ฉบับที่ 144 มะเขือเทศ ของเขาแรง !

หลายคนไม่ชอบกินมะเขือเทศ โดยเฉพาะน้ำมะเขือเทศไม่แม้แต่จะดมกลิ่น แต่ก็มีคนจำนวนมากชอบกินแบบจับมะเขือเทศแช่ตู้เย็น พอได้ที่เอามาจิ้มเกลือน้อยๆ เคี้ยวกินสดๆ อร่อยฉ่ำเปรี้ยวๆ เค็มๆ และมีอีกหลายคนชอบน้ำมะเขือเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบเข้มข้น ดื่มแล้วได้เนื้อได้รสดี   ใครชอบก็ขอให้กินต่อไปอย่าได้หยุด ใครที่ไม่ค่อยชอบอยากให้ลองเปลี่ยนความคิด แล้วฝึกกินมะเขือเทศโดยเฉพาะน้ำมะเขือเทศเข้มข้น เพราะลูกสีแดงๆ ทรงกลมแป้นๆ นี้ เขามีดีเกินกว่าที่เราคิด   ดูมุมโภชนาการก่อน มะเขือเทศลูกย่อมจะมีปริมาณวิตามินซีเท่ากับกินส้มโอไปครึ่งลูกเลย  และมีวิตามินเอมากพอกับความต้องการของคนเราถึง 1 ใน 3 ที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน ยังมีวิตามินบี1 วิตามินบี2  ธาตุโปแตสเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมและแร่ธาตุอื่นๆ อีกหลายชนิด   แต่ที่โดดเด่นในการศึกษาวิจัยล่าสุดนั้นอยู่ที่ ในมะเขือเทศมี สารไลโคปีน (Lycopene) อยู่อย่างอุดมสมบูรณ์มาก และสารตัวนี้มีฤทธิ์ทำให้ลดสารก่อตัวที่ทำให้ต่อมลูกหมากโต สารก่อตัวที่ว่านี้เรียก PSA (prostate-specific antigen) ซึ่งเป็นสารที่บ่งบอกถึงภาวะต่อมลูกหมากโต ถ้าสาร PSA มีค่าสูงนั่นเป็นสัญญาณอันตรายที่จะนำไปสู่มะเร็งต่อมลูกหมากในไม่ช้า   ผู้ชายพออายุพ้น 45 ปีไปแล้ว ก็มีความเสี่ยงต่อภาวะต่อมลูกหมากโตกันถ้วนหน้า ที่นี้มาดูผลการศึกษาที่ทดลองในผู้ป่วยชายจำนวน 43 คน อายุระหว่าง 45-75 ปี มีระดับของ PSA 4-10 นาโนกรัม/มิลลิลิตร โดยผู้ป่วยทุกคนจะได้รับผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น 50 กรัม/วัน เป็นเวลาติดต่อกัน 10 สัปดาห์ หรือสองเดือนครึ่ง ซึ่งได้เก็บข้อมูลระดับ PSA ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการได้รับผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น   หลังการทดลองพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับผลดีมีถึง 88.3% โดยมีระดับ PSA ลดลงถึง 10.77% จึงสามารถสรุปได้ว่าการรับประทานผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้นเพียง 50 กรัม/วัน เป็นเวลาสองเดือนครึ่งก็สามารถลดระดับ PSA ในผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตได้ เมื่อช่วยได้แบบนี้ก็เท่ากับดูแล....ของคุณผู้ชายให้แข็งแรงดีอยู่ และลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากด้วย   มาถึงวิธีทำกินกันเลยดีกว่า ใช้ลูกมะเขือเทศสด 200 กรัม ปั่นให้ละเอียด (มะเขือเทศสด 200 กรัม มีค่าสารไลโคปีนใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์มะเขือเทศเข้มข้น 50 กรัม) ไม่ต้องเติมเกลือหรือสารแต่งรสใด ๆ  ดื่มก่อนอาหารเช้าวันละครั้งทุกเช้า โดยเฉพาะคุณผู้ชายที่ล่วงวัย 45 หรือ 50 ไปแล้วควรดื่มน้ำมะเขือเทศทุกเช้า จะช่วยให้จุดยุทธศาสตร์ของคุณผู้ชายห่างไกลจากต่อมลูกหมากโต   คุณสุภาพสตรีอย่าได้คิดว่าน้ำมะเขือเทศเป็นน้ำของคุณชาย แท้จริงการดื่มน้ำมะเขือเทศเหมาะกับทุกเพศทุกวัย ช่วยให้หัวใจมีสุขภาพดี เพราะในมะเขือเทศอุดมด้วยสารแอนโทไซยานีน (anthocyanin) ซึ่งมีฤทธิ์ป้องกันหลอดเลือดหัวใจตีบ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรง ครอบครัวใดปั่นน้ำมะเขือเทศกินกันทั้งบ้าน จะห่างจากโรคร้ายมีความสุขกันทั้งบ้าน   ถ้าให้ดีสุดยอด ซื้อพืชผลที่มาจากสวนเกษตรอินทรีย์ กินแล้วได้สรรพคุณครบและห่างไกลสารเคมีอันตรายตกค้างด้วย.  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 144 อย่ามาทำเนียน

  ยุคนี้ข้อมูลข่าวสารมันไปเร็วยิ่งกว่าจรวด หากไม่กลั่นกรองดีๆ ผู้บริโภคก็จะถูกหลอกได้ ยิ่งระยะหลังๆ นี่การหลอกมันยิ่งแนบเนียนมาก จนบางทีเราก็ตามแทบไม่ทันเหมือนกัน   ยุคหนึ่งที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) บุกไปดำเนินคดีผลิตภัณฑ์ขายตรง น้ำผลไม้ยี่ห้ออินทราธิราช(นามสมมุติ) ลงข่าวใหญ่โตในหน้าหนังสือพิมพ์ เนื่องจากโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ปรากฎว่าน้องเภสัชกรท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ผู้แทนขายตรงกลับฉวยโอกาสแจ้งลูกค้าว่าให้รีบซื้อน้ำผลไม้อินทราธิราชที่ตนขายไปตุนเยอะๆ เพราะของปลอมกำลังระบาด ส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็นข่าวถูกดำเนินคดีเป็นของปลอมไม่ใช่ของจริง (สุดยอดนักขายรางวัลฉวยโอกาสยอดเยี่ยม)   กลางเดือนธันวาคมปีที่แล้ว มีข่าวปรากฏทางสื่อมวลชนว่า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น พบการขายยา แคปซูลผงบุกกวางแดง ที่โฆษณาสรรพคุณช่วยในการลดน้ำหนัก แต่เมื่อนำตัวยาไปตรวจสอบพบว่า เลขทะเบียนยาเป็นของปลอม และยาชนิดนี้มีส่วนผสมของ ไซบูทรามีน ซึ่งมีฤทธิ์กดสมอง ที่ประเทศไทยยกเลิกไม่ให้ใช้มานานกว่า 10 ปีแล้ว (เนื่องจากอาจมีอาการข้างเคียงกับกลุ่มคนที่เป็นโรคหัวใจ เช่น ส่งผลให้หัวใจวายเฉียบพลัน และอาจเสียชีวิตได้) นอกจากนี้ยังพบการแอบอ้างจากผู้ขายผ่านทางเฟซบุ๊คว่า แคปซูลดังกล่าวมีเลขทะเบียนยาอย่างถูกต้อง เพราะผลิตและจำหน่ายโดยแพทย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีสรรพคุณช่วยในการลดน้ำหนัก แต่เมื่อได้สอบถามไปที่คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็ได้รับคำตอบว่าทาง มหาวิทยาลัยขอนแก่นไม่ได้เป็นผู้ผลิตยาดังกล่าว ซึ่งต่อมาทางผู้บริหารได้มีการแถลงข่าวชี้แจงไปแล้ว   หลังจากนั้น ผมกลับพบข้อมูลในเฟซบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า “ผงบุกกวางแดง มข. ของแท้ 100% ตัวช่วยลดน้ำหนัก” โดยในเฟซบุ๊คนี้ ให้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นงานวิจัยส่วนตัวของอาจารย์ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ของ มข. เป็นสมุนไพรล้วนๆ ไม่ใช่ยาลดความอ้วน คิดค้นสูตรโดยอาจารย์คณะแพทยศาสตร์ มข. ซ้ำยังบอกสำทับอีกว่าตนรับตรงมาจากเพื่อนที่เรียนปริญญาเอก คณะเทคนิคการแพทย์ ม.ขอนแก่น มั่นใจได้แน่ค่ะว่าเป็นของแท้ 100 % และรับรองโดยองค์การเภสัชกรรม กระทรวงสาธารณสุข ปลอดภัย 100% มีเลขทะเบียนใบกำกับยา อย.58-1-05242-1-0001 ทะเบียนยา Reg. No. G 228/47 ปลอดภัย เห็นผลแน่นอน สุดยอดนักขายมือทองรุ่นใหม่ เพราะแค่ชื่อเฟซบุ๊คก็โฆษณาโต้งๆ แต่มาพลาดเอาง่ายๆ ตรงที่อ้างแบบงูๆปลาๆไม่รู้จริง เพราะผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งจะขึ้นทะเบียนทั้งเป็นอาหารและเป็นยาไม่ได้ครับ นี่เล่นโฆษณาว่ามีทั้ง เลข อย. (อาหาร) และทะเบียนยา...พลาดจุดที่หนึ่ง , และคนที่รับรองการขึ้นทะเบียนว่าปลอดภัยคือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ไม่ใช่องค์การเภสัชกรรมครับ..พลาดจุดที่สอง และที่สำคัญ อย.ไม่อนุญาตให้โฆษณาโต้งๆ หลอกครับว่าลดน้ำหนัก..พลาดอีกแล้ว   ล่าสุด มีพนักงานมาขายเครื่องนวดกระชับสัดส่วนตามหน่วยงานราชการ แถมบอกว่าเครื่องมือนี้คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราช เป็นคนอนุญาตให้ขาย ผมเช็คไปแล้ว ก็ไม่ใช่ความจริงอีก เห็นมั้ยครับว่าการโฆษณาขายของมันแอบเนียนอ้างหน่วยงานทางสุขภาพกันไปใหญ่แล้ว   ยุคนี้เจอข่าวอะไรที่อ้างอิงหน่วยงานราชการ อย่าเพิ่งรีบเชื่อนะครับ หากไม่ชอบมาพากล รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก่อนดีกว่าครับ จะได้ไม่ถูกหลอกให้เจ็บกระดองใจภายหลัง

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 143 น้ำมะตูม

  เคยได้ยินคำว่า น้ำอัชบาล ไหม ใช่แล้วครับคำนี้มีที่ทางอยู่ในเรื่องราวของพุทธศาสนา เป็นเครื่องดื่มของพระสงฆ์ตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ซึ่งสามารถฉันได้ทั้งวันโดยไม่ผิดพระวินัย น้ำอัชบาลทำจากพืชพรรณที่มีอยู่ในท้องถิ่นและมีฤทธิ์ทางสมุนไพร เมืองไทยเราพืชพรรณธรรมชาติเยอะแยะล้วนมีฤทธิ์ในทางสมุนไพรทั้งนั้น ครั้งนี้ขอเลือกมาหนึ่งชนิด เพราะเห็นว่าเริ่มจะหาดื่มยากแล้วนั่นคือน้ำมะตูมครับ มะตูมนั้นจัดเป็นไม้ระดับเทพเจ้าหรือไม้มงคล  มีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและพิธีมงคลของไทย ใช้ทัดหูในพิธีพราหมณ์ และใช้พรมน้ำมนต์ ตามความเชื่อที่ถ่ายทอดกันมาจากบรรพบุรุษ งานสมรสพระราชทานคู่บ่าวสาวก็จะมีใบมะตูมทัดหู การทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ และการครอบครูก็จะใช้ใบมะตูมเป็นองค์ประกอบในพิธี ในอินเดียนั้นสามารถพบใบมะตูมและผลมะตูมได้ ตามร้านขายดอกไม้บูชา หรือตามโบสถ์ฮินดูต่างๆ ส่วนในไทยปัจจุบันตอนนี้อย่าว่าแต่ใบเลยครับ หาผลสดยังยาก ต้องเป็นแหล่งจริงๆ ถึงเจอ   ถึงหายากหน่อยแต่ถ้ารู้แหล่ง เราก็ยังสามารถหาได้ครับ พวกมะตูมแห้งยังหาได้ตามร้านยาจีน รวมถึงมะตูมเชื่อมก็ยังมีที่ตรอกมะตูมแถวถนนอรุณอัมรินทร์ ตรอกสะพานหัน  ส่วนในต่างจังหวัดก็น่าจะยังพอหาได้ตามตลาดใหญ่ๆ   วิธีทำน้ำมะตูมไม่ยากเลย ในกรณีได้มะตูมแห้งมา ใช้สัก 5-6 แว่น ต้มกับน้ำประมาณ 2 ถ้วยแก้ว เดือดแล้วเคี่ยวต่อไปเล็กน้อย ยกลงตั้งไว้ให้เย็นดื่มครั้งละ ครึ่งแก้วอาจเติมน้ำตาลนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ แก้หวัด แก้หลอดลมอักเสบและคลายร้อนได้ดีมาก   สำหรับท่านที่ยังพอหาผลมะตูมสดได้ เลือกผลแก่ขูดเปลือกนอกออก(บางตำรับก็ว่าเผาไฟสักหน่อยก่อนขูดเปลือกจะดีมาก) ทุบพอร้าว ต้มกับน้ำ น้ำตาล กลายเป็นน้ำดื่มสมุนไพรชั้นดี กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ แก้ลม บำรุงธาตุดีนัก ทั้งยังช่วยระบายอ่อนๆ ด้วย   มะตูมผลสุกมีกลิ่นเฉพาะตัว บางคนว่าหอมชื่นใจ แต่บางคนก็อาจไม่คุ้น สมัยก่อนมะตูมไม่เพียงแต่รอกินผลสุก ใบอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริกกินอร่อยมาก ช่วยเจริญอาหารและแก้ท้องเสียเล็กๆ ได้ ตามธรรมชาติแล้ว มะตูมจะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และให้ผลแก่ประมาณ ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งอยู่ในช่วงนี้พอดี เจอผลสุกหรือมะตูมเชื่อมที่ไหน ลองซื้อมากินนะครับ บางคนที่ทำขนมเก่งๆ เขาก็ใช้มะตูมเชื่อมทำเป็นขนมเค้กที่หน้าตาดีและอร่อยไม่แพ้เค้กอื่นเลย ส่วนผลสุกถ้าไม่ทำน้ำมะตูมกินแบบสดก็อร่อยไปอีกแบบ แถมมีประโยชน์ด้วย มีสารเพคติน (pectin) สารแทนนิน และสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระดีต่อสุขภาพโดยรวมครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 143 โฆษณาสระอกต้องฟู สระอูต้องฟิต มันผิดกฎหมาย

  วันหนึ่งพี่สาวนักรณรงค์เพื่อสังคมคนเก่ง ออกมาโวยวาย เพราะเธอได้รับอีเมล์โฆษณาผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่อวดอ้างสรรพคุณขยายทรวงอก กระชับช่องคลอด เธอบอกว่ามันโฆษณาบุกถึงอีเมล์ส่วนตัวอย่างนี้ ถือว่าละเมิดสิทธิมากเกินไปแล้ว วันต่อมาน้องสาวอีกคนหนึ่ง แจ้งข่าวมาว่า มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โฆษณาสรรพคุณทำนองเดียวกันกับข้างต้น ออกมาแข่งแล้ว   ผมจำได้ว่า ในอดีตเคยมีผลิตภัณฑ์กล่องสีชมพูชนิดหนึ่ง โฆษณาขายทางทีวีดาวเทียม โดยสรรพคุณที่เจ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อ้างอวดก็คือ ความสามารถในการทำให้ทรวงอกขยายและกระชับช่องคลอด โดยใช้คำโฆษณาที่ติดหูว่า “อกฟู รูฟิต” และต่อมาก็ถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไล่ตามจับไปลงโทษตามกฎหมาย เพราะตัวผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ดันโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณจนเกินจริง แถมบางครั้งยังโฆษณาจนเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์ยาด้วย แต่ชะรอยว่าอำนาจกฎหมายคงไล่ไม่ทัน เพราะเสียค่าปรับไม่กี่บาท   แต่เจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถทำการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมได้มากขนาดนั้น เงินค่าปรับที่เสียคงจิ๊บจ้อยเต็มที ต่อมาเจ้าของผลิตภัณฑ์ดันผิดใจกันเองเลยแตกออกมาเป็นสองค่าย ต่างคนต่างผลิต แต่ใช้ชื่อคล้ายๆ กัน ขายแข่งกัน ต่างฝ่ายต่างบอกว่าของตนของแท้ แต่ที่แน่ๆ ดันขายได้ทั้งคู่   ด้วยความสงสัยว่า ทำไมผลิตภัณฑ์พวกนี้มันถึงขายดิบขายดีกันอย่างนี้ ผมเลยเข้าอินเตอร์เน็ตวานอากู๋ Google ช่วยสืบค้นให้หน่อย เพียงแค่ผมพิมพ์คำว่า “อกฟู รูฟิต” ภาพและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถทำให้เป็นดังคำที่พิมพ์ ก็ปรากฏ “ฟู” ต่อสายตาผมหลายสิบชนิด มากมายจนผม “ฟิต” นับแทบไม่ถ้วน   เท่าที่ดูพบว่าบางผลิตภัณฑ์มีเลขทะเบียนตำรับอาหารแล้ว แต่หลายผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีเลขทะเบียนอ้างว่านำมาจากเกาหลี  แต่ที่เหมือนกันคือ ต่างโฆษณาสรรพคุณ ในลักษณะที่มีประโยชน์ต่อสตรี “หน้าอกเต่งตึง หุ่นผอมเพรียวดั่งใจ สลายไขมันส่วนเกิน ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล กระชับช่องคลอด ไร้กลิ่น ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้ประจำเดือนมาตรงตามปกติ รู้สึกถึงความเป็นสาวกลับมาอีกครั้ง ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ทำให้หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น ลดการหย่อนยานของหน้าท้อง และทำให้ประจำเดือนมาปกติ” จากประสบการณ์ที่ทำงานคุ้มครองผู้บริโภคและมีหน้าที่ตามกฎหมายมานานหลายสิบปี ผมฟันธงได้เลยว่าแม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีเลขทะเบียน อย.แล้ว แต่ การโฆษณาในทำนองโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงแบบนี้ ผิดกฎหมายแน่นอน ถ้าดูจากส่วนประกอบก็มีแค่ส่วนผสมของสมุนไพรชนิดต่างๆ ถ้ามีสรรพคุณวิเศษดังที่อ้างจริงมันต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นยาให้ได้ด้วยซ้ำ สรุปสั้นๆ ว่าโฆษณาแบบนี้ผิดกฎหมายแน่นอน ใครเห็นแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยด่วน เขามีสินบนนำจับด้วยนะเออ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 142 ตะเกียงรักษาโรค ทำอับโชคจนอาจหมดตัว

“ตะเกียงผีบ้า  ผีบอ อะไรจะมารักษาคนได้ พวกนี้หากินบนความทุกข์ของชาวบ้าน ไม่นานมันก็ฉิบหาย  เงินทองที่เสียไปไม่ได้เสียดงเสียดายมันหรอก ขอแค่ได้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิมก็พอใจแล้ว” เสียงก่นด่าอย่างโกรธแค้นของของคุณลุงท่านหนึ่งในอำเภอโคกเจริญ ถูกถ่ายทอดผ่านมาทาง เภสัชกรภูริทัต ทองเพ็ชร เภสัชกรประจำโรงพยาบาลโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี “ลุกสาวลุงแกไปทำงานย่านนวนคร ระหว่างนั้นได้หลงไปเข้าไปอบรมที่บริษัทย่านพระรามเก้าเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายขายตะเกียงบำบัดโรค หลังจากอบรมไม่นาน ก็กลับมาคะยั้นคะยอให้พ่อแม่เข้ารับการอบรมด้วย แต่เมื่อไม่สำเร็จ เธอกับเพื่อนก็พากันมาหาแกที่บ้าน พร้อมทั้งนำตะเกียงบำบัดโรคมาจุดให้แกและภรรยาทดลองดมควัน” “ตะเกียงนี้สามารถรักษาได้สารพัดโรค ทั้งมะเร็ง  เบาหวาน  ความดัน  โรคที่หมอโรงพยาบาลรักษาไม่หาย  ตะเกียงนี้เอาอยู่ เพื่อนลูกสาวบรรยายสรรพคุณ แต่หลังจากสูดดมควันไปชั่วครู่  ภรรยาของแกกลับเกิดอาการเวียนหัว และ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  แกจึงรีบโทรติดต่อหลานชายซึ่งเป็นตำรวจในพื้นที่ให้มาดูว่าการกระทำแบบนี้เข้าข่ายหลอกลวงผิดกฎหมายหรือไม่ ทำให้เพื่อนของลูกสาววิ่งหลบหนีไป ส่วนลูกสาวแกยังยืนยันที่จะเอาเงิน 2 แสนบาทจากแกเพื่อไปซื้อตะเกียงบำบัดโรค และยังจะหาสมาชิกรายอื่นมาซื้ออีก” “ลุงแกเล่าว่า ลูกสาวบอกว่าหากหาสมาชิกใหม่มาซื้อตะเกียงบำบัดโรคราคา 2 แสนบาทนี้ได้สำเร็จ  จะได้เงินส่วนแบ่งจากบริษัท  46,000 บาท  สุดท้ายแกจะได้มีรถคันใหญ่ๆ  มีบ้านหลังใหญ่ๆ  ให้พ่อแม่ ได้อยู่อย่างสบาย” “สุดท้ายลูกสาวแกก็แอบขโมยโฉนดที่ดิน 1 ไร่ ไปขายและจำนอง ได้เงินมาประมาณ 2 แสนกว่าบาทและได้ให้บริษัทไปทั้งหมด แต่ผลที่ได้กลับได้ความสูญเสียตอบแทนกลับมา  ต้องคอยวิ่งหลอกผู้คนให้ซื้อตะเกียงบำบัดโรค  ไม่มีแม้เงินที่จะกินข้าว  ลูกสาวแกทนอยู่ในวังวนแชร์ตะเกียง อยู่ 6 เดือน ในที่สุดจึงตัดสินใจออกจากวังวนที่เลวร้ายนี้ และหมดหนทางที่จะเอาที่ดินกลับคืนมา นี่ยังมีคนในหมู่บ้านอีกประมาณ 10 กว่าราย ที่ถูกหลอกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้อย่างไม่มีวันถอนตัวได้  จนกว่าทรัพย์สมบัติจะหมด  ” “ยังมีอีกหลายรายนะครับ ที่อำเภอพิมาย โคราช ก็มีคนหลงเป็นเหยื่อแชร์ตะเกียงแบบนี้ เท่าที่ทราบเสียที่นา หมดเนื้อหมดตัว ไปตามๆ กัน” เภสัชกรภูริทัต เล่าเรื่องราวอย่างอ่อนใจ   บทเรียนแสนแพงของแชร์ตะเกียงบำบัดโรค คงไม่ใช่แค่การหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์สุขภาพเท่านั้น มันเข้าข่ายการต้มตุ๋นคนซื่อๆ ให้หลงเป็นเหยื่ออย่างน่ากลัว ใครพบเห็นรีบแจ้งตำรวจจัดการได้เลยครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 142 ประโยชน์จากเกลือ ตอน 2

ดังได้ร่ายยาวย้อนยุคไว้ในคราวก่อนว่า เกลือไม่ได้เค็มอย่างเดียว เกลือยังเป็นยาสมุนไพรที่ดีถ้ารู้จักใช้  ซึ่งได้นำเอาความรู้ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ที่พูดถึงเกลือเป็นยาไว้ 5 ประเภท คือ เกลือสินเธาว์ เกลือพิก เกลือฝ่อ เกลือสมุทรี และเกลือวิก ซึ่งได้สาธยายไว้แล้วถึงเกลือสินเธาว์ (ตามหาอ่านฉบับก่อน) แต่ขอกล่าวย้ำถึงวิธีเตรียมเกลือ ที่เป็นรากฐานในการปรุงยาจากเกลือที่เหลืออีก 4 ประเภทไว้ที่นี้อีกครั้ง คือ เอาเกลือสมุทรมาตำให้ละเอียด เอาน้ำใส่พอสมควร แล้วนำไปต้มด้วยหม้อหม้อดินให้แห้ง แล้วสุมไฟจนหม้อแดง แล้วนำเกลือที่ได้มาแบ่งเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนนำมาปรุงเป็นเกลือแต่ละประเภท มาถึงเกลือพิก(บ้างที่เขียนว่าเกลือพริก) นำเกลือที่เตรียมและแบ่งไว้แล้ว มากวนผสมกับน้ำผึ้ง ใช้ความอดทนหน่อย เพราะต้องกวนไปเรื่อยๆ ประมาณว่า 3 วัน เกลือกับน้ำผึ้งจะเข้ากันจนแห้ง เกลือพิกจะมีรสขมเผ็ด (จึงเรียกตามรสเผ็ดของพริก) มีสรรพคุณเด่น ช่วยให้ลำคอชุ่มชื่น ช่วยให้เสียงดีไม่แหบแห้ง เกลือฝ่อ นำเกลือที่เตรียมไว้แล้วเช่นกัน มากวนกับน้ำนมวัวและน้ำมันงา กวนไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 วัน เกลือกวนจะแห้ง เกลือฝ่อมีรสยาสมุนไพร รสเค็มมัน สรรพคุณแต่โบราณว่าใช้บำรุงธาตุไฟ แก้กุมารพรรดึกหรือแก้อาการท้องผูกให้กับเด็ก แก้อาการมูกเลือดด้วย   เกลือสมุทรี นำเกลือที่เตรียมไว้ แต่เกลือชนิดนี้คนรุ่นใหม่อาจตั้งข้อรังเกียจเพราะตำราโบราณท่านให้เอากวนกับเยี่ยววัว โบราณท่านถือว่าเป็นการปรุงยา เมื่อกวนไป 3 วัน เกลือนี้มีรสหวาน ใช้แก้ท้องผูก แก้อาการระส่ำระสาย บำรุงธาตุทั้งสี่ บำรุงน้ำเหลือง เป็นต้น เกลือวิก ประเภทสุดท้าย นำเอาเกลือที่เตรียมไปกวนกับสุราให้แห้งใน 3 วันเช่นกัน เกลือนี้มีรสเค็มร้อน สรรพคุณ แก้อาการท้องมาน แก้ไส้พองท้องใหญ่ และช่วยให้ชุ่มชื้น  อย่างไรก็ตาม ความรู้ที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ หลายคนรู้สึกว่าเข้าใจยากเพราะเป็นความรู้ที่สืบทอดมาและใช้ในภาษาโบราณ ขณะนี้ผู้รู้หลายท่านกำลังศึกษาเพื่อสื่อสารกับคนรุ่นปัจจุบัน หากมีความคืบหน้าจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป อย่างไรเสียเกลือแกงหรือเกลือสมุทรที่คุ้นเคยนั้น สามารถนำมาเป็นยาใกล้ตัวถ้ารู้จักใช้ เช่น แก้ตะคริว เพียงละลายน้ำเกลือดื่ม หรือก่อนลงว่ายน้ำถ้าได้ดื่มน้ำเกลือก็ช่วยป้องกันการเกิดตะคริวได้ แก้คลื่นไส้ และเมาสุรา ใช้เกลือ 1/2 ช้อนกาแฟต่อน้ำ 1 แก้ว ผสมกันแล้วดื่ม  แก้แผลปากเปื่อย หรือแผลร้อนในในปาก ให้ใส่เกลือบริเวณแผลแล้วอมไว้ ตอนแรกจะรู้สึกแสบ แต่ครั้งต่อไปจะดีขึ้น และแผลหายได้เร็ว  แก้เป็นลม หรืออ่อนเพลีย ใช้เกลือละลายกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้ดื่ม ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียน ตาลายได้ผลดี  และใช้ แก้เผ็ด (ไม่เกี่ยวกับบาดหมางใครแล้วเอาคืนนะ) แต่กินอาหารรสเผ็ดๆ จนรู้สึกแสบที่ปาก ให้ลองอมเกลือแล้วทิ้งไว้สักครู่ช่วยคลายเผ็ดและร้อนที่ปากได้ดี ขอย้ำว่าใช้เกลือเพื่อเป็นสมุนไพร ไม่แนะนำให้ใช้เกลือปรุงอาหารมากเกินไป เพราะเกลือมีผลต่อความดันโลหิต จึงควรใช้ด้วยความพอดี  ไม่ใช่เพราะ “เกลือ เค็ม แต่ดี” แต่ที่ถูกต้องคือ “เกลือ เค็ม ใช้แต่พอดี”.

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 141 น้ำไป แล้งมา มารู้จักใช้ประโยขน์จาก เกลือ ดีกว่า

หายลุ้น หายใจได้ทั่วท้อง เพราะฟ้าฝนไม่หนักเท่าปีกลาย ภาคกลางโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ (กลัวน้ำ) รอดพ้นภัยพิบัติจากน้ำไปได้อีกปี ที่หนักกว่ากำลังมาคือ น้ำแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม เหมือนเพลงที่ขับขานว่า “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง....” เมื่อทำท่าแล้งผืนดินแห้ง เลยนึกถึงประโยชน์จากเกลือเค็มๆ ขึ้นมาว่ามีประโยชน์อย่างไร ? โดยเฉพาะในมุมยาสมุนไพร เกลือมีประโยชน์เหลือหลาย แม้ว่าวงการสุขภาพในปัจจุบันพบว่า การบริโภคเกลือ(อาหารรสเค็มๆ) มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงในร่างกาย แต่เกลือที่จะแนะนำต่อไปนี้ ไม่ใช่นำมาปรุงอาหารกินกันทุกมื้อทุกวัน จึงไม่ต้องกลัวความดันโลหิตกำเริบ อันดับแรก ความรู้เชยๆ ดูโบร้านโบราณแต่ใช้ดีข้ามกาลเวลา คือ เกลือเป็นยาสีฟัน รักษาเหงือและฟันอย่างดี ไม่เชื่อก็ต้องร้องเรียกให้ อย.(คณะกรรมการอาหารและยา) สั่งให้ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งหยุดโฆษณา แต่ใครที่เคยลองแปรงฟันด้วยเกลือย่อมรู้ดีว่าฟันสะอาด แม้ว่าไม่มีฟองและรสกลิ่นหอมชื่นใจก็ตาม ยิ่งใครเคยลองยาสีฟันผงข่อยผสมเกลือ ยิ่งรู้ดีว่ายาสีฟันโบราณนั้นรักษาเหงือกและฟันดีจริงๆ   ที่อยากแนะนำในที่นี้ คือ สรรพคุณเกลือในตำรายาไทย โดยเฉพาะตำราสรรพคุณยาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ซึ่งท่านได้รับการยกย่องจากยูเนสโกเมื่อ ปี 2541 ให้เป็นบุคลสำคัญของโลก ตำราที่ท่านเขียนถึงประโยชน์และโทษของสมุนไพรไทย ไว้ 166 ชนิด ถือเป็นตำราสมุนไพรเล่มแรกของไทยที่ เขียนแบบเอกสารทางวิชาการ แจกแจง และวิเคราะห์ส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด ในตำรับยาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท พูดถึงเกลือที่ใช้เป็นยามี 5 ประเภท คือ เกลือสินเธาว์ เกลือพิก เกลือฝ่อ เกลือสมุทรี และเกลือวิก (อ่านแล้วมึนตึ้บไหมหละ) ไม่ต้องตกใจ เกลือแต่ละชนิดเกิดจากการปรุงที่แตกต่างกัน เริ่มจากให้เอาเกลือสมุทรมาตำให้ละเอียด เอาน้ำใส่พอสมควร แล้วนำไปต้มด้วยหม้อหม้อดินให้แห้ง แล้วสุมไฟจนหม้อแดง แล้วนำเกลือที่ได้มาแบ่งเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนนำมาปรุงเป็นเกลือแต่ละประเภท ประเภทแรก เกลือสินเธาว์ ได้จากเกลือที่เตรียมไว้ 1 ส่วนแล้วมาผสมน้ำนมวัว 1 ส่วน นำไปเคี่ยวไปจนแห้งประมาณ 3 วัน เกลือสินเธาว์ ที่ใช้เวลาปรุงเป็นยานี้ ใช้แก้โรค 3 อาการ คือ 1) พรรดึก (อ่านว่า พันระดึก) หมายถึงอาการท้องผูกมาก มีอุจจาระเป็นก้อนแข็งคล้ายขี้แพะ ใครท้องผูกขั้นรุนแรงลองใช้ระบายท้องดู 2) แก้ระส่ำระสาย หมายถึงอาการที่เกิดจากการหมุนเวียนของโลหิตไม่ปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติของลมในร่างกายทำให้เกิดอาการระส่ำระสาย และ 3) แก้ตรีโทษ คือ โรคที่เกิดจากปิตตะ วาตะและเสมหะร่วมกัน ใครเป็นตรีโทษมีทั้งอาการเบาไปจนหนัก คือ ธาตุในร่างกายแปรปรวนขาดสมดุลมาก ตำราโบราณท่านก็ว่าไว้ให้ใช้เกลือสินเธาว์ได้ และเกลือประเภทนี้ยังใช้แก้นิ่วด้วย น่าเสียดายหน้ากระดาษหมด โปรดกลืนน้ำลายคอยเกลือเค็มๆ ฉบับต่อไป.  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 141 ชุดอุปกรณ์นั่งๆ นอนๆ ทับเงินทับทอง

ชุดอุปกรณ์มหัศจรรย์เสียเงินเสียทองแห่งชาติชุดนี้ พบจากบ้านผู้ป่วยรายหนึ่งในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ป่วยรายนี้หมดเงินไปแสนกว่าบาท กว่าจะได้อุปกรณ์ชุดนี้มารนั่งๆ นอนๆ ทับมัน ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกตนได้ไปสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์สุขภาพสุขภาพวีเก็น  ซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว ตนก็ได้สิทธิเข้าไปใช้บริการกับอุปกรณ์เหล่านี้ หลังจากรับบริการไป 2-3 ครั้ง ทางศูนย์ฯ ก็จะแนะนำให้ตนซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว ไว้ใช้ที่บ้านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมามารอคิวรับบริการ อุปกรณ์ที่ผู้ป่วยรายนี้ซื้อมามี 2 – 3 ชิ้น ราคาแสนกว่าบาท อุปกรณ์ชิ้นแรก เรียกว่าเก้าอี้แร่ ราคาประมาณ 20,000 กว่าบาท ลักษณะจะคล้ายๆ เก้าอี้นั่ง  มีรูปตรงกลาง ขนาดประมาณฝ่ามือ ทำงานโดยใช้ไฟฟ้าพอเสียบปลั๊กเก้าอี้ก็จะเริ่มสั่น พร้อมทั้งมีไอร้อนพวยพุ่งออกมาสัมผัสกับก้นน้อยๆ ของผู้นั่ง สามารถปรับระดับอุณหภูมิที่ความร้อนจะสัมผัสก้นได้ถึง 5 ระดับ ตามความทนทานของก้น (ฮา)   ผู้ขายบอกว่าอย่าตกใจ  มันคือไอของแร่ธาตุที่กำลังพวยพุ่งออกมาเพื่อรักษาอาการป่วย (เหมือนรังสีเฮ้ากวงทะลวงก้นชอบกล) นอกจากนี้สามารถปรับระดับความแรงของการสั่นได้ 3  ระดับและตั้งเวลาได้ 3 ช่วงตั้งแต่ 10  -  20  หรือ 30 นาที   ผู้ป่วยรายนี้บอกว่าเมื่อตนนั่งครั้งแรกรู้สึกเวียนศีรษะมาก เพราะเก้าอี้จะสั่นตลอดเวลาและเมื่อนั่งไปสักพักก็จะเริ่มรู้สึกร้อนก้น  ผู้ขายอธิบายว่า การที่เครื่องสั่น มันจะสะเทือนไปถึงเลือดในเส้นเลือดของผู้นั่งไปด้วย เสมือนเป็นการฟอกเลือด  นอกจากนี้ยังสามารถรักษาได้ทั้ง เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวารหนัก  (อ้างว่าไอร้อนของแร่จะทำให้หัวของริดสีดวงแห้งและฝ่อไป) รักษาต่อมลูกหมากโต ป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก  แก้ปวด แนะนำให้นั่งนานมากที่สุดไม่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง อุปกรณ์ชิ้นที่สองคือเตียงนวด ราคาประมาณ 103,000 บาท (ขอย้ำอีกครั้งว่าว่าแสนกว่าบาท)  เป็นเตียงต่อกับไฟฟ้า โฆษณาว่ารักษาอาการปวดหลัง ปวดเอว หมอนรองกระดูกทับเส้น และอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายคือ แผ่นประคบแร่ธาตุ โฆษณาว่าคลายเส้น แก้ปวด ราคา 30,000 บาท ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอนุญาตให้โฆษณาอย่างนี้ ใครเจอก็แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไปตรวจสอบให้หายสั่นซะทีนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 140 สะระแหน่ แก้ปวด

ใบอะไรเอ่ย...กลิ่นหอมคล้ายใบมะนาว แต่มีรสชาติคล้ายกับตะไคร้หอม คำตอบนั่นก็คือ ใบสะระแหน่ นี้นี่เอง ใบเล็กๆ เขียวเข้ม ขอบย่นๆ หยักๆ อยู่ในพล่า ยำ นั้น เห็นหลายคนชอบเขี่ยออกไปไม่ยอมกิน เห็นแล้วให้นึกเสียดาย เพราะสะระแหน่นั้นมีสรรพคุณที่ช่วยเพิ่มความหอมให้กับอาหาร นั่นเป็นเพราะว่า ใบสะระแหน่มีน้ำมันหอมระเหยมาก น้ำมันหอมระเหยของสะระแหน่นี้ ประกอบด้วยสารเมนทอล (Menthol) ไลโมนีน (Limonene) นีโอเมนทอล (Neomenthol) อยู่มาก จึงไม่เพียงช่วยให้อาหารมีความหอมยังช่วยดับกลิ่นปากได้ดีอีกด้วย   สารเมนทอล(รสเย็นซ่า) ในสะระแหน่มีคุณสมบัติเย็นจึงใช้รักษาอาการอ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน หลอดลมอักเสบ และหอบหืดได้ นอกจากนี้หลายสำนักวิจัยเรื่องสมุนไพรยังยกย่องให้สะระแหน่เป็นเจ้าแห่งการบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ทั้งปวดศีรษะ ปวดฟัน โดยดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง หรือปวดท้อง จากบิด ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด โดยนำใบสะระแหน่ต้มดื่มแต่น้ำ เมนทอลของสะระแหน่นั้นเขาสรรเสริญกันว่าสุดยอด มีการนำใบสะระแหน่มาสกัดทำหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น นำไปผสมในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หมากฝรั่ง ลูกอม เจลอาบน้ำ สบู่ ยาแก้ไอ หรือแม้แต่ครีมลดการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ก็เพราะเมนทอลในสะระแหน่นี่เอง ปัจจุบันได้มีการสกัดสารจากสะระแหน่ในรูปแบบของลูกอมสะระแหน่ไว้ใช้อม หรือที่เรียกว่า ลูกอมมินต์ ที่ทำให้เราทั้งรู้สึกสดชื่น และระงับเชื้อแบคทีเรียในปากได้ สะระแหน่ยังปลูกง่าย เป็นพืชสวนครัวที่แทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก เคยได้ยินไหมที่เขาพูดเปรียบรถเก่าๆ ว่าน่าจะเอาไปปลูกสะระแหน่ได้แล้ว แสดงถึงความนิยมในเรื่องของการปลูกทั้งเป็นไม้ประดับและพืชสวนครัว พืชนี้ชอบน้ำชุ่ม คนโบราณจะปลูกไว้ใกล้ครัวและมักใช้น้ำคาวปลา(น้ำล้างปลา)รดสะระแหน่ เชื่อว่าจะทำให้แตกยอดและใบงาม สะระแหน่ขยายพันธุ์โดยใช้ไหลแยกไปปลูก(ปักชำ) ในบริเวณที่ต้องการได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร นอกจากหยิบจับใช้ทำอาหารแล้ว เวลาฉุกเฉินแมลงสัตว์กัดต่อย ขอให้รีบหยิบใบสะระแหน่มาขยี้หรือตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่โดนกัด จะแก้พิษ บรรเทาอาการปวดแผลได้ผลชะงัดนัก รู้อย่างนี้แล้ว ถ้ามีสะระแหน่ประดับในจานอาหารขออย่าได้เขี่ยทิ้ง มันเสียของ จงกินมันเข้าไป และหากได้ไหลของต้นสะระแหน่ติดมือกลับมาบ้านก็ให้ปักชำทำเป็นพืชสวนครัวเสีย มีประโยชน์มากๆ เลย

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 140 วิตามินสารพัดเรียว

อิทธิพลของค่านิยมต่างๆ ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาหลอกลวง ยิ่งในยุคหลังๆ ที่สังคมพยายามยัดเยียดค่านิยมว่า หากจะสวยอย่างแท้จริงก็จะต้องผอมเพรียวด้วย ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะหลอกลวงต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย ผลิตภัณฑ์ที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ คือผลิตภัณฑ์ “วิตามินสารพัดเรียว” วิตามินชนิดนี้มีการนำไปเสนอขายทางอินเตอร์เน็ต โดยหลังจากสั่งซื้อแล้ว จะส่งสินค้าให้ทางไปรษณีย์ เน้นกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการความเรียวทุกประเภท มีทั้ง วิตามินแขนเรียว วิตามินแขนเรียว วิตามินหน้าเรียว วิตามินลดหน้าท้อง ราคาเม็ดละประมาณ 8 บาท โดยแนะนำว่า “ให้รับประทานวันละ 1 - 2 เม็ด ก่อนอาหารมื้อแรก 30 นาที สำหรับลูกค้าท่านใดไม่เคยรับประทานยาลดน้ำหนักมาก่อนเลย ให้รับประทานวันละ 1 เม็ด แล้วดื่มน้ำตามเยอะๆ” มีผิดสังเกตตรงที่ในโฆษณานั้นย้ำว่าหลังทานยาอย่าลืมทานข้าวทุกมื้อ (ไม่รู้ว่ากลัวคนกินเกิดอาการผิดสำแดงอย่างไร?) นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่านำเข้ามาจากเกาหลี ทั้งผลิตภัณฑ์ Slimming  Diet ที่อ้างว่ารับประทานแผงเดียวลดได้ 5 กิโลกรัม และผลิตภัณฑ์ กลูต้าหิมะ Gluta 100000 Super   Whitening Snow ที่โฆษณาว่าจะทำให้ผิวขาวเนียนนุ่มดุจหิมะ ผิวขาวใสอมชมพู ขาวเปล่งประกายอย่างมีมีออร่า ลบริ้วรอย จุดด่างดำ จากสิวฝ้า กระ ช่วยเร่งให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังอ้างว่าจะ Detox ตับ และป้องกันการเกิดมะเร็ง ทั้งๆที่ส่วนประกอบที่แสดงบนฉลากคือ แอล กลูต้าไธโอน (L-Glutathione 100000 mg) ซึ่งเคยมีรายงานว่ามีผู้ป่วยได้รับอันตรายต่อตับจากการใช้อย่างไม่ถูกต้องมาแล้ว และที่เสมอต้นเสมอปลายคือ ภาพจากโฆษณาเหล่านี้ไม่มีเลขทะเบียนยา หรืออาหารแต่อย่างใด แต่ฉลากที่แสดงเป็นภาษาไทยน่าจะเชื่อได้ว่าแอบลักลอบผลิตในประเทศนี่เอง ใครมีลูกหลานวัยรุ่น วัยที่รักสวยรักงาม รีบไปเตือน “อย่าไปเสี่ยงเรียวเชียวนะหนู” และใครทราบแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทราบด้วยนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point