ฉบับที่ 143 น้ำมะตูม

  เคยได้ยินคำว่า น้ำอัชบาล ไหม ใช่แล้วครับคำนี้มีที่ทางอยู่ในเรื่องราวของพุทธศาสนา เป็นเครื่องดื่มของพระสงฆ์ตั้งแต่ครั้งพุทธกาล ซึ่งสามารถฉันได้ทั้งวันโดยไม่ผิดพระวินัย น้ำอัชบาลทำจากพืชพรรณที่มีอยู่ในท้องถิ่นและมีฤทธิ์ทางสมุนไพร เมืองไทยเราพืชพรรณธรรมชาติเยอะแยะล้วนมีฤทธิ์ในทางสมุนไพรทั้งนั้น ครั้งนี้ขอเลือกมาหนึ่งชนิด เพราะเห็นว่าเริ่มจะหาดื่มยากแล้วนั่นคือน้ำมะตูมครับ มะตูมนั้นจัดเป็นไม้ระดับเทพเจ้าหรือไม้มงคล  มีความเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมและพิธีมงคลของไทย ใช้ทัดหูในพิธีพราหมณ์ และใช้พรมน้ำมนต์ ตามความเชื่อที่ถ่ายทอดกันมาจากบรรพบุรุษ งานสมรสพระราชทานคู่บ่าวสาวก็จะมีใบมะตูมทัดหู การทำน้ำมนต์เพื่อสะเดาะเคราะห์ และการครอบครูก็จะใช้ใบมะตูมเป็นองค์ประกอบในพิธี ในอินเดียนั้นสามารถพบใบมะตูมและผลมะตูมได้ ตามร้านขายดอกไม้บูชา หรือตามโบสถ์ฮินดูต่างๆ ส่วนในไทยปัจจุบันตอนนี้อย่าว่าแต่ใบเลยครับ หาผลสดยังยาก ต้องเป็นแหล่งจริงๆ ถึงเจอ   ถึงหายากหน่อยแต่ถ้ารู้แหล่ง เราก็ยังสามารถหาได้ครับ พวกมะตูมแห้งยังหาได้ตามร้านยาจีน รวมถึงมะตูมเชื่อมก็ยังมีที่ตรอกมะตูมแถวถนนอรุณอัมรินทร์ ตรอกสะพานหัน  ส่วนในต่างจังหวัดก็น่าจะยังพอหาได้ตามตลาดใหญ่ๆ   วิธีทำน้ำมะตูมไม่ยากเลย ในกรณีได้มะตูมแห้งมา ใช้สัก 5-6 แว่น ต้มกับน้ำประมาณ 2 ถ้วยแก้ว เดือดแล้วเคี่ยวต่อไปเล็กน้อย ยกลงตั้งไว้ให้เย็นดื่มครั้งละ ครึ่งแก้วอาจเติมน้ำตาลนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ แก้หวัด แก้หลอดลมอักเสบและคลายร้อนได้ดีมาก   สำหรับท่านที่ยังพอหาผลมะตูมสดได้ เลือกผลแก่ขูดเปลือกนอกออก(บางตำรับก็ว่าเผาไฟสักหน่อยก่อนขูดเปลือกจะดีมาก) ทุบพอร้าว ต้มกับน้ำ น้ำตาล กลายเป็นน้ำดื่มสมุนไพรชั้นดี กินได้ทั้งน้ำและเนื้อ แก้ลม บำรุงธาตุดีนัก ทั้งยังช่วยระบายอ่อนๆ ด้วย   มะตูมผลสุกมีกลิ่นเฉพาะตัว บางคนว่าหอมชื่นใจ แต่บางคนก็อาจไม่คุ้น สมัยก่อนมะตูมไม่เพียงแต่รอกินผลสุก ใบอ่อนนำมาจิ้มน้ำพริกกินอร่อยมาก ช่วยเจริญอาหารและแก้ท้องเสียเล็กๆ ได้ ตามธรรมชาติแล้ว มะตูมจะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-พฤษภาคม และให้ผลแก่ประมาณ ธันวาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งอยู่ในช่วงนี้พอดี เจอผลสุกหรือมะตูมเชื่อมที่ไหน ลองซื้อมากินนะครับ บางคนที่ทำขนมเก่งๆ เขาก็ใช้มะตูมเชื่อมทำเป็นขนมเค้กที่หน้าตาดีและอร่อยไม่แพ้เค้กอื่นเลย ส่วนผลสุกถ้าไม่ทำน้ำมะตูมกินแบบสดก็อร่อยไปอีกแบบ แถมมีประโยชน์ด้วย มีสารเพคติน (pectin) สารแทนนิน และสารฟลาโวนอยด์ (flavonoids) ซึ่งช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระดีต่อสุขภาพโดยรวมครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 143 โฆษณาสระอกต้องฟู สระอูต้องฟิต มันผิดกฎหมาย

  วันหนึ่งพี่สาวนักรณรงค์เพื่อสังคมคนเก่ง ออกมาโวยวาย เพราะเธอได้รับอีเมล์โฆษณาผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่อวดอ้างสรรพคุณขยายทรวงอก กระชับช่องคลอด เธอบอกว่ามันโฆษณาบุกถึงอีเมล์ส่วนตัวอย่างนี้ ถือว่าละเมิดสิทธิมากเกินไปแล้ว วันต่อมาน้องสาวอีกคนหนึ่ง แจ้งข่าวมาว่า มีผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โฆษณาสรรพคุณทำนองเดียวกันกับข้างต้น ออกมาแข่งแล้ว   ผมจำได้ว่า ในอดีตเคยมีผลิตภัณฑ์กล่องสีชมพูชนิดหนึ่ง โฆษณาขายทางทีวีดาวเทียม โดยสรรพคุณที่เจ้าผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อ้างอวดก็คือ ความสามารถในการทำให้ทรวงอกขยายและกระชับช่องคลอด โดยใช้คำโฆษณาที่ติดหูว่า “อกฟู รูฟิต” และต่อมาก็ถูกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไล่ตามจับไปลงโทษตามกฎหมาย เพราะตัวผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นทะเบียนเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่ดันโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณจนเกินจริง แถมบางครั้งยังโฆษณาจนเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์ยาด้วย แต่ชะรอยว่าอำนาจกฎหมายคงไล่ไม่ทัน เพราะเสียค่าปรับไม่กี่บาท   แต่เจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถทำการโฆษณาทางทีวีดาวเทียมได้มากขนาดนั้น เงินค่าปรับที่เสียคงจิ๊บจ้อยเต็มที ต่อมาเจ้าของผลิตภัณฑ์ดันผิดใจกันเองเลยแตกออกมาเป็นสองค่าย ต่างคนต่างผลิต แต่ใช้ชื่อคล้ายๆ กัน ขายแข่งกัน ต่างฝ่ายต่างบอกว่าของตนของแท้ แต่ที่แน่ๆ ดันขายได้ทั้งคู่   ด้วยความสงสัยว่า ทำไมผลิตภัณฑ์พวกนี้มันถึงขายดิบขายดีกันอย่างนี้ ผมเลยเข้าอินเตอร์เน็ตวานอากู๋ Google ช่วยสืบค้นให้หน่อย เพียงแค่ผมพิมพ์คำว่า “อกฟู รูฟิต” ภาพและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่โฆษณาว่าสามารถทำให้เป็นดังคำที่พิมพ์ ก็ปรากฏ “ฟู” ต่อสายตาผมหลายสิบชนิด มากมายจนผม “ฟิต” นับแทบไม่ถ้วน   เท่าที่ดูพบว่าบางผลิตภัณฑ์มีเลขทะเบียนตำรับอาหารแล้ว แต่หลายผลิตภัณฑ์ก็ไม่มีเลขทะเบียนอ้างว่านำมาจากเกาหลี  แต่ที่เหมือนกันคือ ต่างโฆษณาสรรพคุณ ในลักษณะที่มีประโยชน์ต่อสตรี “หน้าอกเต่งตึง หุ่นผอมเพรียวดั่งใจ สลายไขมันส่วนเกิน ผิวพรรณเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล กระชับช่องคลอด ไร้กลิ่น ขับน้ำคาวปลา ช่วยให้ประจำเดือนมาตรงตามปกติ รู้สึกถึงความเป็นสาวกลับมาอีกครั้ง ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนเพศ ทำให้หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น ลดการหย่อนยานของหน้าท้อง และทำให้ประจำเดือนมาปกติ” จากประสบการณ์ที่ทำงานคุ้มครองผู้บริโภคและมีหน้าที่ตามกฎหมายมานานหลายสิบปี ผมฟันธงได้เลยว่าแม้ผลิตภัณฑ์บางชนิดจะมีเลขทะเบียน อย.แล้ว แต่ การโฆษณาในทำนองโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงแบบนี้ ผิดกฎหมายแน่นอน ถ้าดูจากส่วนประกอบก็มีแค่ส่วนผสมของสมุนไพรชนิดต่างๆ ถ้ามีสรรพคุณวิเศษดังที่อ้างจริงมันต้องมาขึ้นทะเบียนเป็นยาให้ได้ด้วยซ้ำ สรุปสั้นๆ ว่าโฆษณาแบบนี้ผิดกฎหมายแน่นอน ใครเห็นแจ้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยด่วน เขามีสินบนนำจับด้วยนะเออ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 142 ตะเกียงรักษาโรค ทำอับโชคจนอาจหมดตัว

“ตะเกียงผีบ้า  ผีบอ อะไรจะมารักษาคนได้ พวกนี้หากินบนความทุกข์ของชาวบ้าน ไม่นานมันก็ฉิบหาย  เงินทองที่เสียไปไม่ได้เสียดงเสียดายมันหรอก ขอแค่ได้ลูกสาวกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิมก็พอใจแล้ว” เสียงก่นด่าอย่างโกรธแค้นของของคุณลุงท่านหนึ่งในอำเภอโคกเจริญ ถูกถ่ายทอดผ่านมาทาง เภสัชกรภูริทัต ทองเพ็ชร เภสัชกรประจำโรงพยาบาลโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี “ลุกสาวลุงแกไปทำงานย่านนวนคร ระหว่างนั้นได้หลงไปเข้าไปอบรมที่บริษัทย่านพระรามเก้าเกี่ยวกับธุรกิจเครือข่ายขายตะเกียงบำบัดโรค หลังจากอบรมไม่นาน ก็กลับมาคะยั้นคะยอให้พ่อแม่เข้ารับการอบรมด้วย แต่เมื่อไม่สำเร็จ เธอกับเพื่อนก็พากันมาหาแกที่บ้าน พร้อมทั้งนำตะเกียงบำบัดโรคมาจุดให้แกและภรรยาทดลองดมควัน” “ตะเกียงนี้สามารถรักษาได้สารพัดโรค ทั้งมะเร็ง  เบาหวาน  ความดัน  โรคที่หมอโรงพยาบาลรักษาไม่หาย  ตะเกียงนี้เอาอยู่ เพื่อนลูกสาวบรรยายสรรพคุณ แต่หลังจากสูดดมควันไปชั่วครู่  ภรรยาของแกกลับเกิดอาการเวียนหัว และ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง  แกจึงรีบโทรติดต่อหลานชายซึ่งเป็นตำรวจในพื้นที่ให้มาดูว่าการกระทำแบบนี้เข้าข่ายหลอกลวงผิดกฎหมายหรือไม่ ทำให้เพื่อนของลูกสาววิ่งหลบหนีไป ส่วนลูกสาวแกยังยืนยันที่จะเอาเงิน 2 แสนบาทจากแกเพื่อไปซื้อตะเกียงบำบัดโรค และยังจะหาสมาชิกรายอื่นมาซื้ออีก” “ลุงแกเล่าว่า ลูกสาวบอกว่าหากหาสมาชิกใหม่มาซื้อตะเกียงบำบัดโรคราคา 2 แสนบาทนี้ได้สำเร็จ  จะได้เงินส่วนแบ่งจากบริษัท  46,000 บาท  สุดท้ายแกจะได้มีรถคันใหญ่ๆ  มีบ้านหลังใหญ่ๆ  ให้พ่อแม่ ได้อยู่อย่างสบาย” “สุดท้ายลูกสาวแกก็แอบขโมยโฉนดที่ดิน 1 ไร่ ไปขายและจำนอง ได้เงินมาประมาณ 2 แสนกว่าบาทและได้ให้บริษัทไปทั้งหมด แต่ผลที่ได้กลับได้ความสูญเสียตอบแทนกลับมา  ต้องคอยวิ่งหลอกผู้คนให้ซื้อตะเกียงบำบัดโรค  ไม่มีแม้เงินที่จะกินข้าว  ลูกสาวแกทนอยู่ในวังวนแชร์ตะเกียง อยู่ 6 เดือน ในที่สุดจึงตัดสินใจออกจากวังวนที่เลวร้ายนี้ และหมดหนทางที่จะเอาที่ดินกลับคืนมา นี่ยังมีคนในหมู่บ้านอีกประมาณ 10 กว่าราย ที่ถูกหลอกอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกันนี้อย่างไม่มีวันถอนตัวได้  จนกว่าทรัพย์สมบัติจะหมด  ” “ยังมีอีกหลายรายนะครับ ที่อำเภอพิมาย โคราช ก็มีคนหลงเป็นเหยื่อแชร์ตะเกียงแบบนี้ เท่าที่ทราบเสียที่นา หมดเนื้อหมดตัว ไปตามๆ กัน” เภสัชกรภูริทัต เล่าเรื่องราวอย่างอ่อนใจ   บทเรียนแสนแพงของแชร์ตะเกียงบำบัดโรค คงไม่ใช่แค่การหลอกลวงขายผลิตภัณฑ์สุขภาพเท่านั้น มันเข้าข่ายการต้มตุ๋นคนซื่อๆ ให้หลงเป็นเหยื่ออย่างน่ากลัว ใครพบเห็นรีบแจ้งตำรวจจัดการได้เลยครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 142 ประโยชน์จากเกลือ ตอน 2

ดังได้ร่ายยาวย้อนยุคไว้ในคราวก่อนว่า เกลือไม่ได้เค็มอย่างเดียว เกลือยังเป็นยาสมุนไพรที่ดีถ้ารู้จักใช้  ซึ่งได้นำเอาความรู้ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ที่พูดถึงเกลือเป็นยาไว้ 5 ประเภท คือ เกลือสินเธาว์ เกลือพิก เกลือฝ่อ เกลือสมุทรี และเกลือวิก ซึ่งได้สาธยายไว้แล้วถึงเกลือสินเธาว์ (ตามหาอ่านฉบับก่อน) แต่ขอกล่าวย้ำถึงวิธีเตรียมเกลือ ที่เป็นรากฐานในการปรุงยาจากเกลือที่เหลืออีก 4 ประเภทไว้ที่นี้อีกครั้ง คือ เอาเกลือสมุทรมาตำให้ละเอียด เอาน้ำใส่พอสมควร แล้วนำไปต้มด้วยหม้อหม้อดินให้แห้ง แล้วสุมไฟจนหม้อแดง แล้วนำเกลือที่ได้มาแบ่งเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนนำมาปรุงเป็นเกลือแต่ละประเภท มาถึงเกลือพิก(บ้างที่เขียนว่าเกลือพริก) นำเกลือที่เตรียมและแบ่งไว้แล้ว มากวนผสมกับน้ำผึ้ง ใช้ความอดทนหน่อย เพราะต้องกวนไปเรื่อยๆ ประมาณว่า 3 วัน เกลือกับน้ำผึ้งจะเข้ากันจนแห้ง เกลือพิกจะมีรสขมเผ็ด (จึงเรียกตามรสเผ็ดของพริก) มีสรรพคุณเด่น ช่วยให้ลำคอชุ่มชื่น ช่วยให้เสียงดีไม่แหบแห้ง เกลือฝ่อ นำเกลือที่เตรียมไว้แล้วเช่นกัน มากวนกับน้ำนมวัวและน้ำมันงา กวนไปเรื่อยๆ ประมาณ 3 วัน เกลือกวนจะแห้ง เกลือฝ่อมีรสยาสมุนไพร รสเค็มมัน สรรพคุณแต่โบราณว่าใช้บำรุงธาตุไฟ แก้กุมารพรรดึกหรือแก้อาการท้องผูกให้กับเด็ก แก้อาการมูกเลือดด้วย   เกลือสมุทรี นำเกลือที่เตรียมไว้ แต่เกลือชนิดนี้คนรุ่นใหม่อาจตั้งข้อรังเกียจเพราะตำราโบราณท่านให้เอากวนกับเยี่ยววัว โบราณท่านถือว่าเป็นการปรุงยา เมื่อกวนไป 3 วัน เกลือนี้มีรสหวาน ใช้แก้ท้องผูก แก้อาการระส่ำระสาย บำรุงธาตุทั้งสี่ บำรุงน้ำเหลือง เป็นต้น เกลือวิก ประเภทสุดท้าย นำเอาเกลือที่เตรียมไปกวนกับสุราให้แห้งใน 3 วันเช่นกัน เกลือนี้มีรสเค็มร้อน สรรพคุณ แก้อาการท้องมาน แก้ไส้พองท้องใหญ่ และช่วยให้ชุ่มชื้น  อย่างไรก็ตาม ความรู้ที่นำมาเล่าสู่กันฟังนี้ หลายคนรู้สึกว่าเข้าใจยากเพราะเป็นความรู้ที่สืบทอดมาและใช้ในภาษาโบราณ ขณะนี้ผู้รู้หลายท่านกำลังศึกษาเพื่อสื่อสารกับคนรุ่นปัจจุบัน หากมีความคืบหน้าจะนำมาเล่าสู่กันฟังต่อไป อย่างไรเสียเกลือแกงหรือเกลือสมุทรที่คุ้นเคยนั้น สามารถนำมาเป็นยาใกล้ตัวถ้ารู้จักใช้ เช่น แก้ตะคริว เพียงละลายน้ำเกลือดื่ม หรือก่อนลงว่ายน้ำถ้าได้ดื่มน้ำเกลือก็ช่วยป้องกันการเกิดตะคริวได้ แก้คลื่นไส้ และเมาสุรา ใช้เกลือ 1/2 ช้อนกาแฟต่อน้ำ 1 แก้ว ผสมกันแล้วดื่ม  แก้แผลปากเปื่อย หรือแผลร้อนในในปาก ให้ใส่เกลือบริเวณแผลแล้วอมไว้ ตอนแรกจะรู้สึกแสบ แต่ครั้งต่อไปจะดีขึ้น และแผลหายได้เร็ว  แก้เป็นลม หรืออ่อนเพลีย ใช้เกลือละลายกับน้ำร้อนหรือน้ำเย็นก็ได้ดื่ม ช่วยแก้อาการเป็นลม หน้ามืด วิงเวียน ตาลายได้ผลดี  และใช้ แก้เผ็ด (ไม่เกี่ยวกับบาดหมางใครแล้วเอาคืนนะ) แต่กินอาหารรสเผ็ดๆ จนรู้สึกแสบที่ปาก ให้ลองอมเกลือแล้วทิ้งไว้สักครู่ช่วยคลายเผ็ดและร้อนที่ปากได้ดี ขอย้ำว่าใช้เกลือเพื่อเป็นสมุนไพร ไม่แนะนำให้ใช้เกลือปรุงอาหารมากเกินไป เพราะเกลือมีผลต่อความดันโลหิต จึงควรใช้ด้วยความพอดี  ไม่ใช่เพราะ “เกลือ เค็ม แต่ดี” แต่ที่ถูกต้องคือ “เกลือ เค็ม ใช้แต่พอดี”.

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 141 น้ำไป แล้งมา มารู้จักใช้ประโยขน์จาก เกลือ ดีกว่า

หายลุ้น หายใจได้ทั่วท้อง เพราะฟ้าฝนไม่หนักเท่าปีกลาย ภาคกลางโดยเฉพาะชาวกรุงเทพฯ (กลัวน้ำ) รอดพ้นภัยพิบัติจากน้ำไปได้อีกปี ที่หนักกว่ากำลังมาคือ น้ำแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม เหมือนเพลงที่ขับขานว่า “น้ำท่วมดีกว่าฝนแล้ง....” เมื่อทำท่าแล้งผืนดินแห้ง เลยนึกถึงประโยชน์จากเกลือเค็มๆ ขึ้นมาว่ามีประโยชน์อย่างไร ? โดยเฉพาะในมุมยาสมุนไพร เกลือมีประโยชน์เหลือหลาย แม้ว่าวงการสุขภาพในปัจจุบันพบว่า การบริโภคเกลือ(อาหารรสเค็มๆ) มีความสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงในร่างกาย แต่เกลือที่จะแนะนำต่อไปนี้ ไม่ใช่นำมาปรุงอาหารกินกันทุกมื้อทุกวัน จึงไม่ต้องกลัวความดันโลหิตกำเริบ อันดับแรก ความรู้เชยๆ ดูโบร้านโบราณแต่ใช้ดีข้ามกาลเวลา คือ เกลือเป็นยาสีฟัน รักษาเหงือและฟันอย่างดี ไม่เชื่อก็ต้องร้องเรียกให้ อย.(คณะกรรมการอาหารและยา) สั่งให้ยาสีฟันยี่ห้อหนึ่งหยุดโฆษณา แต่ใครที่เคยลองแปรงฟันด้วยเกลือย่อมรู้ดีว่าฟันสะอาด แม้ว่าไม่มีฟองและรสกลิ่นหอมชื่นใจก็ตาม ยิ่งใครเคยลองยาสีฟันผงข่อยผสมเกลือ ยิ่งรู้ดีว่ายาสีฟันโบราณนั้นรักษาเหงือกและฟันดีจริงๆ   ที่อยากแนะนำในที่นี้ คือ สรรพคุณเกลือในตำรายาไทย โดยเฉพาะตำราสรรพคุณยาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท ซึ่งท่านได้รับการยกย่องจากยูเนสโกเมื่อ ปี 2541 ให้เป็นบุคลสำคัญของโลก ตำราที่ท่านเขียนถึงประโยชน์และโทษของสมุนไพรไทย ไว้ 166 ชนิด ถือเป็นตำราสมุนไพรเล่มแรกของไทยที่ เขียนแบบเอกสารทางวิชาการ แจกแจง และวิเคราะห์ส่วนต่างๆ ของพืชสมุนไพรแต่ละชนิด ในตำรับยาของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงวงษาธิราชสนิท พูดถึงเกลือที่ใช้เป็นยามี 5 ประเภท คือ เกลือสินเธาว์ เกลือพิก เกลือฝ่อ เกลือสมุทรี และเกลือวิก (อ่านแล้วมึนตึ้บไหมหละ) ไม่ต้องตกใจ เกลือแต่ละชนิดเกิดจากการปรุงที่แตกต่างกัน เริ่มจากให้เอาเกลือสมุทรมาตำให้ละเอียด เอาน้ำใส่พอสมควร แล้วนำไปต้มด้วยหม้อหม้อดินให้แห้ง แล้วสุมไฟจนหม้อแดง แล้วนำเกลือที่ได้มาแบ่งเป็น 5 ส่วน แต่ละส่วนนำมาปรุงเป็นเกลือแต่ละประเภท ประเภทแรก เกลือสินเธาว์ ได้จากเกลือที่เตรียมไว้ 1 ส่วนแล้วมาผสมน้ำนมวัว 1 ส่วน นำไปเคี่ยวไปจนแห้งประมาณ 3 วัน เกลือสินเธาว์ ที่ใช้เวลาปรุงเป็นยานี้ ใช้แก้โรค 3 อาการ คือ 1) พรรดึก (อ่านว่า พันระดึก) หมายถึงอาการท้องผูกมาก มีอุจจาระเป็นก้อนแข็งคล้ายขี้แพะ ใครท้องผูกขั้นรุนแรงลองใช้ระบายท้องดู 2) แก้ระส่ำระสาย หมายถึงอาการที่เกิดจากการหมุนเวียนของโลหิตไม่ปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติของลมในร่างกายทำให้เกิดอาการระส่ำระสาย และ 3) แก้ตรีโทษ คือ โรคที่เกิดจากปิตตะ วาตะและเสมหะร่วมกัน ใครเป็นตรีโทษมีทั้งอาการเบาไปจนหนัก คือ ธาตุในร่างกายแปรปรวนขาดสมดุลมาก ตำราโบราณท่านก็ว่าไว้ให้ใช้เกลือสินเธาว์ได้ และเกลือประเภทนี้ยังใช้แก้นิ่วด้วย น่าเสียดายหน้ากระดาษหมด โปรดกลืนน้ำลายคอยเกลือเค็มๆ ฉบับต่อไป.  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 141 ชุดอุปกรณ์นั่งๆ นอนๆ ทับเงินทับทอง

ชุดอุปกรณ์มหัศจรรย์เสียเงินเสียทองแห่งชาติชุดนี้ พบจากบ้านผู้ป่วยรายหนึ่งในอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ผู้ป่วยรายนี้หมดเงินไปแสนกว่าบาท กว่าจะได้อุปกรณ์ชุดนี้มารนั่งๆ นอนๆ ทับมัน ผู้ป่วยเล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกตนได้ไปสมัครเป็นสมาชิกของศูนย์สุขภาพสุขภาพวีเก็น  ซึ่งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังจากสมัครสมาชิกแล้ว ตนก็ได้สิทธิเข้าไปใช้บริการกับอุปกรณ์เหล่านี้ หลังจากรับบริการไป 2-3 ครั้ง ทางศูนย์ฯ ก็จะแนะนำให้ตนซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว ไว้ใช้ที่บ้านจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมามารอคิวรับบริการ อุปกรณ์ที่ผู้ป่วยรายนี้ซื้อมามี 2 – 3 ชิ้น ราคาแสนกว่าบาท อุปกรณ์ชิ้นแรก เรียกว่าเก้าอี้แร่ ราคาประมาณ 20,000 กว่าบาท ลักษณะจะคล้ายๆ เก้าอี้นั่ง  มีรูปตรงกลาง ขนาดประมาณฝ่ามือ ทำงานโดยใช้ไฟฟ้าพอเสียบปลั๊กเก้าอี้ก็จะเริ่มสั่น พร้อมทั้งมีไอร้อนพวยพุ่งออกมาสัมผัสกับก้นน้อยๆ ของผู้นั่ง สามารถปรับระดับอุณหภูมิที่ความร้อนจะสัมผัสก้นได้ถึง 5 ระดับ ตามความทนทานของก้น (ฮา)   ผู้ขายบอกว่าอย่าตกใจ  มันคือไอของแร่ธาตุที่กำลังพวยพุ่งออกมาเพื่อรักษาอาการป่วย (เหมือนรังสีเฮ้ากวงทะลวงก้นชอบกล) นอกจากนี้สามารถปรับระดับความแรงของการสั่นได้ 3  ระดับและตั้งเวลาได้ 3 ช่วงตั้งแต่ 10  -  20  หรือ 30 นาที   ผู้ป่วยรายนี้บอกว่าเมื่อตนนั่งครั้งแรกรู้สึกเวียนศีรษะมาก เพราะเก้าอี้จะสั่นตลอดเวลาและเมื่อนั่งไปสักพักก็จะเริ่มรู้สึกร้อนก้น  ผู้ขายอธิบายว่า การที่เครื่องสั่น มันจะสะเทือนไปถึงเลือดในเส้นเลือดของผู้นั่งไปด้วย เสมือนเป็นการฟอกเลือด  นอกจากนี้ยังสามารถรักษาได้ทั้ง เบาหวาน  ความดันโลหิตสูง ริดสีดวงทวารหนัก  (อ้างว่าไอร้อนของแร่จะทำให้หัวของริดสีดวงแห้งและฝ่อไป) รักษาต่อมลูกหมากโต ป้องกันการเป็นมะเร็งปากมดลูก  แก้ปวด แนะนำให้นั่งนานมากที่สุดไม่เกิน 30 นาทีต่อครั้ง อุปกรณ์ชิ้นที่สองคือเตียงนวด ราคาประมาณ 103,000 บาท (ขอย้ำอีกครั้งว่าว่าแสนกว่าบาท)  เป็นเตียงต่อกับไฟฟ้า โฆษณาว่ารักษาอาการปวดหลัง ปวดเอว หมอนรองกระดูกทับเส้น และอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายคือ แผ่นประคบแร่ธาตุ โฆษณาว่าคลายเส้น แก้ปวด ราคา 30,000 บาท ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะอนุญาตให้โฆษณาอย่างนี้ ใครเจอก็แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาไปตรวจสอบให้หายสั่นซะทีนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 140 สะระแหน่ แก้ปวด

ใบอะไรเอ่ย...กลิ่นหอมคล้ายใบมะนาว แต่มีรสชาติคล้ายกับตะไคร้หอม คำตอบนั่นก็คือ ใบสะระแหน่ นี้นี่เอง ใบเล็กๆ เขียวเข้ม ขอบย่นๆ หยักๆ อยู่ในพล่า ยำ นั้น เห็นหลายคนชอบเขี่ยออกไปไม่ยอมกิน เห็นแล้วให้นึกเสียดาย เพราะสะระแหน่นั้นมีสรรพคุณที่ช่วยเพิ่มความหอมให้กับอาหาร นั่นเป็นเพราะว่า ใบสะระแหน่มีน้ำมันหอมระเหยมาก น้ำมันหอมระเหยของสะระแหน่นี้ ประกอบด้วยสารเมนทอล (Menthol) ไลโมนีน (Limonene) นีโอเมนทอล (Neomenthol) อยู่มาก จึงไม่เพียงช่วยให้อาหารมีความหอมยังช่วยดับกลิ่นปากได้ดีอีกด้วย   สารเมนทอล(รสเย็นซ่า) ในสะระแหน่มีคุณสมบัติเย็นจึงใช้รักษาอาการอ่อนเพลีย บรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน หลอดลมอักเสบ และหอบหืดได้ นอกจากนี้หลายสำนักวิจัยเรื่องสมุนไพรยังยกย่องให้สะระแหน่เป็นเจ้าแห่งการบรรเทาอาการปวดต่าง ๆ ทั้งปวดศีรษะ ปวดฟัน โดยดื่มน้ำต้มใบสะระแหน่ 5 กรัม กับน้ำ 1 ถ้วย ผสมเกลือเล็กน้อย วันละ 2 ครั้ง หรือปวดท้อง จากบิด ท้องร่วง อุจจาระเป็นเลือด โดยนำใบสะระแหน่ต้มดื่มแต่น้ำ เมนทอลของสะระแหน่นั้นเขาสรรเสริญกันว่าสุดยอด มีการนำใบสะระแหน่มาสกัดทำหลายสิ่งหลายอย่าง เช่น นำไปผสมในยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก หมากฝรั่ง ลูกอม เจลอาบน้ำ สบู่ ยาแก้ไอ หรือแม้แต่ครีมลดการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้ก็เพราะเมนทอลในสะระแหน่นี่เอง ปัจจุบันได้มีการสกัดสารจากสะระแหน่ในรูปแบบของลูกอมสะระแหน่ไว้ใช้อม หรือที่เรียกว่า ลูกอมมินต์ ที่ทำให้เราทั้งรู้สึกสดชื่น และระงับเชื้อแบคทีเรียในปากได้ สะระแหน่ยังปลูกง่าย เป็นพืชสวนครัวที่แทบไม่ต้องดูแลอะไรมาก เคยได้ยินไหมที่เขาพูดเปรียบรถเก่าๆ ว่าน่าจะเอาไปปลูกสะระแหน่ได้แล้ว แสดงถึงความนิยมในเรื่องของการปลูกทั้งเป็นไม้ประดับและพืชสวนครัว พืชนี้ชอบน้ำชุ่ม คนโบราณจะปลูกไว้ใกล้ครัวและมักใช้น้ำคาวปลา(น้ำล้างปลา)รดสะระแหน่ เชื่อว่าจะทำให้แตกยอดและใบงาม สะระแหน่ขยายพันธุ์โดยใช้ไหลแยกไปปลูก(ปักชำ) ในบริเวณที่ต้องการได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร นอกจากหยิบจับใช้ทำอาหารแล้ว เวลาฉุกเฉินแมลงสัตว์กัดต่อย ขอให้รีบหยิบใบสะระแหน่มาขยี้หรือตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่โดนกัด จะแก้พิษ บรรเทาอาการปวดแผลได้ผลชะงัดนัก รู้อย่างนี้แล้ว ถ้ามีสะระแหน่ประดับในจานอาหารขออย่าได้เขี่ยทิ้ง มันเสียของ จงกินมันเข้าไป และหากได้ไหลของต้นสะระแหน่ติดมือกลับมาบ้านก็ให้ปักชำทำเป็นพืชสวนครัวเสีย มีประโยชน์มากๆ เลย

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 140 วิตามินสารพัดเรียว

อิทธิพลของค่านิยมต่างๆ ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ทำให้ผู้หญิงหลายคนต้องตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาหลอกลวง ยิ่งในยุคหลังๆ ที่สังคมพยายามยัดเยียดค่านิยมว่า หากจะสวยอย่างแท้จริงก็จะต้องผอมเพรียวด้วย ยิ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจะหลอกลวงต่างๆ ผุดขึ้นมามากมาย ผลิตภัณฑ์ที่นำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ คือผลิตภัณฑ์ “วิตามินสารพัดเรียว” วิตามินชนิดนี้มีการนำไปเสนอขายทางอินเตอร์เน็ต โดยหลังจากสั่งซื้อแล้ว จะส่งสินค้าให้ทางไปรษณีย์ เน้นกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องการความเรียวทุกประเภท มีทั้ง วิตามินแขนเรียว วิตามินแขนเรียว วิตามินหน้าเรียว วิตามินลดหน้าท้อง ราคาเม็ดละประมาณ 8 บาท โดยแนะนำว่า “ให้รับประทานวันละ 1 - 2 เม็ด ก่อนอาหารมื้อแรก 30 นาที สำหรับลูกค้าท่านใดไม่เคยรับประทานยาลดน้ำหนักมาก่อนเลย ให้รับประทานวันละ 1 เม็ด แล้วดื่มน้ำตามเยอะๆ” มีผิดสังเกตตรงที่ในโฆษณานั้นย้ำว่าหลังทานยาอย่าลืมทานข้าวทุกมื้อ (ไม่รู้ว่ากลัวคนกินเกิดอาการผิดสำแดงอย่างไร?) นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่านำเข้ามาจากเกาหลี ทั้งผลิตภัณฑ์ Slimming  Diet ที่อ้างว่ารับประทานแผงเดียวลดได้ 5 กิโลกรัม และผลิตภัณฑ์ กลูต้าหิมะ Gluta 100000 Super   Whitening Snow ที่โฆษณาว่าจะทำให้ผิวขาวเนียนนุ่มดุจหิมะ ผิวขาวใสอมชมพู ขาวเปล่งประกายอย่างมีมีออร่า ลบริ้วรอย จุดด่างดำ จากสิวฝ้า กระ ช่วยเร่งให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมยังอ้างว่าจะ Detox ตับ และป้องกันการเกิดมะเร็ง ทั้งๆที่ส่วนประกอบที่แสดงบนฉลากคือ แอล กลูต้าไธโอน (L-Glutathione 100000 mg) ซึ่งเคยมีรายงานว่ามีผู้ป่วยได้รับอันตรายต่อตับจากการใช้อย่างไม่ถูกต้องมาแล้ว และที่เสมอต้นเสมอปลายคือ ภาพจากโฆษณาเหล่านี้ไม่มีเลขทะเบียนยา หรืออาหารแต่อย่างใด แต่ฉลากที่แสดงเป็นภาษาไทยน่าจะเชื่อได้ว่าแอบลักลอบผลิตในประเทศนี่เอง ใครมีลูกหลานวัยรุ่น วัยที่รักสวยรักงาม รีบไปเตือน “อย่าไปเสี่ยงเรียวเชียวนะหนู” และใครทราบแหล่งผลิต แหล่งจำหน่าย ขอให้รีบแจ้งเบาะแสให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทราบด้วยนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 139 น้ำกัดเท้า

น้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง ...... โอมเพี้ยง....ขออย่าให้คณะผู้บริหารจัดการน้ำไม่เป็นแบบคำพังเพยโบราณเลย....... ถ้าน้ำมาก็ขอให้น้อยกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบปี 55 นะๆๆ แต่ถ้าน้ำนองในบางพื้นที่ ขอแนะนำสูตรยาแก้น้ำกัดเท้าที่ตกทอดมารุ่นต่อรุ่น ตั้งแต่สมัยสังคมไทยยังเป็นเมืองทำนาปลูกข้าวกว่า 80% จนตอนนี้หดหายไปเกือบครึ่ง หลบไปทำอย่างอื่นกันหมด แม้ยังทำเกษตรแต่ก็แห่ไปทำสวนยางสวนปาล์มกันมากมาย โบราณกาล ชาวนาเขาต้องยืนแช่น้ำในนาข้าวอยู่นานสองนาน ต้องเจอกับน้ำกัดเท้าเป็นประจำ ตำรับยานี้จึงทำง่ายสุดๆ และเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมขนานแท้ เพียงแค่นำสารส้มสะตุ และดินสอพองสะตุมาผสมกัน คำว่าสะตุ เป็นคำโบราณเกี่ยวกับการปรุงยาไทย หมายถึงไปทำให้สะอาดหรือดับพิษลดพิษจากตัวยาเสียก่อน วิธีทำ ให้นำสารส้มมาบดเป็นผงละเอียด นำไปใส่ในหม้อดิน แล้วนำไปตั้งไฟ สารส้มจะฟูขึ้น ปล่อยไว้จนฟูขาวสะอาดดี จึงนำลงจากเตาไฟ เรียกว่าสารส้มสะตุ สรรพคุณตามตำรายาไทยกล่าวว่า สารส้มช่วยสมานทั้งภายในภายนอก เฉพาะยาภายนอกช่วยแก้อาการคัน สมานแผล ห้ามเลือด ดินสอพองสะตุ ให้นำดินสอพองใส่กระทะ ตั้งไฟให้ร้อน คั่วดินสอพองให้สุกหรือผ่านความร้อนเพื่อทำให้สะอาดเช่นกัน ดินสอพองมีฤทธิ์เป็นยาฆ่าเชื้อโรคอ่อนๆ และเป็นเหมือนแป้ง เมื่อทาผิวจะลดความชื้น แก้อาการคัน และไม่ให้เชื้อราลุกลามได้ง่ายนั่นเอง   ตำรับยาให้ใช้สารส้มสะตุและดินสอพองสะตุ อย่างละเท่าๆ กัน นำผสมกันใช้ทาที่แผล(หยดน้ำสะอาดเล็กน้อยเพื่อให้ผงยาเป็นยาเหลวทาง่ายขึ้น) ใช้วันละ 3-4 ครั้ง แต่ถ้าหาดินสอพองทำยาได้ยาก ก็ไม่ต้องใช้ ให้ใช้เฉพาะผงสารส้มสะตุละลายน้ำทาเลย ถ้าน้ำท่วมใหญ่มาอีกรอบ ขอให้บริจาคก้อนสารส้มกันบ้าง แล้วบรรดาอาสาสมัครแบ่งกลุ่มมาช่วยกันนั่งตำให้เป็นผง ตั้งเตาไฟใส่หม้อดินตามวิธีข้างต้น ปล่อยให้แห้งหาขวดใบเล็กๆ กรอกไว้แจกจ่าย แล้วแบ่งงานอาสาอีกกลุ่มช่วยกันทำฉลากและวิธีใช้ติดข้างขวด ใครๆ ก็ใช้ได้ถูกต้อง แต่ถ้าจวนเจียนไม่มีใครทำสะตุให้ ทำแบบสดๆ ก็สามารถใช้ได้ทันที ให้เอาก้อนสารส้มก้อนเล็กๆ ใส่ในช้อน แล้วเอาช้อนไปลนไฟเทียนไข สารส้มจะค่อยๆ ละลายเป็นน้ำ ใช้ก้านไม้พันสำลีจุ่มลงไปในน้ำสารส้ม แล้วเอามาทาที่น้ำกัดเท้า ทาบางๆ วันละ 3-4 ครั้ง ก็ช่วยบรรเทาอาการได้ดีไม่แพ้กัน อีกสูตรหนึ่งถ้าพื้นที่แห้งมีการปลูกต้นพลูไว้ ให้อาสาสมัครนอกแนวน้ำท่วมช่วยกันเอาใบพลูมาล้างให้สะอาด หั่นซอยเป็นชิ้นเล็ก แล้วใส่ครกตำให้ละเอียด ใส่ภาชนะหรือโหลแก้วแล้วเทเหล้าขาวหรือแอลกอฮอล์ให้ท่วมยา ปิดฝาแช่ทิ้งไว้ 1 คืน (อย่างน้อย 12 ชั่วโมง) กรอกเอาแต่น้ำยาบรรจุขวดเล็กๆ เวลาใช้ให้เอาสำลีชุบน้ำยาในพลูทาที่แผล วันละ 3-4 ครั้ง ใบพลู ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้หลายชนิด ช่วยแก้อาการคัน และแก้กลาก เกลื้อน และโรคน้ำกัดเท้าที่มาจากเชื้อราได้ ขณะนี้มีการผลิตเป็น เจลพลู หรือเรียกโก้ๆ ว่าพลูจีนอล สรรพคุณไม่ด้อยกว่ายาแผนปัจจุบันเลย ใบพลูแน่กว่ายาต้านเชื้อราเฉยๆ เพราะใบพลูมีสรรพคุณลดอาการคันด้วย เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยจากพลูมีฤทธิ์คล้ายยาชาเฉพาะที่ (ฤทธิ์อ่อนๆ) จึงช่วยแก้อาการคัน ถ้าต้องเดินลุยน้ำแช่น้ำ ควรล้างเท้าให้สะอาด และเช็ดเท้าให้แห้ง ช่วยลดการเกิดน้ำกัดเท้า แต่ถ้าเสียทีน้องน้ำแล้ว ให้ลองใช้ตำรายาโบราณสู้กับน้ำกัดเท้าดูนะ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 139 เรื่องหลอกนม…ผมทนไม่ได้

ก่อนนั้นเรื่อง “นม” เป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดกล้าคุยกัน แต่ปัจจุบันนี้โลกมันเปลี่ยนไป “นม” จึงเปลี่ยนแปลง คนกล้าพูดถึงเรื่องนมกันมากขึ้น รวมทั้งสินค้าที่ผลิตมาจำหน่าย ก็ถือโอกาสเกาะกระแสนหากินไปด้วย ล่าสุดน้องเภสัชกรแจ้งข้อมูลมา เพื่อขอให้ช่วยปราบสินค้าที่สงสัยจะผิดกฎหมาย หลอกลวงขย่มนมของชาวบ้าน ผลิตภัณฑ์แรกเป็น ครีมนวดนม โฆษณาว่าใช้นวดกระชับทรวงอก สามารถขยายขนาดจาก 32 เป็น 36 รับประกันว่าได้ผลเมื่อใช้เป็นประจำต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ จำหน่าย 2 กระปุกในราคาเพียง 150 บาท แถมบอกอีกว่าปกติขายกันในราคา 290 บาทขึ้นไป(สงสัยกระปุกละข้าง) และคงหวังจะหากินให้ครบวงจรนมชาวบ้าน เลยมี ยาอกอึ๋ม จำหน่ายอีกด้วย โดยบอกว่า “เป็นฮอร์โมนอกอึ๋มแผงสีชมพูอ่อน(เป็นฮอร์โมนเพศหญิง 6 มิลลิกรัมต่อเม็ด) เหมาะสำหรับ ผู้หญิงที่หน้าอกเล็ก แบน หรือ ใหญ่แต่หย่อนคล้อย สาววัยทองหรือทำหมันเเล้ว หรือมีบุตรแล้วทำให้หน้าอกเหลว ไม่เต่งตึง กระชับ แม้กระทั่ง สาวประเภทสองที่ยังไม่ทำหน้าอก เพียงกินยาฮอร์โมน อาทิตย์ละ 2-3 เม็ด ก็สามารถทำให้หน้าอก กระชับ เต่งตึง และมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ และนอกจากจะทำให้หน้าอกกระชับชูชันขึ้นแล้ว เนื้อนมจะเพิ่มขยายขึ้น ผิวก็ขาวผ่องเนียนขึ้น ยาอกอึ๋มนี้ ราคาแผงละ 150 บาท , 3แผงขึ้นไปแผงละ 140 บาท , 12 แผงขึ้นไป แผงละ 130 บาท”  ส่วนวิธีใช้ก็แนะนำแบบละเอียดยิบ “ครั้งแรกที่ทานเม็ดแรก ให้ทานหลังอาหารทันที เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายรู้จัก ส่วนเม็ดต่อๆ ไป ให้ทานก่อนนอนหรือทานพร้อมยาคุมได้เลย ฯลฯ ...ส่วนเรื่องการอัพไซส์ ก็แล้วแต่คน จะนับเม็ดหรือกะจำนวนแผงให้ไม่ได้ กินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจในขนาดที่ต้องการ หน้าอกจะอัพไซส์ขึ้นไปเรื่อยๆ เอง บางคนทานเเผงเดียวก็อัพไซส์เลยเปลี่ยนคัพเลย บางคนก็แผงที่ 2-3 อยู่ที่ร่างกายตอบสนองช้าหรือไว การทานยาฮอร์โมนมันต้องใช้เวลา ไม่ใช่มันจะตู้มต้ามขึ้นมาทีเดียว เราไม่ได้ทำศัลยกรรม มันจะขึ้นเรื่อยๆ เองตามธรรมชาติ จะให้เเป๊บเดียวใหญ่เลยไม่ได้หรอก มันไม่สามารถ” (อ่านดูแบบนี้มันก็คือการอัดให้รับประทานฮอร์โมนแบบหน้ามืดตามัว ให้เกิดผลข้างเคียงของฮอร์โมนนั่นแหละครับ) ยังไม่หมดนะครับ เพราะผลิตภัณฑ์สุดท้าย คือ ครีมทาหัวนมชมพู (Nipple pink milk lipstick plus vitamin E) ในรูปแบบแท่ง สะดวกสบายในการใช้ ใช้เพื่อให้ผิวชมพู กระจ่างใส บริเวณหัวนม พร้อมมอยส์เจอไรเซอร์ ช่วยบำรุงผิวบริเวณหัวนมให้ชุ่มชื้น นุ่มนวลไม่แห้งแตก ราคาเปิดตัว 50 บาทเท่านั้น ใช้ได้นานเป็นเดือน เท่าที่ดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ครีมนวดนมและยาอกอึ๋ม เข้าข่ายโฆษณาเป็นยาแน่นอน ถ้าไม่มีทะเบียนยาก็ผิดกฎหมายแน่ๆ แต่ถ้ามีทะเบียนยา ผมก็เชื่อว่าทาง อย.คงไม่อนุญาตแบบนี้แน่ๆ ส่วนครีมทาหัวนมชมพู หากไม่มีสารเคมีที่ห้ามและไม่มีผลต่อเซลล์เม็ดสี เพียงแค่เอาสีไปทาฉาบหัวนม ก็เป็นเครื่องสำอาง ซึ่งก็ต้องมาจดแจ้งอยู่ดี ใครเจอผลิตภัณฑ์เหล่านี้จำหน่าย แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมายได้เลยครับ

อ่านเพิ่มเติม >