เมื่อประมาณ 200 กว่าปีก่อนคริสต์ศักราช ฮ่องเต้จีนจะใช้ดอกกานพลูอมเพื่อดับกลิ่นปาก และเมื่อกานพลูเข้ามาเผยแพร่ในยุโรปกานพลูก็จัดเป็นยาแก้ปวดฟัน ราวศตวรรษที่ 19 นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา สามารถกลั่นน้ำมันจากกานพลูได้ เรียกกันว่า clove oil ซึ่งถูกนำมาใช้ รักษาโรคเหงือกและใช้แก้ปวดฟัน ต่อมาน้ำมันกานพลู ก็เป็นที่แพร่หลาย ถ้าไปพลิกๆ ดูฉลากยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปาก บางทีจะเจอ clove oil เป็นสารออกฤทธิ์สำคัญอยู่ในผลิตภัณฑ์ การใช้กานพลูรักษาอาการปวดฟัน แบบง่ายๆ คือ กลั่นเอาน้ำมันจากดอกกานพลูใส่ฟัน หรือใช้ทั้งดอกเคี้ยวแล้วอมไว้ตรงบริเวณฟันที่ปวด เพื่อระงับอาการปวดฟัน หรือนำดอกกานพลูตำพอแหลก ผสมกับเหล้าขาวเพียงเล็กน้อยพอแฉะ ใช้สำลีจิ้มอุดฟันที่ปวด เพื่อระงับอาการชั่วคราว ก่อนไปพบทันตแพทย์ ถ้าจะใช้เพื่อดับกลิ่นปาก ให้อมดอกตูมไว้สัก 1 นาทีจะช่วยลดกลิ่นปากลงได้ กานพลูน้ำมันหอมระเหยสูงมาก หลักๆ คือ ยูจีนอล (eugenol) ซึ่งมีฤทธิ์ขับลมและแก้ท้องเสีย ใช้ดอกตูมแห้งของกานพลู 5 - 8 ดอก ชงน้ำเดือดดื่มเฉพาะส่วนน้ำเพื่อช่วยบรรเทาอาการท้องเสีย ท้องอืดเฟ้อได้ ข้อห้ามสำหรับการใช้กานพลู ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์ไวคือ ห้ามในหญิงมีครรภ์  หญิงให้นมบุตร  เด็กเล็ก  ผู้ป่วยโรคตับไตและผู้ป่วยเบาหวาน

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 147 ยาทำแท้ง ทั้งกิน ทั้งสอด

สถานการณ์ท้องไม่พร้อมของผู้หญิงในปัจจุบันมีมากขึ้น และยิ่งระบบการให้คำแนะนำปรึกษาหรือการดูแลที่เหมาะสมยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ผู้หญิงหลายคนจึงต้องแสวงหาทางออกต่างๆ ด้วยตนเอง จึงเป็นช่องว่างให้มีการลักลอบนำยาสอดทำแท้งเข้ามาใช้  ซึ่งปัจจุบันนี้ เว็บไซต์โฆษณาขายยาทำแท้งกลับมาบูมอีกแล้ว โดยโฆษณากันอย่างชัดเจนว่าขายยาทำแท้ง “จำหน่ายยาสอด ยาทำแท้ง ยาขับประจำเดือน เว็บเดียวที่รับประกันผล ติดตามผลการใช้อย่างใกล้ชิด อุ่นใจเหมือนเราอยู่ใกล้ๆ จากประสบการณ์ขายเกือบ 5 ปี มั่นใจได้ 100% จำหน่ายทั้งปลีก และส่งยาสอด ยาขับเลือด ยาทำแท้ง ยาขับประจำเดือน รับประกันผล1-6 เดือน ให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ”   นอกจากนี้ยังมีการแจ้งราคาค่าใช้จ่ายสำหรับอายุครรภ์ต่างๆ เช่น อายุครรภ์ 1 ถึง 3 เดือน 4000 บาท อายุครรภ์ 3 - 4   เดือน  5500 บาท อายุครรภ์ 4 - 5  เดือน 6500 บาท อายุครรภ์ 5 -6   เดือน  7500 บาท อายุครรภ์ 6-7  เดือน 8500 บาท แต่ถ้าเกิน 7 เดือนไปแล้ว ไม่ต้องทำรอคลอดได้เลย แถมยังบอกเงื่อนไขการรับประกันยาเมื่อใช้ไม่ได้ผลอีกด้วย หลังจากนั้นก็อธิบายวิธีการใช้ยาและวิธีจัดการต่างๆ ที่อ่านแล้วน่าสยอง เช่น “สอดเข้าไปทีละเม็ด ให้ลึกที่สุด จนชิดผนังมดลูก(ให้แฟนสอดให้นะ ใช้นิ้วสอด ห้ามสอดเองเพราะไม่ลึกพอ หากเลี่ยงไม่ได้ ให้ซื้อเครื่องมือสอดตามร้านขายยาทั่วไป) เมื่อสอดครบทุกเม็ด ให้นอน และห้ามลุก …..นอนจนกว่าถุงน้ำคร่ำจะแตก …เมื่อถุงน้ำคร่ำแตก โดยประมาณ 1 ชม.ไม่เกินจากนี้จะคลอด หากเด็กออกมาแล้วให้ดึกรกและถุงน้ำคล้ำออกมาจนหมด” สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เคยออกมาเตือนภัยเรื่อง อย่าหลงเชื่อ...โฆษณาขายยาทำแท้ง เนื่องจาก เนื่องจากพบการลักลอบโฆษณาขายยาทำแท้งไซโตเท็ค และยาอาร์ยู 486 ผ่านทางเว็บไซต์ เว็บบอร์ดต่าง ๆ รวมถึงใบปลิว ซึ่งจากการตรวจสอบรายชื่อและที่อยู่ของผู้ประกอบวิชาชีพ ก็พบว่าเป็นการให้ข้อมูลปลอมทั้งสิ้น ดังนั้น ยาที่ขายกันผ่านทางอินเทอร์เน็ตในขณะนี้ จึงเป็นยาปลอมที่ลักลอบขายกันโดยผิดกฎหมาย และที่ต้องระวังคือการใช้ยาเหล่านี้จึงอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ได้ เพราะ ยาไซโตเท็ค จัดเป็นยาควบคุมพิเศษ ที่ให้ใช้เฉพาะในใช้สำหรับการรักษาแผลของลำไส้เล็กส่วนต้นและของกระเพาะอาหาร แต่ที่มีการลักลอบใช้อย่างผิดๆเนื่องจาก ยานี้จะเพิ่มความแรงของการบีบตัวของมดลูกในเวลามีครรภ์ ซึ่งอาจจะทำให้การปฏิสนธิในครรภ์ถูกขับออกเป็นบางส่วนหรือทั้งหมดได้   ส่วนยาอาร์ยู 486 เป็นสเตียรอยด์สังเคราะห์ มีตัวยาสำคัญคือ Mifepristone ซึ่งมีข้อบ่งใช้สำหรับการคุมกำเนิดฉุกเฉิน (ภายใน 72 ชั่วโมง หลังจากการร่วมเพศที่ไม่มีการป้องกัน) แต่เป็นยาที่ยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยา จาก อย. เนื่องจากยาชนิดนี้เข้าข่ายยาที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านอื่นๆ หรืออาจก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม และอาจมีการนำมาใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย ที่สำคัญยังขาดข้อมูลทางวิชาการบางส่วน   ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย อย่าหลงเชื่อซื้อยาผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพราะอาจได้รับยาปลอม และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากใครมีปัญหากรณีท้องไม่พร้อม แนะนำให้ไปขอรับคำปรึกษาได้ที่หน่วยงานสาธารณสุข หรืออาจโทรไปขอรับคำปรึกษาได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวก็ได้ครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point