ฉบับที่ 170 ลูกอมคลอโรฟีลแบบนี้ คุณย่าอย่ามายิ้ม

ร้านขายผลิตภัณฑ์สุขภาพ มักจะเป็นแหล่งที่ผู้ผลิตบางรายนำผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณเกินจริง มาแอบแฝงวางปะปน เพื่อจำหน่ายแก่ผู้บริโภคที่ตื่นตัวในการดูแลสุขภาพ ดังเช่น ลูกอมที่หุ้มด้วยพลาสติกสีเขียว ที่ผมได้รับแจ้งข้อมูลจากเครือข่ายเภสัชกรที่ทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภคกลุ่มหนึ่ง หากเป็นลูกอมธรรมดาคงไม่เท่าไหร่ แต่ลูกอมชนิดนี้ที่แสดงฉลากว่า “ลูกอมสมุนไพรย่ายิ้ม” ดันโฆษณาชัดเจนว่า “ล้างพิษ ปรับสมดุล” มีเครื่องหมาย อย. โชว์อีกด้วย แถมมีข้อความ “ทาน ศีล ภาวนา” เติมเพิ่มมาจนดูน่าเลื่อมใสมากขึ้นไปอีก ผมไม่ทราบว่าย่ายิ้มเป็นชื่อคุณย่าของใคร หรือผู้ผลิตจะบอกใบ้เป็นความนัยว่าลูกอมสมุนไพรชนิดนี้มันมหัศจรรย์พันลึก สามารถล้างพิษ ปรับสมดุล ขนาดคุณย่ายังลุกขึ้นมายิ้มหรือเปล่า แต่ที่เป็นเรื่องราวให้ต้องมาเล่าเพื่อเฝ้าระวังกัน ก็เพราะลูกอมชนิดนี้แสดงฉลากแบบมีพิรุธ เพราะฉลากไม่ถูกต้อง คือไม่มีส่วนประกอบตามแบบที่กฎหมายกำหนด บอกแต่เพียงว่ามีส่วนประกอบของสมุนไพรชนิดต่างๆ รวมทั้งมีคลอโรฟีลด้วย เล่นเอางง เพราะเจ้าคลอโรฟีลมันไม่ใช่สมุนไพร ทำไมจู่ๆ มันโผล่มาอยู่ในกลุ่มสมุนไพรแบบผิดพวกอย่างนี้ และที่ต้องรีบมาเตือนเพราะ ฉลากลูกอม ห่อละ 35 บาทนี้ ยังโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ด้วยการแสดงข้อความ “ล้างพิษ ปรับสมดุล สุขภาพดี อารมณ์ดี ผิวพรรณดี” วิธีรับประทานก็หลากหลายแบบ อมหรือเคี้ยวอย่างน้อยวันละห้าเม็ด แต่ถ้าไม่อยากอมก็ให้นำลูกอมสิบเม็ดใส่ในน้ำร้อนหนึ่งแก้ว คนให้ละลายแล้วดื่ม หรือ ใส่ในน้ำผลไม้ปั่น หนึ่งลิตรต่อลูกอมห้าเม็ด เพื่อสุขภาพและเพิ่มรสชาติ จากข้อมูลที่น้องๆ เภสัชกรเขาช่วยสืบค้นมาให้ ลูกอมเหล่านี้เท่าที่ทราบ เป็นลูกอมขิงธรรมดาๆ แต่จะมีผู้รับจากผู้ผลิตมาขายต่อ ทำฉลากกันเอง โดยเอาเลข อย.เดิมมาเติมข้อความให้เกี่ยวข้องกับสุขภาพ มีขายตามร้านที่ขายผลิตภัณฑ์สินค้าสุขภาพ หรือร้านชีวจิตหลายแห่ง เท่าที่ทราบ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็เคยออกมาเตือนผู้บริโภคมิให้หลงเชื่อ ส่วนรายนี้ทราบว่า เภสัชกรจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ได้ลงไปจัดการเรียบร้อยแล้ว อุตส่าห์เข้ามาหาผลิตภัณฑ์สุขภาพในร้านสุขภาพแล้ว ยังมาเจอผลิตภัณฑ์โอ้อวดสรรพคุณเกินจริงอีก ยังไงก็ฝากผู้อ่านช่วยกันเป็นหูเป็นตา และช่วยกันเตือนผู้บริโภคท่านอื่นๆ ด้วยนะครับ คุณย่าจะได้ยิ้มแบบถูกกฎหมายเสียที

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 169 น้ำกระเทียมทะลวงหลอดเลือด

งานวิจัยหลายชิ้นบอกว่า กระเทียมเป็นพืชสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ ปัจจุบันจึงมีการนำกระเทียมมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพมากมาย ส่วนมากจะเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ ส่วนที่เป็นยาก็มีบ้าง มักขึ้นเป็นยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ แต่ผลิตภัณฑ์ที่เกริ่นมาแล้วคงต้องหลีกทางให้กับผลิตภัณฑ์กระเทียมชนิดใหม่ ที่กำลังมาแรงแซงโค้ง มันคือ ผลิตภัณฑ์น้ำกระเทียมทะลวงหลอดเลือด คงไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์สุขภาพชนิดอื่นๆ ที่ขายกันเกร่อทางอินเตอร์เน็ต ผลิตภัณฑ์น้ำกระเทียมทะลวงหลอดเลือดที่กำลังพูดถึงนี้ เปิดเนื้อหาการโฆษณาด้วยการบอกว่า ปัจจุบันนี้ผู้คนต่างประสบชะตากรรมจากปัญหาไขมัน โคเลสเตอรอลที่สะสมในร่างกายมากมาย โดยเฉพาะ โคเลสเตอรอลที่สะสมในส่วนของหลอดเลือด หลังจากนั้นก็พร่ำพรรณนาถึงคุณประโยชน์ของกระเทียมที่มีต่อร่างกาย บางส่วนก็นำมาจากผลวิจัยที่เราเคยรับรู้ แต่บางอย่างก็มาจากการบอกต่อๆ มา ที่ยังไม่มีผลวิจัยใดๆ รองรับ ผมนับไปนับมาจนตาลาย นับได้เกือบถึงห้าสิบอย่าง และตบท้ายเข้าทางการขาย โดยบอกว่า ถึงกระเทียมจะมีประโยชน์ แต่เราก็ไม่ควรกินกระเทียมสดๆ เพราะร่างกายจะดึงประโยชน์ของกระเทียมออกมาได้น้อยมาก ควรหันมาดื่มผลิตภัณฑ์น้ำกระเทียมทะลวงหลอดดีกว่า เพราะผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ผลิตโดยนำกระเทียมมาบด แล้วบ่มกับน้ำส้มแอปเปิ้ลหมักที่เรียกว่า Apple cider และน้ำผึ้ง จนได้ผลิตภัณฑ์น้ำกระเทียม ที่เมื่อดื่มเข้าไปจะได้ประโยชน์กว่ากินกระเทียมหลายเท่า (ประมาณว่าร่างกายดึงประโยชน์ไม่ได้ แต่หากมีสตางค์ก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ดึงได้ดีกว่า..เอาล่ะซิ) นอกจากนี้ยังบอกต่ออีกว่า ผลิตภัณฑ์น้ำกระทียมนี้จะช่วยทำให้ร่างกายของเราสะอาดและปลอดโรคในทุกๆ วัน เมื่อดื่มติดต่อกันนานหนึ่งเดือนให้ไปตรวจโคเลสเตอรอลและไขมันในเลือด รับรองมันจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ตัวผมเอง เป็นคนที่สนใจประโยชน์ของสมุนไพรที่มีต่อสุขภาพมานานแล้ว กระเทียมก็เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์มากมาย แต่การนำมาผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ ก็ต้องผ่านกระบวนการผลิตที่สามารถเก็บรักษาคุณภาพของกระเทียมให้ได้มากที่สุด และที่สำคัญคือ “ต้องไม่กล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยเฉพาะสรรพคุณที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้” เหตุที่ผมต้องนำมาเตือนผู้อ่านทุกท่าน ก็เพราะผลิตภัณฑ์กระเทียมบางอย่างดันโอ้อวดสรรพคุณมากมายเกินจริง จนอาจทำให้ผู้บริโภคคาดหวังและหลงเชื่อไปใช้อย่างผิดๆ หากจะเลือกใช้ขอให้ดูให้ดีก่อนว่า ผลิตภัณฑ์กระเทียมที่จะใช้นั้นได้ขออนุญาตถูกต้องหรือเปล่า ถ้ามี อย.แสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์กระเทียมประเภทอาหาร ไม่สามารถมาหลอกว่ามีสรรพคุณในการรักษาโรคได้ แต่ถ้ามีทะเบียนยา แสดงว่าผลิตภัณฑ์กระเทียมนั้นเป็นยารักษาโรคได้ แต่สรรพคุณในการรักษาโรคก็ต้องตรงตามที่ขออนุญาตบนฉลากด้วย จะมาโอ้อวดร้อยแปดพันเก้าจนกระเทียมกลายเป็นยาวิเศษ อย่างนี้ก็ไม่ถูกต้องนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 168 ถึงเขาแก่แล้ว ฉันก็จะลัก(ใครจะทำไม)

“ในโลกนี้ไม่มีใครอยากแก่ จะเป็นอย่างไรถ้าเราได้ค้นพบวิธี หยุดความแก่ชราได้จริง คำตอบ คือ สเต็มเซลล์” ข้อความโปรยหัวโฆษณาที่กระหน่ำส่งมาทางอีเมล์หลายอีเมล์ในช่วงเวลาไล่เรียงกันนี้ คงกระตุ้นต่อมกลัวแก่ของใครหลายต่อหลายคนได้บ้าง ยิ่งมันไม่ได้ส่งแค่ข้อความเดียวตามลำพัง แต่มันยังส่งอาวุธลับกระแทกต่อมกลัวแก่ซ้ำเข้าไปอีก ด้วยรูปใบหน้าที่เปรียบเทียบระหว่างผิวหนังที่เหี่ยวย่นตามวัยกับผิวหนังที่ดูราบเรียบขึ้นมาอย่าน่าอัศจรรย์(อันที่จริงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทำแบบนี้ได้นะครับ..ฮา) ยังไม่พอครับ เจ้าโฆษณานี้มันคงกลัวคนที่กลัวแก่จะไม่ใจอ่อน มันเลยงัดเอาไม้ตายที่เด็ดเสร็จทุกรายมากระทืบซ้ำ โดยการอ้างข้อมูลที่พยายามดูน่าเชื่อถือมากขึ้น “สเต็มเซลล์ เป็นสิ่งที่สามารถซ่อมแซมร่างกาย และสร้างเซลล์ขึ้นใหม่ ในขณะที่เราอายุมากขึ้นเซลล์จะเสื่อมสภาพลง และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับเซลล์ใหม่เข้าไปทดแทน และสิ่งที่จะเข้าไปทดแทนได้นั่นก็คือ สเต็มเซลล์ (ขึ้นต้นเหมือนจะเป็นวิชาการ แต่ทำไปทำมาเหมือนทำท่าจะขายของ ลองอ่านต่อไปอีก) ดังนั้น เราจึงได้คิดค้นและพัฒนา Growth Factor Complex Technology (เอาละเหวย ใช้ศัพท์หรู ดูดีมีความขลังเข้าไว้ มันน่าเชื่อถือดี) ซึ่งจะเข้าไปฟื้นฟูและชะลอกระบวนการแก่ชรา โดย ค้นหาสเต็มเซลล์ที่ดีที่สุดในร่างกายมนุษย์ ซึ่งจะพบได้ในชั้นไขมันของมนุษย์ ด้วยการใช้ไซรินจ์พิเศษ ในภาวะปลอดเชื้อ (มันเป็นยังไงเนี๊ย ไอ้ไซรินจ์หรือเข็มฉีดยาชนิดพิเศษเนี่ย) ดึงเอาเนื้อเยื่อไขมันและสเต็มเซลล์กลุ่มที่มีความแข็งแรงออกมา (อย่ากังวลครับว่ามันคืออะไร เพราะยิ่งสงสัย ก็จะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือกับเทคโนโลยีนี้ที่พิเศษมากขึ้นไปอีก) จากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการคัดแยกสเต็มเซลล์อีกครั้ง ด้วยการปั่นแยกโดยเครื่องระบบหมุนเหวี่ยงจากศูนย์กลาง จากนั้นนำสเต็มเซลล์มาเพาะเลี้ยง และให้สารอาหารเพื่อการเจริญเติบโต ในขณะที่เซลล์กำลังเติบโต เซลล์จะแบ่งตัวมากขึ้น แบบทวีคูณ ในเวลาอันรวดเร็ว เพื่อเติมเต็มให้กับช่องว่างระหว่างเซลล์ที่มีอยู่ ซึ่งคล้ายคลึงกับกระบวนการที่ร่างกายใช้รักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง” เป็นไงครับ ถ้าชาวบ้านทั่วๆ ไปอ่านแล้วคงทึ่งกับขั้นตอนอันแสนมหัศจรรย์ของเขา ที่สามารถไปแสวงหาและดึงเอาเจ้าสเต็มเซลล์สุดเจ๋งออกมาจนได้ แล้วก็เอามาทนุถนอมเลี้ยงและเร่งให้แพร่พันธุ์แบ่งตัวเยอะๆเพื่อมาซ่อมแซมร่างกาย แต่หากใครพอมีความรู้ร่ำเรียนมาทางวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง ก็คงได้แต่กุมขมับไปว่า อะไรมันจะมหัศจรรย์ได้ขนาดนั้นเชียวหรือ เพราะเท่าที่ทราบมายังไม่มีเครื่องสำอางใดที่ได้รับอนุญาตเรื่องสรรพคุณของสเต็มเซลล์แบบที่โฆษณานี้เลยนี่นา แล้วไอ้ที่มาป่าวประกาศปาวๆ นี้มันโอเวอร์หลอกลวงเกินจริงไปหรือเปล่า คิดให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ จะได้ไม่ต้องมาเสียอกเสียใจคร่ำครวญเพลง “ถึงเขาแก่แล้ว ฉันก็จะลัก(สตางค์) จากกระเป๋า” นะเออ  

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 167 ตาดีได้ ตาโชคร้ายก็เสียเงิน

ดวงตาเป็นสิ่งที่คนทุกคนให้ความสำคัญ “จะดีหรือไม่หากมีผลิตภัณฑ์วิเศษที่ทำให้สายตาเราไม่สั้นลง ไม่เกิดเป็นต้อ สายตาไม่ล้า รับภาพชัดเจนตลอดกาล” หากคุณตอบว่าใช่ ฝันของคุณกำลังจะเป็นจริงแล้ว เพราะมีผลิตภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่อ้างว่า เป็นอาหารบำรุงสายตาออกมาจำหน่ายในอินเตอร์เน็ต มาสานต่อความฝันของเรากับสายตาที่ชัดแจ๋วตลอดกาล แต่...มันก็เป็นแค่ความฝันไม่สามารถเป็นความจริงหรอกนะครับ ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้โฆษณาแพร่หลายในอินเตอร์เน็ต แจ้งว่านำมาจากไต้หวัน โน้มน้าวและกล่าวอ้างสรรพคุณได้อย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่การอธิบายว่าเมื่อเราลืมตามอง แสงไฟและออกซิเจนจะมากระแทกลูกตาจะทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดอันตรายต่อตา แต่อย่ากังวลไปเลย เพราะในผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จะมีสารซานโทฟิว ซึ่งเป็นสารสกัดดอกดาวเรือง เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้นสูงมาก จะมาช่วยเหลืออันตรายที่เกิดขึ้น โดยจะกรองแสงสีน้ำเงินและลดการเกิดปัญหาต่างๆ โดยจะสะท้อนการออกซิเดชั่นของอนุมูลอิสระที่จอดวงตา ทำให้การมองเห็นที่กลับมาดีดังเดิม นอกจากนี้มันยังสามารถอยู่ในผลึกเลนส์ตาได้ ทำให้ป้องกันอนุมูลอิสระที่จะทำลายล้างโปรตีนในเลนส์ตาทำให้ไม่เกิดต้อได้ สรุปง่ายๆ คือโฆษณาสรรพคุณเป็นยารักษาโรค บรรยายสรรพคุณซะขนาดนี้แล้ว จึงตามด้วยข้อความที่ระบุบุคคลที่สมควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้อย่างยิ่งคือ ผู้ที่มีสภาพลูกตาสั้นเทียม ผู้ที่ใช้คอนแทคเลนส์มาเป็นช่วงเวลายาวนาน ผู้ที่มีจอตาปรวนแปรสภาพการณ์ที่เกิดจากเบาหวาน ผู้ที่ทำผลัดกลางคืนมาเป็นช่วงเวลายาวนาน ผู้ที่ขับรถเป็นระยะเวลานานมาก (เช่น คนขับ taxi รถบรรทุก) ผู้ที่อายุมากที่มีตาพร่ามัวที่มีความโอนเอียงที่น้ำนัยน์ตาจะไหลเมื่อเจอะแสงจ้า ผู้ที่มีสายตายาว  วุ้นในลูกตาโทรม เยื่อบุนัยน์ตาอักเสบ ต้อ ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ ผู้ที่มีปัญหาจอประสาทตา เลนส์สายตามีการแปรผัน ทำไปทำมา มันจะเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาทางสายตาเกือบทุกอย่างเลย แต่ที่แน่ๆ ต้องมีสตางค์ด้วย เพราะราคากล่องละเกือบหนึ่งพันบาท แต่เมื่อผมดูส่วนประกอบที่ระบุในโฆษณา พบว่าผลิตภัณฑ์นี้มีส่วนประกอบหลักๆ คือ สารสกัดจากดอกดาวเรือง สารสกัดจากบิลเบอร์รี่ สารสกัดจากส้ม(มีสารQuercetin) ยีสต์สกัด เบต้า-แคโรทีน วิตามีน บี 2 เจลาติน น้ำ Brilliant Blue FCF ซึ่งดูในแง่วิชาการแล้ว ไม่น่าจะสามารถมีสรรพคุณตามที่อ้างได้เลย ยังไงก็ตั้งสติให้ดีนะครับว่าจะคุ้มค่าราคาเงินที่เสียหรือไม่ เพราะมันเป็นแค่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่ยาที่มีสรรพคุณรักษา ป้องกันโรคได้มากมายดังที่อ้างเลย ถ้ามีปัญหาทางสายตาปรึกษาจักษุแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขน่าจะปลอดภัยกว่านะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 166 หนูไม่รู้ เขาให้หนูมา

เรื่องเล่าเฝ้าระวังฉบับที่แล้ว นำเสนอกระบวนการหลอกขายสินค้าให้กับผู้สูงอายุไปแล้ว แต่อย่าเพิ่งชะล่าใจว่าผู้บริโภคกลุ่มวัยอื่นๆ จะไม่ถูกหลอกลวง เพราะขึ้นชื่อว่าการค้าแล้ว มันสามารถโน้มน้าวหลอกลวงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มอย่างแน่นอน กระทั่งวัยอย่างผม (วัยไหนคงต้องเดากันเองนะครับ) ผมพบกับน้องคนนี้ในวันหนึ่ง เธอโผล่มาที่สำนักงานของผมในชุดนักศึกษา ภายใต้ใบหน้าอ่อนเยาว์แม้จะแต่งหน้าเข้มไปหน่อย แต่ก็พอเดาได้ว่าอายุเธอคงประมาณใกล้ๆ ยี่สิบ เธอยื่นจดหมายแนะนำตัวจากบริษัทให้ผม ข้อความในจดหมายระบุว่า “ขออนุญาตฝึกงานสาธิตนวดเพื่อสุขภาพ” พร้อมรายละเอียดแจ้งว่า “ทางบริษัทได้จัดส่งนักศึกษาที่กำลังฝึกงานอยู่ที่บริษัทให้ออกฝึกงานนอกสถานที่ และขออนุญาตให้นักศึกษาได้พูดและสาธิตการนวดเพื่อสุขภาพ ใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที โดยบริษัทจะเตรียมอุปกรณ์มาเองทั้งหมด ทั้งนี้ก็เพื่อให้นักศึกษาได้ทดสอบการพูดและฝึกการสาธิตอุปกรณ์เพื่อหาประสบการณ์จริง” (โถ..เพื่อการศึกษา น่าสนับสนุน) เมื่อผมถามข้อมูลเพิ่มเติม เธออธิบายว่า บริษัทที่เธอฝึกงานให้เธอมาพูดอธิบายเครื่องมือนวดเพื่อสุขภาพ ซึ่งเธอจะได้แต้มในการพูดเป็นเงินจำนวนประมาณสามสิบบาทต่อครั้ง วันหนึ่งจะต้องพูดให้ได้สามสิบราย และต้องพยายามให้คนฟังยินยอมให้เธอสาธิตอุปกรณ์นวดเพื่อสุขภาพ อย่างน้อยสิบราย ซึ่งเธอจะได้ค่าเหนื่อยในการสาธิตอุปกรณ์อีกรายละหนึ่งร้อยบาท ถ้าทำได้ครบถ้วนดังกล่าวจึงจะถือว่าการฝึกงานผ่าน ส่วนอุปกรณ์ที่สาธิตนี้ ผู้ฟังจะซื้อไปใช้หรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่เธอไม่ยอมโชว์อุปกรณ์ให้ผมเห็น แต่ที่แน่ๆ ผม คำนวณรายได้พบว่าหากเธอทำได้ครบถ้วน นอกจากเธอจะได้ฝึกงานแล้ว เธอยังจะได้ค่าตอบแทนอีกหนึ่งพันเก้าร้อยบาท (โถ...มากไม่ใช่เล่น) ผมถามเธอไปว่า การที่เธอจะเอาอุปกรณ์มาใช้ เธอรู้หรือเปล่าว่าอุปกรณ์นี้เป็นเครื่องมืออะไร และมีกฎหมายควบคุมดูแลหรือไม่ ปรากฏว่าเธอตอบว่าไม่ทราบ เอกสารหลักฐานอะไรที่ต้องมีตามกฎหมาย เธอไม่รู้ทั้งสิ้น เธอทราบแค่ว่า บริษัทสั่งให้มาฝึกงาน (โถ...ไร้เดียงสานะหนู) ผมจึงต้องอธิบายเพิ่มเติมไปว่า อุปกรณ์นวดเพื่อสุขภาพน่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์ตามกฎหมาย ซึ่งมีกฎหมายเครื่องมือแพทย์ควบคุมดูแลอยู่ หากนำเข้ามาในประเทศก็ต้องไปติดต่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อขออนุญาตเสียก่อน และหากจะทำการโฆษณาก็ต้องขออนุญาตด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ใครจะเอามาใช้ หรือโฆษณาได้อย่างตามใจชอบ เพราะอาจเกิดอันตรายได้ เธอทำหน้าละห้อย พยายามคะยั้นคะยอเพื่อให้ผมใจอ่อนยอมให้เธอได้ทำตามที่บริษัทสั่งมา แต่ผมยังยืนกรานไม่ยอม และแนะนำให้เธอกลับไปดูเอกสารหลักฐานมาจากบริษัทก่อน ทั้งนี้เพื่อตัวของเธอเองจะได้ไม่ถูกใครหลอกให้กระทำผิด สุดท้ายเธอจึงยอมจากไป (โถ...อย่าหาว่าผมใจร้ายนะหนู) เมื่อเธอกลับไปแล้ว ผมลองสืบค้นข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ก็ไม่พบชื่อบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด ผมเลยไม่รู้ว่า เธอถูกเขาหลอกให้มาขายของ หรือผมถูกเธอหลอกว่าเธอถูกหลอกให้มาขายของกันแน่ (โถ...น่าสงสารทั้งหนูและผม) ยังไงก็ระวังการหลอกขายสินค้าในรูปแบบแปลกๆ นี้ด้วยนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 165 สูงวัยอาจถูกหลอก?

ปัจจุบันนี้ นอกจากเทคโนโลยีจะทันสมัยเพิ่มมากขึ้นแล้ว กลุ่มผู้สูงวัยก็เป็นพลเมืองอีกกลุ่มที่จะเพิ่มมากขึ้นไปด้วย หน่วยงานต่างๆ หลายแห่งหันมาให้ความสนใจกับกลุ่มผู้สูงวัยมากขึ้น มีการสนับสนุนการรวมตัวหรือจัดกิจกรรมต่างๆ ให้กลุ่มผู้สูงวัย  โดยบางทีก็ไม่รู้ว่าอาจจะตกเป็นเครื่องมือของคน(ไม่หวังดี) บางกลุ่ม ผู้เขียนได้รับแจ้งข่าวพร้อมภาพจากพลเมืองดีว่า เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ได้ไปเยี่ยมกลุ่มชมรมผู้สูงอายุที่จัดกิจกรรมในพื้นที่แห่งหนึ่ง แต่เมื่อไปถึงกลับพบว่าครั้งนี้มันแปลกไป ไม่ได้หมายถึงผู้สูงวัยท่านจะกลับมาเป็นวัยหนุ่มสาวหรอกนะครับ หากแต่พบว่า มีกลุ่มบุคคลแจ้งว่าตนเองมาจากมูลนิธิแห่งหนึ่ง มาตรวจแนะนำสุขภาพให้ผู้สูงวัย แหม..เริ่มต้นด้วยจิตอันเป็นกุศลอย่างนี้ไม่ว่าวัยไหนๆ คงระทวยไปตามๆ กัน การตรวจก็ง่ายๆ ครับ มีอุปกรณ์เครื่องมือชิ้นเล็กๆ หนีบนิ้ว แล้วมีสายต่อไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะแสดงผลหน้าจอออกมาเป็นกราฟ เห็นอุปกรณ์ทันสมัยไฮเทคขนาดนี้แล้ว ยิ่งบุคคลผู้ตรวจ ซึ่งเป็นเพศชายดูมีบุคลิกดี ทะมัดทะแมง ทรงภูมิ ดูมีการศึกษา แถมอธิบายกราฟให้คุณตาคุณยายฟังเป็นฉากๆ เจอกับตาตนเองขนาดนี้แล้ว ผู้สูงวัยทั้งหลายต่างก็อ้าปากค้างกันไปเลย ทยอยมาต่อคิวกันตรวจกันใหญ่ แต่โลกนี้คงไม่มีอะไรฟรีๆ ดังนั้นถึงจะมาในนามมูลนิธิก็เถอะ บริการฟรีๆ จะมีที่ไหน ถัดไปอีกโต๊ะจะมีกลุ่มพนักงานหญิงมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์สินค้ามากมาย อย่าเพิ่งดีใจ เขาไม่ได้มาแจกฟรีนะครับ เอามาจำหน่ายครับ มีขายเป็นชุด เช่น ชุดสมอง-หัวใจ-ไต-กระดูก ชุดละ 6 ขวด ราคา 3,000 บาท แต่ถ้าคุณตาคุณยายเงินน้อยก็ยินดีขายแยกขวดนะครับ มีหลายผลิตภัณฑ์ ราคาประมาณขวดละห้าร้อยถึงหกร้อยบาท ถึงราคาจะสูง แต่คุณตาคุณยายเห็นทั้งกราฟจากจอคอมพิวเตอร์ แถมมีคนแนะนำกระหน่ำโรคให้หวั่นไหวหัวใจขนาดนี้แล้ว คุณตาคุณยายบางคนก็ยอมควักกระเป๋าจ่าย หมดเงินไปตามๆ กัน ฟังเรื่องราวแล้วก็ละเหี่ยใจ แทนที่จะเคารพดูแลผู้สูงวัย กลับมาหลอกลวงท่านให้เสียเงินเสียทองไปอีก ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เท่าที่ดูจากรูปก็เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่วางขายทั่วๆ ไป คุณภาพสรรพคุณก็ไม่ได้สูงตามราคา พลเมืองดีท่านนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ทางผู้ขายจะตระเวนไปเรื่อยๆ ตามสถานที่ประชุมกลุ่มหรือชมรมผู้สูงวัยทั้งหลาย  ไม่รู้ว่าจะวนเวียนไปแถวไหนอีก หากใครพบเห็น ขอให้รีบแจ้งกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เลยนะครับ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ดูแลผู้สูงวัยในพื้นที่ หากเจอใครมาติดต่อขอให้บริการผู้สูงวัยในลักษณะนี้ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่กลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคเช่นกัน จะได้มาตรวจสอบและป้องกันการให้ข้อมูลบิดเบือนได้ทัน ก่อนที่คุณตาคุณยายทั้งหลายอาจจะตกเป็นเหยื่อได้นะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 164 ตาดีได้ ตาร้ายอย่าให้เสียของ

เมื่อผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้า ความคาดหวังในคุณภาพสินค้าย่อมเกิดขึ้น แต่เมื่อกลับมาบ้านและพบว่าสินค้าที่ตนเสียสตางค์ซื้อมานั้น มีคุณภาพไม่เป็นดังที่หวัง อารมณ์ของผู้บริโภคยามนั้นคงเหมือนโลกาจะวินาศ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่มีช่องทางมากมายในการร้องเรียนและผู้บริโภคเองก็มีความตื่นตัวในเรื่องการเรียกร้องสิทธิ เรื่องราวการทวงสิทธิของผู้บริโภคด้วยวิธีต่างๆ จึงเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่วิธีการที่มาแรงแซงโค้งคือการเล่าเรื่องราวของตนที่ถูกกระทำ เพื่อฟ้อง(หรือประจาน) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ค ไลน์ หรือเว็บไซต์ต่างๆ หลังจากนั้นก็จะมีผู้มาแสดงความเห็น หรือแชร์ส่งต่อกันเป็นทอดๆ เพียงไม่กี่นาที เรื่องราวก็กระจายไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าจรวดเสียอีก ผู้เขียนมีประสบการณ์ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ มีผู้แชร์คลิปสั้นๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ค ในคลิปแจ้งว่า “ซื้อปลาทูจากดอนหอยหลอด เมืองแม่กลอง แล้วพบว่า ปลาทูในกล่อง ซึ่งผู้ขายซ้อนเป็นสองชั้นนั้น ชั้นบนเป็นปลาทูแม่กลองหน้างอ คอหัก เนื้อสวย ผิวเต่ง แต่เมื่อพลิกดูชั้นล่างกลายกลับเป็นปลาทูเก่า หน้าไม่งอ คอไม่หักแล้ว แต่ดันเป็น หน้าแก่ ท้องทะลัก ซะนี่” ผู้เขียนเข้าใจว่าตอนซื้อมานั้น ผู้บริโภคคงไม่เห็น เพราะปลาทูชั้นบนคงบังชั้นล่างอยู่ ในฐานะคนทำงานคุ้มครองผู้บริโภคในจังหวัด ได้มีโอกาสร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ลงไปติดตามตรวจสอบข้อมูลสถานที่จำหน่ายในบริเวณดอนหอยหลอด แต่ก็พบว่าช่างยากลำบากในการติดตามตรวจสอบ จนผู้เขียนแทบจะหน้างอพอๆ กับปลาทูแม่กลอง เพราะมันแทบไม่มีข้อมูลที่จะติดตามขยายผลได้เลย ทราบจากคลิปเพียงว่า ซื้อมาจากดอนหอยหลอดเท่านั้น แต่ไหนๆ ก็ไปตรวจสอบแล้ว เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว ก็เลยถือโอกาสแนะนำ กำชับกับทางผู้ขายให้รักษามาตรฐานให้ดี อย่าให้เสียชื่อจังหวัด และได้ประสานกับผู้ขายและผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ให้คอยสอดส่องดูแลด้วย หากพบข้อมูลใดๆ ขอให้รีบแจ้งให้ทราบด้วย เลยขอเอาประสบการณ์ตรงจากเหตุการณ์นี้ มาแนะนำว่า ไหนๆ เราก็พลาด ตาดีได้ ตาร้ายเสีย จนต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิแล้ว อย่าให้เสียของนะครับ ผู้เขียนมีคำแนะนำง่ายๆ สำหรับการแชร์ข้อมูลหรือนำเสนอข้อมูลเพื่อเรียกร้องสิทธิผ่านทางโซเชียลมีเดียว่า ถ้าเป็นไปได้ ขอให้บอกเล่ารายละเอียดให้มากพอที่เจ้าหน้าที่จะทำงานได้อย่างต่อเนื่องด้วย เช่น เกิดเหตุการณ์อะไรที่ไหน ใครทำอะไร อย่างไร ถ้าสามารถมีบุคคลยืนยันได้ยิ่งดี เพราะในหลายกรณีที่ผ่านมา เมื่อผู้เขียนได้ทราบข้อมูล ก็มักจะตามรอยข้อมูลที่แชร์ เพื่อพยายามติดตามไปยังแหล่งต้นตอว่ามาจากที่ใด เมื่อเจอแล้วก็จะส่งข้อความไปสอบถามเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมเป็นทอดๆ จนกว่าจะพบต้นตอตัวจริง แต่ก็พบว่าหลายครั้งที่เมื่อตามไปเรื่อยๆ ก็มักจะพบว่าข้อมูลเหล่านี้แชร์ต่อๆ กันมาเป็นทอดๆแต่ไม่ทราบว่าต้นตอมาจากไหน สุดท้ายผู้เขียนก็ต้องหยุดการติดตามเพราะหาอะไรไม่เจอ ดังนั้นหากใครจะแชร์เรื่องราวต่างๆ อย่าลืมนะครับ ช่วยบอกแหล่งที่มาให้ชัดเจนหรือมากเท่าที่พอจะมากได้ก็จะยิ่งดี เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้เร็วขึ้นและได้ผล คาหนังคาเขา มิฉะนั้นการเรียกร้องสิทธิของเรามันจะเสียของโดยเปล่าประโยชน์นะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 163 สินค้าชายแดน...แฟนๆ อย่าเพิ่งไว้ใจ

ยังไม่ทันจะถึง AEC ในปี 2558 แต่ทุกวันนี้เราก็เห็นสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านหลากหลายชนิดเข้ามาเพ่นพ่านในไทย เพราะขึ้นชื่อว่าคนไทยแล้ว เราไม่เคยแพ้ชาติใดในด้านการจับจ่ายใช้สอย ดังนั้นสินค้าจากต่างประเทศหลายชนิดจึงมาชูคอกันสลอนวางขายในห้างกันมากมาย นอกจากนี้ยังมีสินค้าอีกบางประเภทที่แม้จะไม่ได้วางขายในห้าง แต่ก็มาลืมตาอ้าปากวางขายกันอย่างเอิกเกริกตามตะเข็บชายแดน แถมเป็นที่นิยมของคนไทยที่ได้ไปท่องเที่ยวบริเวณนั้นเสียด้วย มีข้อมูลจากกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ได้ออกไปสุ่มตรวจประเมินความเสี่ยงของคุณภาพผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ณ บริเวณ จุดผ่านแดนไทย-สหภาพเมียนม่า ด่านสิงขร เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากเพื่อนบ้านที่มาวางจำหน่ายในบริเวณนั้น ได้แก่ อาหาร 11 ตัวอย่าง(เช่น พริกป่น ถั่วลิสงบด ถั่วลิสงทอด ชายำ กุ้งปลาดอง  พุทราแห้ง พุทราดอง) และเครื่องสำอางอีก  25 ตัวอย่าง(เช่น ผงขัดผิวทานาคา แป้งทาหน้า สบู่ ) เพื่อตรวจดูความถูกต้องของฉลากและตรวจวิเคราะห์ว่ามีเชื้อโรคหรือสารเคมีปนเปื้อนมากน้อยแค่ไหน ผลการตรวจสอบพบว่า ฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารไม่ถูกต้องทุกรายการ คือไม่มีภาษาไทยแม้แต่น้อย(แต่นักซื้อชาวไทยก็ยังกล้าซื้อ) ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง แม้จะมีฉลากถูกต้องบ้างบางตัวอย่าง(หมายถึงได้มายื่นขออนุญาตจากสาธารณสุขแล้ว) แต่ก็พบว่ายังมีฉลากที่ไม่ถูกต้องเกินครึ่ง(15 ตัวอย่าง) เมื่อตรวจเชื้อโรค พบว่าผลิตภัณฑ์อาหารมีปริมาณเชื้อโรคสูงถึง 7 ตัวอย่าง และมี 2 ตัวอย่าง (พริกป่นและถั่วลิสงทอด) มีเชื้อราเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพบสีที่ห้ามใช้ในพุทราเชื่อมและพุทราแห้ง ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางพบว่าผิดมาตรฐานด้านเชื้อโรค 8 ตัวอย่าง คือมีบักเตรีเกินมาตรฐานที่กำหนด นอกจากนี้ยังพบเชื้อราเกินมาตรฐาน ในผงขัดผิวทานาคา(สีเหลือง) และแป้งทาหน้า(กลิ่นกุหลาบ) เนื่องจากจุดผ่านแดนหลายแห่งในประเทศ ยังไม่ได้ถูกตั้งเป็นจุดผ่านแดนถาวร หน่วยงานที่ดูแลสินค้าเข้า-ออก ณ บริเวณนี้ คือ หน่วยงานของศุลกากร  ซึ่งไม่ได้กำกับดูแลในส่วนของผลิตภัณฑ์สุขภาพ แม้ว่าทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยายา ได้มีการติดตามลงมาดูพื้นที่บ้างแล้วก็ตาม  แต่ก็ยังทำได้ไม่ทั่วถึงเนื่องจากข้อจำกัดในหลายๆ ด้าน ดังนั้น ในยุคที่ ประเทศไทยกำลังจะกระโจนเข้าสู่ AEC นักซื้อชาวไทย อย่าเพิ่งไว้ใจสินค้าจากเพื่อนบ้านที่เข้ามาจำหน่ายตามตะเข็บชายแดนนะครับ ช่วงนี้ขอให้ช่วยกันสนับสนุนสินค้าในประเทศเราก่อน ส่วนสินค้าจากต่างแดน ถ้าดีจริง ต้องมายื่นขออนุญาตหรือปฏิบัติให้ถูกต้องจากสาธารณสุขก่อนนะครับ ตอนนี้ทราบว่าแต่ละประเทศก็พยายามเชื่อมโยงมาตรการต่างๆ กันอยู่ ยังไงก็หวังว่าเมื่อเริ่ม AEC ในปี 2558 สินค้าทั้งหลายในเขตแดนนี้จะมีมาตรฐานที่ปลอดภัยเท่าเทียมกัน

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 162 เตรียมพร้อมให้ดี...อย่าให้ผีมารังควาน

ยุคนี้เหมือนยุคทองของพลเมืองดี ผู้บริโภคหลายรายเมื่อพบเห็นการถูกละเมิดสิทธิจากสินค้าต่างๆ เช่น พบสินค้าหมดอายุหรือไม่ได้คุณภาพ มักจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปเผยแพร่ในโซเซียลมีเดีย แต่พบว่าผู้บริโภคหลายรายที่พยายามจะเป็นพลเมืองดีกลับถูกผู้ประกอบการที่กระทำผิดย้อนกลับมาข่มขู่ อันที่จริงการข่มขู่เจ้าหน้าที่หรือประชาชน จากผู้ประกอบการที่กระทำผิดมีมานานแล้ว มีหลายรูปแบบ เริ่มต้นอาจแค่ให้คนอื่นมาโน้มน้าวให้ยุติเรื่องโดยมาคุยโดยตรง หรือมาคุยกับคนใกล้ชิดแทน หรือไม่ก็ส่งจดหมายหรือโทรศัพท์มาข่มขู่ มาด้อมๆ มองๆ ให้เห็นเพื่อให้เกิดความหวาดกลัว หรืออย่างรุนแรงถึงขนาดใช้กำลังประทุษร้ายหรือไปแจ้งความข้อหาหมิ่นประมาทก็โดนกันมาแล้ว น้องๆ เภสัชกร ที่เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ก็โดนกันหลายราย “ถ้าเป็นแบบนี้ผู้บริโภคที่พร้อมจะเป็นพลเมืองดีจะทำอย่างไร?” “หากตั้งใจจะทำดี อย่าหวั่นไหวครับ” แต่สิ่งแรกที่เราต้องยึดให้แม่นคือ “ข้อมูลที่เราได้พบเห็นหรือรับรู้มานั้นต้องเป็นข้อเท็จจริง” หลายครั้งที่พลเมืองดีได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน แล้วผลีผลามรีบไปดำเนินการ กว่าจะรู้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้น มันมีส่วนจริงบ้างไม่จริงบ้างก็ถลำลงไปเยอะแล้ว อันดับแรกขอให้ตรวจสอบให้ชัดว่า ผลิตภัณฑ์อะไร เกิดกับใคร เกิดอันตรายอย่างไร ถ้ารู้จักกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขยิ่งดี ให้เขาช่วยกันตรวจสอบให้ชัดว่าอันตรายที่เกิดขึ้นนั้นมันมาจากผลิภัณฑ์นี้จริงหรือไม่ และพยายามรักษาสภาพเดิมของสินค้าให้มากที่สุด เผื่อบางทีเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไปวิเคราะห์ เจ้าของสินค้าเขาจะอ้างไม่ได้ว่ามีการสลับเปลี่ยนตัวอย่าง (หรือหากจะส่งพิสูจน์เองควรให้มีเจ้าหน้าที่หรือคนกลางเป็นพยานรับรู้เห็นด้วย) โดยปกติ เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลและพบว่า ผลิตภัณฑ์นั้นๆ อาจจะเกิดอันตราย ก็จะออกประกาศเตือนภัยให้ประชาชนรู้ แต่ผู้บริโภคบางรายหากอยากจะเตือนประชาชนด้วยตัวเองก็สามารถกระทำได้ แต่ขอให้เป็นการแจ้งข้อมูลเพื่อเตือนภัยจากสิ่งที่ตนเองพบ โดยอาจใช้ข้อความในลักษณะว่า “พบผลิตภัณฑ์สินค้าที่แสดงฉลากแบบนี้” ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือพบว่าทำให้ได้รับความเสี่ยงหรืออันตราย พยายามเลี่ยงข้อความที่ไประบุว่า “ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อนั้นทั้งหมด” มันเลวหรืออันตราย เพราะข้อมูลที่พบคือสิ่งที่เราเจอตรงหน้าเท่านั้น “หากเป็นพลเมืองดีแล้วโดนขู่” ขอให้ตั้งสติให้ดี ระลึกไว้เสมอว่าผู้ผลิตสินค้าที่ผิดกฎหมายมักไม่กล้าแสดงตัว เพราะหากแสดงตัวว่าเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์เมื่อไร ก็จะถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแน่นอน เมื่อตั้งสติได้แล้ว ขอให้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวัน พร้อมทั้งเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สินค้าที่น่าจะเป็นมูลเหตุที่ทำให้ถูกขู่ไปด้วย เพื่อจะได้มีการบันทึกข้อมูลให้เห็นความเชื่อมโยงกัน หลังจากนั้นให้ไปแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภคทราบด้วย (เช่น โรงพยาบาลชุมชน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา แต่หากไม่ประสงค์จะแสดงตัว จะฝากคนอื่นๆ ไปแจ้งข้อมูลแทนตนเอง ขอให้มีข้อมูลที่ละเอียด ชัดเจนครบถ้วน เพื่อที่เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังใจพลเมืองดีทุกคนครับ “ถ้ามั่นใจในเจตนาดี อย่าให้ผีมารังควาน”

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 161 ผีดิบ.สก๊อย.นมแตก

หลังจากผลิตภัณฑ์กลูต้านานาชนิดได้ประกาศยึดอำนาจจู่โจมจิตใจสาวๆ ผู้อยากขาวแล้ว มันยังทำให้คำว่า “กลูต้า” กลายเป็นนิยามของความขาว ที่ติดหูผู้คนไปทั่ว เราจึงพบผลิตภัณฑ์กลูต้าผุดออกมาชุมนุมในโลกโซเชียลมีเดียมากมาย “กลูต้านมแตก กลูต้าสก๊อย กลูต้าผีดิบ” ผลิตภัณฑ์ชื่อชวนตะลึงเหล่านี้มีออกมาโฆษณาขายแล้ว ขายได้หรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ชื่อของมันจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างระทวยใจแน่นอน “กลูต้านมแตก ขาวอึ๋มเด้ง เสริมหน้าอกโดยไม่ต้องผ่าตัด สามารถช่วยคุณแก้ปัญหาอกเล็กได้ ทำให้หน้าอกคุณกระชับ เต่งตึง มีขนาดใหญ่ ผิวขาวขึ้น หน้าไม่มัน ลดกลิ่นตัว ช่องคลอดกระชับ” … “กลูต้าสก๊อย ขาวที่สุดในสามโลก ใส่กางเกงขาสั้นลุยท้าแดดได้เลย ตัวใหม่ล่าสุด ประสิทธิภาพดีเยี่ยมเป็นหัวเชื้อกลูต้าจากประเทศสวิส ส่วนผสมครบเป๊ะ ขาวเร็วและแรง ขาวออร่าท้าแดด ทานตัวสก๊อยแล้วไม่ต้องกลัวดำอีกต่อไป มีสารต้านยูวี พิสูจน์แล้วว่ามาแรงแซงโค้ง และยังช่วยการเสริมสร้างคอลลาเจนในผิว ช่วยลดระดับโคเรสเตอรอลในเลือด และช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้มีปัญหาโรคหัวใจ ทานคู่กับ กลูต้าผีดิบ ขาวไว 2 เท่าแน่นอน” ... “กลูต้าผีดิบ เปลี่ยนผิวหมองคล้ำดูไร้ชีวิตชีวาขาวไวปรอทแตก ปรับปรุงประสิทธิภาพให้ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยโมเลกุลของยาที่เล็ก ไม่ต้องฉีดกลูต้าไม่ต้องเข้าสปา กลูต้าผีดิบทำงานได้แสดงผลให้ขาวใส ช่วยรักษาแผลและรอยแผลเป็น  ป้องกันริ้วรอยและความชรา รอยสิว จุดด่างดำ ดูจางลง ป้องกันการเกิดสิว”   ผมเหลือบไปเห็นส่วนประกอบที่แจ้งในโฆษณาก็เลยถึงบางอ้อ ตัวนมแตก อ้างว่ามีส่วนผสมของ ออร์โมนเอสโตรเจนจากกวาวเครือ มารวมกับกลูต้าไธโอน วิตามินซีและอี เลยเอามาเป็นจุดขายว่าทำให้อกอึ๋ม แต่ดันอวดอ้างจากอกไปถึงช่องคลอดอีกว่ากระชับ(เอาเข้าไป) ส่วนตัวสก๊อยที่ว่าขาวของสาวสก๊อย ก็อ้างว่ามีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน รวมกับพวกวิตามินสองสามชนิด อันนี้กล้าหาญถึงขนาดมาบอกว่า ช่วยลดระดับโคเรสเตอรอล และช่วยลดความเสี่ยงสำหรับผู้มีปัญหาโรคหัวใจ สุดท้ายเจ้าตัวผีดิบที่ให้ทานคู่กัน อ้างว่ามีส่วนผสมของกลูต้าไธโอน รวมกับสารอีกหลายๆ ชนิด ทั้งยาแก้สิว กรดอ่อน และสารพัดสารที่อ้างมา เห็นแล้วเพลีย สรุปว่าถ้าเหล่ากลูต้าทั้งหลายมีส่วนผสมดังที่อ้างจริง เข้าข่ายยาแน่นอน และเมื่อเข้าข่ายยา ก็จำเป็นจะต้องมาขอขึ้นทะเบียนตำรับยาเพื่อพิสูจน์ว่ามีตัวยาและมีสรรพคุณจริงดังที่อ้างหรือไม่ และที่สำคัญต้องปลอดภัยต่อผู้ใช้ด้วย หากพิสูจน์ได้จริง อย. ถึงจะให้เลขทะเบียนตำรับยาเพื่อแสดงบนฉลากด้วย รวมทั้งการโฆษณาก็ต้องผ่านการตรวจสอบด้วย ดังนั้นถ้าเห็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้วางขายโดยไม่มีทั้งฉลากและยังโฆษณาชวนเชื่อจนผิดปกติ ให้ฟันธงได้เลยว่าเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย ใครมีพยานหลักฐานอะไร แจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยครับ จะได้จับผีดิบไม่ให้ไปสูบเลือดผู้บริโภคอีกต่อไป   //

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point