ฉบับที่ 104 ปวดร้าวเพียงใด

ฉบับที่แล้วผมให้ข้อมูลไปว่า ยาสมุนไพรหากจะผลิต แปรรูปเป็นยาแผนโบราณ ก็ต้องนำมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้ช่วยตรวจสอบว่ามันเป็นยาที่มีความเป็นไปได้ในแง่ผลการรักษาเพียงใด โดยจะเปรียบเทียบอ้างอิงกับตำรับยาแผนโบราณเพื่อจะพิสูจน์ว่ามันไม่มีอันตรายต่อผู้ป่วย แต่ในท้องตลาดยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ จำหน่ายในทำนองนี้ด้วย เช่น เครื่องดื่มสมุนไพร หากเราสังเกตชื่อที่ระบุประเภทว่า “เครื่องดื่ม” เราจะทราบว่ามันคือเครื่องดื่ม ไม่ใช่ยา ดังนั้นมันจึงไม่สามารถ บำบัด บรรเทา รักษาโรคได้ ล่าสุดเภสัชกรสาวสวยคนเดิมจากโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ได้ส่งข้อมูลมาอีกแล้ว เธอเล่าว่าผู้ป่วยชาย อายุ 60 ปี ได้ซื้อเครื่องดื่มสมุนไพรจีน มิทเชลล์ฉาง มารับประทาน โดยดื่มวันละ 2 อึก แก้พังผืด ข้อตึง (สรุปง่ายๆ คือซื้อมากินเพื่อรักษาโรคนั่นแหละ) หลังจากรับประทานมาประมาณ 1 เดือน ก็มีอาหารผิดปกติเกิดขึ้นจนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เภสัชกรสาวสวยขี้สงสัยคนนี้ จึงได้ส่งเครื่องดื่มชนิดนี้ไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม ผลปรากฏว่าคราวนี้เธอร้องกรี๊ดดดดด ดังกว่าเดิม (ไม่รู้ตกใจหรือโกรธ) เพราะผลการตรวจปรากฏว่าพบยาแก้ปวด ลดไข้ พาราเซตามอล ผสมอยู่ด้วย เธอจึงรีบแจ้งมายังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามให้ติดตามตรวจสอบต่อไป ในเบื้องต้นพบว่า เครื่องดื่มสมุนไพรชนิดนี้มีวางขายแพร่หลายตามท้องตลาด ในราคา ขวดละพันกว่าบาท โดยโฆษณาว่าเป็นเครื่องดื่ม สูตรสมุนไพรแบบองค์รวม ปรุงขึ้นตามตำรับจีนโบราณ โดยเน้นความสมดุลของระบบหยิน-หยาง และธาตุทั้ง 5 (ดิน น้ำ ทอง ไม้ ไฟ) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการดูแลสุขภาพ สามารถขจัดอนุมูลอิสระ(Antioxidant) อันเป็นเหตุของความชราภาพและโรคภัยต่างๆ มากมาย(ในโฆษณาไม่มีส่วนผสมของยาแผนปัจจุบันนะครับ) ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบเชิงลึกอยู่นะครับว่า ยาแก้ปวดลดไข้ พาราเซตามอล มันเข้ามาอยู่ในขวดได้อย่างไร แต่เผอิญเมื่อวานได้มีโอกาสนั่งประชุมกับน้องๆ เจ้าหน้าที่จากศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม น้องเล่าว่าผลการตรวจยาสมุนไพรมันเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมๆ ที่พบแค่สารสเตียรอยด์โดยพบว่าเริ่มมีการผสมยาแผนปัจจุบันบางชนิดแล้ว และยังพบในผลิตภัณฑ์รูปแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่ยาลูกกลอนด้วย เช่น พบในยาผงสมุนไพร หรือยาน้ำหรือเครื่องดื่มอีกด้วย {xtypo_info}เรื่อง ที่เล่ามานี้คงเป็นข้อมูลเตือนภัยอีกทางหนึ่งว่า แม้การดูแลสุขภาพจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การเลือกผลิตภัณฑ์มาใช้อย่างรอบคอบระมัดระวัง ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง และถ้าเป็นผลิตภัณฑ์อื่นๆที่ไม่ใช่ยา (เช่น เครื่องดื่ม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ฯลฯ) ยิ่งต้องระวัง ไม่ใช้อย่างสับสน ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า “มันคืออาหาร ไม่ใช่ยา มันจึงรักษาโรคไม่ได้” เราจะได้ปลอดภัยทั้งตัวและปลอดภัยทั้งตังค์นะครับ 

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 103 โอม… เพี้ยง! ไขมันจงลด

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม “อัลดุลลา....มาแหล่ว....หายมั๊ย...หาย...ลดมั๊ย...ลด” ยาสมุนไพร เป็นทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรค โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุนิยมใช้กันมาก ยาสมุนไพรหากจะผลิต แปรรูปเป็นยาแผนโบราณ ก็ต้องนำมาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อที่ทางกระทรวงสาธารณสุขจะได้ช่วยตรวจสอบว่ามันเป็นยาที่ทีความเป็นไปได้ในแง่ผลการรักษา โดยจะเปรียบเทียบอ้างอิงกับตำรับยาแผนโบราณเพื่อจะพิสูจน์ว่ามันไม่มีอันตรายต่อผู้ป่วย แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผลการรักษาของยาแผนโบราณมันจะค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้ผลปรู๊ดปร๊าดรวดเร็วแบบยาแผนปัจจุบันนะครับ วันหนึ่งมีผู้ป่วยเพศหญิง อายุ 40 ปี มาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ด้วยอาการที่ผิดปกติที่คาดว่าน่าจะเกิดจากการใช้ยา เภสัชกรสาวสวยผู้รับเรื่อง จึงได้สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจึงทราบว่า ผู้ป่วยรายนี้ได้รับประทานยา “สมุนไพรอโรคยาศาลาอิสระธรรม” ตามสรรพคุณที่ว่า “ขยายหลอดเลือด ลดไขมันในเลือด” พร้อมทั้งเล่าว่าได้ยานี้มาจาก อโรคยาศาลาอิสระธรรม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม โดยจะรับประทานครั้งละ 3 เม็ด วันละ 3 เวลา เช้า กลางวัน เย็น หลังจากการกินมาประมาณ 2 เดือนก็พบอาการผิดปกติเภสัชกรสาวสวย (เธอฝากมาย้ำว่าให้ระบุด้วย) จึงได้ส่งยาไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์สมุทรสงคราม ผลการตรวจปรากฏว่า พบ “ยาลดไขมัน Simvastatin” ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบัน ผสมอยู่ในยาชนิดนี้ ไม่รู้ว่าตอนนั้นเธอจะร้อง กรี๊ดดดดดด หรือไม่ รู้แต่ว่าเธอแจ้นมาแจ้งเรื่องยัง เภสัชกร ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามทันที เจ้ายาลดไขมัน Simvastatin นี้ บางครั้งอาจจะก่อให้เกิดอาการข้างเคียงต่างๆ เช่น อาการปวดเกร็งท้อง ท้องเสียหรือท้องผูก คลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ปวดแสบกระเพาะ ปวดศีรษะ มองภาพไม่ชัด เวียนศีรษะ ผื่น คัน นอกจากนี้ยังมีคำเตือนสำหรับผู้ใช้อีก คือ “ห้ามใช้ในหญิงมีครรภ์หรือสงสัยว่าอาจจะมีการตั้งครรภ์ รวมทั้งในระยะให้นมบุตรด้วย และควรแจ้งให้แพทย์ทราบหากเป็นโรคตับ โรคไต ติดเชื้ออย่างรุนแรง ความดันโลหิตต่ำ ควรบอกแพทย์หรือเภสัชกรว่าขณะนี้ได้รับยาอะไรอยู่บ้าง โดยเฉพาะยา ซัยโคลสปอริน อิริโธรมัยซิน เจ็มไฟโปรซิล ไนอะซิน และยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วอร์ฟาริน ฯลฯ (เพราะมันส่งผลต่อกัน) และถ้าหากต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือทำฟันให้บอกแพทย์หรือทันตแพทย์ด้วยว่าขณะนี้ได้รับยา Simvastatin นี้อยู่ เนื่องจากยานี้จะไปส่งผลต่อยาอื่นและมีผลต่อร่างกาย และถ้ามีอาการปวดกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อแข็งกดเจ็บ ตะคริวหรืออ่อนเพลีย โดยมีไข้หรือไม่มีไข้ให้รีบพบแพทย์ทันที” แค่เห็นคำเตือนต่างๆ ก็ย่อมจะทราบได้ว่าเจ้ายาลดไขมันที่มันไปปรากฏแบบไม่ได้รับเชิญในยาสมุนไพรนั้น มันมีอันตรายอย่างไร ขณะนี้ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ได้แจ้งเรื่องไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครปฐม ให้ไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วน ที่เล่านี้ก็อยากให้เป็นอุทธาหรณ์ว่า สมัยนี้หากจะเลือกยาสมุนไพรหรือยาแผนโบราณมารับประทาน อย่าไว้ใจง่ายๆ ต้องท่องให้ขึ้นใจว่า “ต้องมีทะเบียนยา” เสมอ และหากเจอผลการรักษาที่รวดเร็วปรู๊ดปร๊าด ให้พึงสังหรณ์ใจไว้ก่อนว่าอาจจะมีแขกที่กฎหมายไม่ได้เชิญมาปนอยู่ด้วยก็ได้ ให้รีบแจ้งกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค อย.หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อติดตามตรวจสอบโดยด่วน โอม เพี้ยง!

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 102 จะผอมสวย ก็ต้องพร้อมเสี่ยงกันเลยหรือ

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ความสวยความงามเป็นสุดยอดปรารถนาของผู้หญิงส่วนใหญ่ และก็ไม่รู้ใครไปดลใจ เป่าหูคุณผู้หญิงมาตลอดว่า ถ้าจะสวยแล้ว ผู้หญิงจะต้องผอม ทำให้กระแสสวยต้องผอมจึงอยู่ยั้งยืนยาวมาตลอด แต่ใดๆ ล้วนอนิจจัง เพราะขณะที่ “ใจอยากผอมแต่ปากอยากผาย” หันไปทางไหนก็ล้วนมีสิ่งล่อตาล่อใจให้อ้าปากเขมือบอยู่เรื่อยๆ จนแล้วจนรอดมันก็เลยไม่ผอมสักที ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ประเภท “สนองปากอย่าง ใจอย่าง” จึงบังเกิดขึ้นและขายได้ดีมาโดยตลอด ล่าสุดนี้มีผลิตภัณฑ์ที่กำลังเป็นที่นิยมของชาวบ้าน มีวางขายตามที่ต่างๆ ผมได้ตัวอย่างมาจากน้องคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่าได้ผลิตภัณฑ์นี้จากร้านที่ขายยาประเภทขายส่ง แถวๆ บางประกอก ราคากระปุกละ 180 บาทมี60 เม็ด (ตกเม็ดละ 3 บาท) ตอนซื้อมา เธอเห็นฉลากมันโชว์รูปเอวคอดกิ่ว เย้ายวนว่าน่าจะผอม เธอเพ่งดูส่วนประกอบที่แม้ไม่รู้ว่ามันคืออะไร (เช่น L-Carnitine , โครเมียม, ถั่วขาว , แคปซิคั่ม ,สัมแขก , CLA , มะข้ามป้อม , ตะบองเพชร) เธอก็คิด (เอาเองว่า) ไม่น่าจะเป็นอันตราย ฉลากเขาบอกว่าให้รับประทาน ครั้งละ 1-2 เม็ด ก่อนอาหารมื้อหนักประมาณ 10-20 นาที แถมมีคำเตือนด้วยว่า เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน ควรเก็บในที่ร่ม และให้พ้นแสงแดด แต่สังเกตดูแล้วฉลากไม่มีชื่อที่อยู่ผู้ผลิต ไม่มีเลข อย.   สรุปว่าเธอก็ไม่รู้ว่ามันคือผลิตภัณฑ์ที่ผ่านอย.หรือไม่ ผลิตที่ไหนก็ไม่รู้ รู้ว่าแต่เป็นแคปซูลและกินไปแล้วเธอน่าจะผอมสวย เธอจึงตัดสินใจพร้อมเสี่ยง หวังว่าในไม่ช้าความผอมจะมาเยือน แต่....ชีวิตหาได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใดไม่ พอเธอกินเข้าไปสักระยะหนึ่ง แม้น้ำหนักเธอจะลดลงบ้าง แต่เธอกลับมีอาการใจสั่นหวิว คอแห้ง ปากแห้ง(แม้ไม่อดอยาก) ท้องผูก ในที่สุดเธอกลัวว่างานนี้หากขืนดันทุรังพร้อมเสี่ยงกินต่อไปนอกจากน้ำหนักจะลดแล้ว บางที “อายุเธออาจจะลดสั้นลงไปด้วย” เธอจึงหยุดกินผลิตภัณฑ์ชนิดนี้แล้วนำมามอบให้ผมดู ผมดูลองเข้าไปค้นหาข้อมูลในเน็ต พบว่ามีประเด็นอีกว่า มีการปลอมผลิตภัณฑ์นี้ระบาดกันอีก (แสดงว่ามันฮิตจริงๆ) ในเว็ปที่เจอ เขาบอกว่า แอลคาร์นิทีน(L-Carnitine) เป็นชื่อกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่ผลิตได้ที่ตับ ทำหน้าที่ช่วยทำให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน แถมยังโฆษณาประโยชน์ที่ได้รับจากสาร L-carnitine มากมาย เช่น เร่งการเผาผลาญไขมัน ลดความอ้วน ลดไขมันส่วนเกิน ดักจับไขมันสัตว์ คาร์โบไฮเดรต และแป้ง ฯลฯ สรุปง่ายๆ ว่ามีประโยชน์มากมาย แต่ไหงประโยชน์ที่ผู้ผลิตกลับไม่ยอมทำให้ถูกต้องตามกฎหมายคือ มายื่นขออนุญาตให้ถูกต้องล่ะครับ หรือมายื่นแล้วเขาไม่อนุญาตก็ไม่รู้ ยังไงใครเจอวางขายที่ไหน แจ้ง อย. หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ให้ไปตรวจเช็ค จัดระเบียบให้ถูกต้องตามกฎหมายเลยนะครับ สาวๆ ที่น่าทะนุถนอมจะได้ไม่ต้อง “ผอมสวยแบบพร้อมเสี่ยง” กันอีกต่อไป

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 101 ไปดูเขาขาย น้ำสมุนไพรหมักแบบลักไก่

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ในยุคที่ผู้บริโภคหันกลับมาสนใจกับสมุนไพร การผลิตน้ำสมุนไพรโดยกลุ่มผู้ประกอบการต่างๆ ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่สร้างสีสันให้แก่ผู้บริโภคมาก และผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้บริโภคชาวไทยส่วนใหญ่มันอ่อนระโหยโรยแรงกันหรืออย่างไร ส่วนใหญ่น้ำสมุนไพรเห็นที่ผลิตกันหลายต่อหลายรายจึงมักจะมีสรรพคุณบำรุงร่างกาย บำรุงกำลัง โดยการผลิตก็จะนำเอาสมุนไพรพื้นบ้านต่างๆ มาหมักเป็นน้ำสมุนไพรและนำมาขออนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณ   วันหนึ่งก็เกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์แบบ “ลักไก่” เกิดขึ้นจนได้ เรื่องของเรื่อง คือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ดันไปตรวจพบน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราโสมตังเซียม และน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราผู้ใหญ่สุพรรณ ที่ผลิตแถวๆ อำเภอสูงเนิน วางจำหน่ายในท้องตลาด โดยยังไม่ได้ขออนุญาตสถานที่ผลิตให้ถูกต้องเป็นเรื่องเป็นราวซะด้วยสิ จากการตรวจสอบฉลากข้างขวดของน้ำสมุนไพรหมักเต็มพลัง ตราผู้ใหญ่สุพรรณ มันระบุว่า ประกอบไปด้วย หัวโสม ม้ากระทืบโรง กระชายดำ ฟ้าทะลายโจร โด่ไม่รู้ล้ม แหม…แต่ละอย่างมันชวนให้สอดคล้องกับ สรรพคุณที่ระบุว่า “บำรุงร่างกายให้แข็งแรง” ซะด้วย แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เขาพลิกคว่ำพลิกหงายตะแคงขวดตรวจดูยังไง ก็ไม่ยักเจอ เลขทะเบียนยาแผนโบราณ เลยเก็บตัวอย่างส่งตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์นครราชสีมา เพื่อดูให้รู้ดำรู้แดงไปเลยว่ามันมีส่วนผสมอะไรบ้าง แล้วความจริงก็ปรากฏ คือพบยาแผนปัจจุบันผสมลงไปด้วย เป็นยา Cyproheptadine ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ผู้ที่รับประทานเจริญอาหารขึ้นมาได้ ไม่รู้ผู้ผลิตเขาคิดง่ายๆ คือให้กินยาน้ำสมุนไพรเข้าไป แล้วก็คงจะเจริญอาหารขึ้นมาทันตาเห็น พอกินอาหารได้มากขึ้น ร่างกายก็อาจจะแข็งแรงขึ้นมามั้ง ขออนุญาตเอากรณีดังกล่าวนี้เป็นตัวอย่างป่าวประกาศเลยนะครับ หากใครจะผลิตน้ำสมุนไพรหมัก โดยจะโฆษณาว่ามีสรรพคุณทางยา อย่าลืมมาขออนุญาตขึ้นทะเบียนเป็นยาแผนโบราณให้ถูกต้องนะครับ และเมื่อได้รับอนุญาตให้ทำการผลิตได้แล้ว ก็ต้องแสดงฉลากให้ผู้บริโภคเห็นข้อมูลครบถ้วนตามที่กฎหมายเขากำหนด รวมทั้งต้องแสดงเลขทะเบียนตำรับยาด้วย และที่สำคัญ “ต้องผลิตด้วยสูตรตามที่ได้รับอนุญาต” นะครับ ประเภทที่ขออนุญาตผลิตยาแผนโบราณ แต่แอบเอายาแผนปัจจุบันผสมแบบลักไก่ให้ออกฤทธิ์ตามต้องการนั้นไม่ถูกกฎหมายนะครับ ติดคุกนะครับ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 100 มหัศจรรย์...นมเหนือนม

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม นมเล็ก นมใหญ่ ไม่เกี่ยว นมเบี้ยวก็ถอยไป เพราะนี่คือนมมหัศจรรย์ครับ เรื่องของเรื่องคือหัวหน้าแผนกของผม ท่านไปได้เอกสารชิ้นหนึ่งและนำมามอบให้ผมดำเนินการต่อ สงสัยเห็นว่าเรื่องนมน่าจะถูกกับจริตของผม(ฮา) ผมดูผ่านๆ มันก็คือเอกสารโฆษณานมผงชนิดละลายน้ำดื่มนั่นเอง แต่เมื่อเริ่มอ่านต่อไปเรื่อยๆ ความมหัศจรรย์ของนมชนิดนี้ก็เริ่มปรากฏครับ นมชนิดนี้เขาระบุว่าผลิตจากประเทศนิวซีแลนด์ อ้างว่าคุณค่าจากสมมติฐานน้ำนมมารดานั้น อุดมไปด้วยสิ่งที่กระตุ้นต่อมตื่นเต้นได้ง่ายๆ เช่น มีภูมิคุ้มกันโรคถึง 26 ชนิด มีสารต่อต้านการอักเสบบวมแดง มีสารต่อต้านการอุดตันของไขมัน และมีสารกระตุ้นเซลล์ Macrophage แต่ที่เด็ดสะระตี่ (อีกแล้ว) คือมีการอ้างว่าได้รับสิทธิบัตรด้านอาหารและยากว่า 250 ฉบับจาก 27 ประเทศทั่วโลก คงเข้าทำนอง นมเหนือนมที่เราๆ ท่านรู้จักกัน (ฮา) ส่วนสิทธิบัตรนั้นก็ระบุว่าเป็นสิทธิบัตรหลักที่ผ่านการรับรอง ซึ่งมีถึง 10 ประการเชียวนะครับ (ขอบอก) และผมขอย้ำว่าก่อนจะอ่านต่อไป โปรดใช้วิจารณญาน พิจารณาตามหลักกาลามสูตรด้วยนะครับ (หากเป็นเด็กเล็กควรได้รับการชี้แนะจากผู้ปกครอง) ทีแรกก็เริ่มแค่การป้องกัน เริ่มตั้งแต่ป้องกันความดันโลหิตสูง , ป้องกันการอักเสบ พอผ่านไปสองข้อ เริ่มมีการรักษาเข้ามาด้วยแล้ว ป้องกัน – รักษาการอุดตันของไขมันในเส้นเลือด , ป้องกัน – รักษาไขข้ออักเสบปวดตามข้อ , ป้องกัน – รักษากระเพาะอาหารและลำไส้ , ป้องกัน - รักษาปอด หลังจากนั้นก็เริ่มอ้างว่า เพิ่มระบบภูมิคุ้มกันโรคให้สูงขึ้น แต่ที่เด็ดสะท้านโลกันต์มันพะย่ะค่ะก็คือ มีการอ้างว่าป้องกันฟันผุ กำจัดกลิ่นตัวและชะลอการเสื่อมสลายก่อนวัย โอ้...แม่เจ้า! มันช่าง มหัศจรรย์ ชนิดนมเหนือนม ซะนี่กระไร (ฮา) งานนี้ผมคงไม่ต้องมาอธิบายซ้ำว่ามันจะเป็นจริงไปได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าแฟนๆ ฉลาดซื้อทุกคนคงจะมีคำตอบแล้วนะครับว่า เจ้าอาหารประเภทนมน่ะมันจะสามารถรักษาโรคได้ขนาดนี้ทีเดียวหรือ และจำได้ไหมครับ ผมเคยเล่าให้ฟังเสมอๆ ว่า ผลิตภัณฑ์นมนั้นต้องมี อย. และหากจะดูว่า เอกสารโฆษณาชิ้นใดได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง มันจะต้องมีตัวอักษร ” ฆอ ” พร้อมตัวเลขแสดงลำดับที่การได้รับอนุญาตแสดงให้เห็นด้วย แต่ผมก็พลิกคว่ำพลิกหงายดูหลายตลบก็ยังไม่เจอ หรือว่าจะเป็นความมหัศจรรย์อย่างสุดท้ายของผลิตภัณฑ์นี้ที่จะสำแดงให้ผมเห็นก็ได้.....เอวัง

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า250 Point

ฉบับที่ 99 สนุก Hi5 ขายแบบไม่ตกยุค

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม วัยรุ่นยุคนี้เขามี Hi5 กัน ผมคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยอมตกยุค ขอตะเกียกตะกายมี Hi5 กับเขาบ้าง คนที่เคยเล่น Hi5 คงจะรู้ว่า วันดีคืนดี จะมีคนมาขอ add เพื่อเป็นเพื่อน Hi5 ของเรา ทีแรกผมก็หลงคิดว่าตัวเองมีเสน่ห์มากมาย ไหนได้ ระบบมันสุ่มสี่สุ่มห้า ส่งไปทั่ว (ฮา) แต่อย่างไรก็ตาม ถึงผมจะปูนนี้แล้วก็ใช่ว่าจะรับ add ใครๆ แบบใจง่ายนะครับ หากแปลกหน้าแปลกตาไป ผมมักจะต้องขอตามไปดูที่ Hi5 ของเขาก่อนว่าเป็นใคร มาจากไหน และวันหนึ่งผมก็ตามไปเจอข้อมูลนี้ปรากฎใน Hi5 ของคนๆ หนึ่ง “Agel Suspension Technology” นวัตกรรมใหม่ของสารอาหารสุขภาพ หนึ่งเดียวในโลกของเทคโนโลยี เจล นิวตริชั่นนอล เป็นสารสกัดจากธรรมชาติ 100% สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่ ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้อย่างรวดเร็ว ภายใน 3-15 นาที สารอาหารออกฤทธิ์เร็ว ให้สารอาหารในปริมาณที่แม่นยำ ความเข้มข้นสารอาหารในร่างกายคงที่ จึงทำให้ได้รับสารอาหารครบ ไม่มีผลต่อระดับของเหลวในร่างกาย รสชาติดี รับประทานง่าย บรรจุภัณฑ์ช่วยคงคุณภาพของสารอาหารได้ดี และพกพาสะดวก รูปแบบทันสมัย โดดเด่น” แถมลงท้ายแบบท้าทายใจวัยสะรุ่นซะอีก “.....คุณจะดูเป็นเหมือนคนป่วยกินยา เวลากินอาหารเสริมแบบเม็ดและน้ำ......หรือเป็นคนรุ่นใหม่กินอาหารเสริมแบบเจล ที่เสริมทั้งสุขภาพ บุคลิกภาพ และรายได้.....อยู่ที่คุณเลือก..!” ได้ผลแฮะ ปรากฏว่ามีคนสนใจ มาเม้นต์ ด้วยครับ “มั่นใจได้ไงว่าไม่มีผลข้างเคียงต่อตับ และไตไม่ทำงานหนักเหรอ ...แล้วราคามันเอื้อมถึงไหมเนี่ย มันเป็นแบบ MLM หรือเปล่าอ่ะคุณพี่” เจ้าของ Hi5 เลยถือโอกาสตอบซะเลย “ด้วยความที่ดูดซึมได้เร็ว ทำให้ไม่เปลี่ยนแปลงระดับของเหลวของร่างกาย สารอาหารที่ช่วยรักษาสมดุลของเลือดและการทำงานของร่างกาย จะส่งผลดีต่อการทำงานของตับและไตอีกต่างหากครับ ราคาสำหรับสมาชิกอยู่ประมาณ 2500 เป็นระบบ MLM ครับ ..........แต่สำหรับ Agel เราคือ เครือข่ายคนรักสุขภาพ ต่อให้ไม่ใช่นักขาย ต่อให้เกลียดการขาย ก็สามารถประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ครับ” เรียกว่าทั้งบรรยายสรรพคุณ และแนะนำเครือข่ายการขายไปพร้อมๆ กันเลย ทีเดียว ด้วยความสงสัย (ความจริงก็อยากจุ้นน่ะครับ...ฮา) ผมเลยขอตามรอยไปดูผลิตภัณฑ์นี้ในเน็ต ก็เลยพบข้อมูลที่อ้างว่า เป็นสารสกัดจากผลไม้หายาก 17 ชนิด และยังอ้างอีกว่า ในสารสกัดจากผลไม้สุกจะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระกว่า 200 ชนิด ดูแลการล้างสารพิษระดับเซลล์ ชะลอความชราและช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งอีก ไอ้ผลไม้หายาก 17 ชนิด ก็มี องุ่นดำ บลูเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ อโรเนีย โปรเมแกรนเต้ อเซโลร่า เอลเดอร์เบอร์รี่ พรุน โนนิ บิลเบอร์รี่ โวลฟ์เบอร์รี่ ว่านหางจระเข้ แก็ค ซีบัคธอร์น มังคุด รูอิโบ้ส อาไค และยังระบุคุณสมบัติที่น่าทึ่งอีกมากมาย เช่น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด เหมาะกับผู้ที่เป็นภูมิแพ้และหอบหืด ผู้ที่มีปัญหาความดันโลหิตสูงและปวดประจำเดือน กระตุ้นภูมิต้านทานชีวิต ฟื้นฟูเซลล์ให้แข็งแรง ช่วยขจัดล้างสารพิษในร่างกาย (อนุมูลอิสระ) ทำงานได้ระดับเซลล์ (ไลโบโซม) ช่วยลดไขมันในเส้นเลือด ลดภาวะเสี่ยงของเส้นเลือดหัวใจตีบ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็ง..... 1 ซอง 21g ราคา 110 บาท , 1 กล่อง 30 ซอง ราคา 3000 บาท เป็นไงครับ โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงจนผิดกฎหมายอีกแล้ว เลยถือโอกาส เตือนผู้บริโภคนะครับ อย่าได้หลงเชื่อ ยิ่งยุคนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ มักมีรูปแบบกลไกในการขายแปลกๆ ใหม่ๆและทันสมัยเสมอๆ หากเจ้าหน้าที่ตามไม่ทันก็อาจจะหลงหูหลงตาไปได้ ยังไงใครพบเห็นอะไรทะแม่งๆ ช่วยนำมาบอกต่อเพื่อเตือนกันด้วยนะครับ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 98 ยาฝืนสังขาร

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามnuchote@hotmail.com คนเราเมื่ออายุมันมากขึ้น สังขารมันย่อมเสื่อมโทรมไปตามวัย แต่ไม่ว่าเวลาจะผ่านยาวนานไปแค่ไหน ยากลุ่มหนึ่งมักถูกนำมาโฆษณาเพื่อเชิญชวนให้เราได้พยายามตะกายฝืนสังขารอยู่เสมอๆ   วันหนึ่งมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขมาที่แผนกของผม พร้อมใบปลิวโฆษณาส่งเสริมการขายยาสมุนไพรหลายยี่ห้อ มีหลากหลายรูปแบบ ในแผ่นแรกๆ ของการโฆษณาดูผ่านๆ ก็เหมือนไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะระบุสรรพคุณทั่วๆ ไป เช่น บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ขับปัสสาวะ แต่เมื่อดูแบบละเอียดก็พบว่ายาบางตัว(เช่น ยาปู่เซิน) จะบอกวิธีการใช้แปลกๆ เช่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานก่อนประกอบกิจกรรม รับประทานเพิ่มอีก 1 เม็ด (ตกลงมันจะทำงานอะไร หรือจะประกอบกิจกรรมอะไรกันแน่?) พอพลิกมาแผ่นโฆษณาที่สอง มีการพูดถึงยาสมุนไพรหลายตัว แต่คราวนี้เอาละหวา แม้จะทุกตัวจะมีเลขทะเบียนตำรับยาชัดเจน แต่ก็เริ่มมีการโฆษณาแบบไม่เกรงอาญาฟ้าดินเลย มีการพูดถึงการรักษาโรคต่างๆ เช่น รักษาโรคเก๊าท์ โรคกระดูกงอกตามอวัยวะทุกส่วน โรครูมาทิสซัม ฯลฯ แต่พอมาแผ่นที่สามและแผ่นที่สี่ซิ เด็ดสะระตี่ไปเลยครับ มีการพูดถึงเรื่องน้องชายกันโจ่งครึ่มไปเลย “เสริมกำลังให้ น้องชาย สู้ตาย...ทุกสนามรัก ด้วย จิ่วเจิ้งปู่เซินเจียวหนัง” หลังจากนั้นก็ร่ายยาวกระเส่าอารมณ์กันไปอีกว่า ปัญหาเรื่องสมรรถภาพทางเพศ เป็นปัญหาส่วนใหญ่ของเพศชาย อ้างว่ามีปริมาณถึงค่อนโลก (ดูถูกเพศชายมากจริงๆ...ฮา) ตามมาด้วยการอ้างว่าเภสัชกรรมจีนสมัยใหม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างครบวงจร แต่ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ มีการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ ปู่เซิน กับ ไวอะกร้า ซะด้วย และแน่นอนครับในตารางข้อมูลของปู่เซินเหนือกว่าทุกข้อ นอกจากนี้ยังมีสำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยาแผนโบราณ และผลการตรวจวิเคราะห์ แสดงผลการตรวจว่าไม่พบสารสเตียรอยด์ด้วย เป็นไงครับ เห็นมั้ยครับว่ากลยุทธ์การส่งเสริมการขายมันยอดเยี่ยมกระเทียมดองอย่างไร เริ่มตั้งแต่แสดงหลักฐานว่ายาได้ขึ้นทะเบียนแล้ว มีเลขทะเบียนตำรับแล้วด้วย แต่ที่ชวนมีพิรุธคือ การโฆษณาขายยานั้น เขาไม่อนุญาตให้โฆษณาว่าเป็นบำรุงกามหรือสมรรถภาพทางเพศน่ะซิ ตลอดจนสรรพคุณยาสมุนไพรต่างๆ ดังกล่าว ก็กระเดียดไปทางยาแผนปัจจุบันประเภทยาอันตรายที่เขาไม่อนุญาตให้โฆษณาอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมถึงการเอามาเปรียบเทียบกับไวอะกร้าซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันอีกต่างหาก ผมเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ฝืนสังขารแบบนี้คงมีออกมาเรื่อยๆ ตามตรวจจับกันแทบไม่หมด แต่ถ้าผู้บริโภครู้ทัน หัดสังเกตพิรุธต่างๆ ก็จะสามารถตรวจสอบได้ว่ามันโอ้อวดเกินจริงหรือไม่ ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่ถ้าไม่แน่ใจ ขอแนะนำอย่างเคยครับ เก็บรวบรวมข้อมูลให้มาก ทั้งผู้ขาย แหล่งที่ขาย ตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขายและผลิตภัณฑ์ แล้วส่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารยา หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัดตรวจสอบได้เลยครับ ดูสิว่าจะฝืนสังขารไปได้กี่น้ำ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 97 เก่ายังไม่ทันไป....ใหม่ดันจะมาอีก

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามnuchote@hotmail.com จำได้ว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเคยออกข่าวประชาสัมพันธ์ “อย.เผยพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลักลอบใส่ยาลดความอ้วน ไซบูทรามีน...อันตราย!” ตามข่าวระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคว่ารับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ทเวนตี้ โฟร์ อินซ์ (ผลิตโดยบริษัท หจก. เนเจอร์ส เบสท์ เฮลท์ โปรดักส์ จัดจำหน่ายโดย บริษัท ท็อป ออฟ มายด์ จำกัด) ภายหลังรับประทานแล้วมีอาการใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว แต่เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง เจ้าหน้าที่จึงไปเก็บตัวอย่าง ทเวนตี้ โฟร์ อินซ์ ส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจปรากฏว่า พบยาลดความอ้วนไซบูทรามีน (Sibutramine) ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษที่ต้องจ่ายโดยแพทย์ ในสถานพยาบาลเท่านั้นและยังเป็นยาที่อยู่ภายใต้การติดตามความปลอดภัยอีกด้วย นอกจากนี้การใช้ยานี้ยังต้องระวังในผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด ผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ดี ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตีบ ผู้ป่วยโรคตับ ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่มีโรคต้อหิน รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ซึ่งขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำลังอยู่ในระหว่างดำเนินคดีกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายดังกล่าว ล่าสุด มีผู้ป่วยหญิงสูงอายุ ในจังหวัดสมุทรสงคราม อายุประมาณ 61 ปี ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจังหวัด ด้วยอาการใจสั่น หงุดหงิด มึนงง กินอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ จากการซักประวัติ จึงทราบว่าผู้ป่วยได้รับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ฉลากระบุ ยี่ห้อ 3S Topofmind บรรจุอยู่ในซองฟอยด์ ซึ่งจากการวินิจฉัยเบื้องต้นของแพทย์คาดว่าน่าจะเกิดจากยาที่อาจจะผสมในผลิตภัณฑ์ดังกล่าว และที่น่าสังเกตคือ เป็นผลิตภัณฑ์ของผู้จัดจำหน่ายเจ้าเดิมที่มีคดีความกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อยู่ จากการสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมจากเอกสารโฆษณา ได้ข้อมูลจากการโฆษณาดังนี้ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 3S (สกัดจากสาหร่ายทะเลน้ำลึก) ชนิดนี้มีส่วนประกอบที่สำคัญของ คือ สารสกัดจากสาหร่ายสีน้ำตาล และสาหร่ายสีแดง วิธีรับประทาน วันละ 1-2 แคปซูล ก่อนอาหารเที่ยง จัดจำหน่ายโดย บริษัท ท๊อป ออฟ มายด์ จำกัด ขนาด 1 กล่อง ( 40 แคปซูล) ราคาขาย 1,200.00 บาท (ตกเม็ดละ 30 บาท) ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวอย่างตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว แม้ผลจะยังไม่ออก แต่ดูจากข้อมูลทั้งอดีตและปัจจุบัน เชื่อว่าผู้อ่านน่าจะเดาเอาเองได้ว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวปลอดภัย หรือถูกต้องตามกฏหมายอย่างไรนะครับ ดังนั้นขอให้ท่านผู้อ่านระมัดระวังการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ และหากพบผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายต้องสงสัย อย่าลืมร้องเรียนกับ อย.หรือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนะครับ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 96 บริการครบวงจร

เรื่องเล่าเฝ้าระวังภก.ภาณุโชติ ทองยัง : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงครามnuchote@hotmail.com การทำงานด้านคุ้มครองผู้บริโภค แหล่งข่าวเป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะแม้เราจะเป็นคนช่างสอดรู้สอดเห็น แต่โอกาสที่เราจะไปสอดรู้เรื่องผลิตภัณฑ์หรือสถานการณ์ที่มีปัญหาบางทีมันดันน้อยกว่าเรื่องชาวบ้าน (ฮา) ดังนั้นใครทำงานด้านนี้แล้ว หากช่างพูด ช่างคุย ช่างจุ้นจ้านแบบผม บางทีข่าวมันก็มาแบบไม่ตั้งตัว ผมได้ข่าวนี้มาจากแหล่งข่าว (ขอสงวนนาม เพื่อให้มันดูลึกลับสักหน่อย) ทีแรกแหล่งข่าว ก็แค่มาถามว่าจะเอายามาให้ตรวจสอบได้มั้ย เพราะสงสัยว่ามันมีสารอะไรผสมอยู่บ้าง แต่คุยไปคุยมาผมเห็นว่าดูมันไม่ปกติ เลยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ข้อมูลว่า ยานี้เป็นยาที่เพื่อนเขากินแก้ปวดเมื่อย ได้มาจากหมอแผนโบราณคนหนึ่งที่เดินทางมารักษาโรคในจังหวัดนี้“หมอแผนโบราณ แน่หรือครับ ?” ผมถามเพราะอยากรู้รายละเอียดมากขึ้น “น่าจะใช่ เพราะหมอคนนี้แกรักษาแบบสมัยโบราณนะ มีนวด กดจุด และก็จ่ายยาแผนโบราณ เห็นคนไปหาแกเยอะทีเดียว” “ไปหาที่ไหนครับ ทำไมผมไม่เห็นได้ข่าวมาก่อนเลย” ผมถามด้วยสงสัย เพราะถ้าคนแห่กันไปรักษากันมากขนาดนี้ ย่อมไม่พ้นใบหูอันระริกและสายตาอันซอกแซกของผมไปได้ “แกไม่ได้มาทุกวันหรอก แกจะมาแค่เดือนละครั้ง มาทีก็มาพักที่รีสอร์ทเลย แต่อยู่แค่วันเดียวนะ แกมากับแฟน 2 คนเอง” “เห็นเมื่อกี้บอกว่า แกจ่ายยาด้วย แกจ่ายยาอะไรหรือครับ” “แกไม่ได้จ่ายยาให้ทุกคนหรอก ถ้าเป็นไม่มาก แกก็ใช้วิธีกดจุด นวดตามแบบโบราณของแก แต่ถ้ารายไหนเป็นเยอะหน่อย แกก็จะจ่ายยาของแก คล้ายๆ ยาลูกกลอน แต่ถ้าอาการหนักๆ แกถึงจะให้ยาฝรั่งให้กินควบไปด้วยจะได้หายเร็วๆ” “งั้นวานไปถามเพื่อนอีกทีนะครับว่า แกจะมาครั้งต่อไปเมื่อไหร่ และมาที่รีสอร์ทไหน ยังไงผมจะได้ลงไปตรวจสอบให้นะครับ อยากรู้เหมือนกันว่า แกเป็นหมอจริงหมอปลอม และแกจ่ายอะไรให้ชาวบ้านกิน อย่างน้อยจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้ถูกหลอกครับ” ผมฝากให้แหล่งข่าวตามข้อมูลเพิ่มเติม เพราะผมก็อยากสัมผัสบริการครบวงจรแบบ One Stop Service ของพ่อหมอรายนี้เหมือนกัน เผื่อจะถ้ามีโอกาสดวงสมพงษ์กัน ก็จะได้ร่วมดำเนินคดีแบบครบวงจรกับแก ไปในเวลาเดียวกันได้เลย ไม่แน่ว่าช่วงนี้แกกำลังเดินสายบริการครบวงจรอยู่ตามรีสอร์ทไหน เอาเป็นว่าใครได้ข่าว ช่วยสะกิดเจ้าหน้าที่สาธารณสุขร่วมตรวจสอบด้วยนะครับ เพราะดูจากพฤติกรรมแล้ว ไม่น่าจะถูกต้องครับ เล่นเอายาอะไรมาจ่ายก็ไม่รู้ แถมปนเปกันไปหมด ทั้งนวดแผนไทย จ่ายยาแผนโบราณ ยาฝรั่ง เอากะแกซิ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 93 -หมึกแดงหลีกไป...หมึกดำมาแว๊วววว

ภก.ภาณุโชติ ทองยังnuchote@hotmail.comสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม ในฉลาดซื้อฉบับก่อนๆ ผมได้เล่าว่าแผนกของผม ได้ออกรณรงค์ตรวจสอบเครื่องสำอางในท้องตลาด เพื่อเฝ้าระวังว่ามีสารอันตรายปนเปื้อนหรือไม่ อาศัยดูละครเรื่องคมแฝกบ่อยๆ (ฮา) จึงได้วางแผนออกปฎิบัติการ กระจายกำลังแบบป่าล้อมตลาด เพื่อครอบคลุมเป้าหมายพื้นที่เทศบาล เน้นกลุ่มหลัก คือร้านเสริมสวย และได้เก็บครีมทาหน้าขาวจากร้านต่างๆ มาตรวจสอบจนทราบผล และได้เล่าไปแล้ว มาตรการต่อจากนั้น ก็มีการวางแผนส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแจ้งผลโดยตรงกับทางร้าน เพื่อสอบถามแหล่งที่มาของครีมที่พบสารอันตรายปนเปื้อน โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากสำนักงานเทศบาลเมืองฯ รับเป็นเถ้าแก่คนกลางในการนัดเจรจา และเพื่อเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการ จึงได้เน้นการสร้างความเข้าใจและชักชวนผู้ประกอบการเข้ามาเป็นพวกเฝ้าระวังให้กับรัฐ แทนที่จะเป็นพวกที่ต้องคอยหลบหนีเนื่องจากกระทำผิด และเนื่องจากว่าผมมีพรสวรรค์ทั้งการพูดเกลี้ยกล่อม และการสอดรู้สอดเห็นจึงได้รับบทบาทดังกล่าว (ฮา) จากการพูดคุย ผมเลยได้ข้อมูลแปลกๆ มาเล่าสู่กันฟัง หนูรู้แต่หนูก็ใช้ผู้ประกอบการรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า “ครีมที่ตรวจเจอน่ะ หนูไม่ได้ใช้กับลูกค้าหรอกค่ะ เพราะปกติแล้วหนูจะใช้เครื่องสำอางดีๆ ที่ปลอดภัยมียี่ห้อกับลูกค้า เพราะหนูกลัวลูกค้าได้รับอันตราย แต่ตลับนี้ หนูซื้อมาใช้เองค่ะ เพราะหนูใช้แค่ไม่กี่ครั้ง หน้ามันข๊าวขาวทันใจดีแท้ค่ะ แถมก็ไม่เห็นด่างแบบในรูปของ อย.เลย แต่เพื่อความชัวร์ หนูก็ใช้ห่างๆ นะคะ“ โถ หนูครับ จะไม่ให้มันขาวเด้งแบบตื่นตาตื่นใจได้ยังไง ก็มันเจอทั้งสารไฮโดรควิโนน (ที่ทำให้หน้าด่างถาวร) และสารปรอทแอมโมเนีย (ที่ทำให้ไตพัง) คราวนี้พออธิบายถึงอันตรายให้ว่า ของพวกนี้มันไม่ใช่ทาปุ๊บหน้าพังปั๊บ แต่มันจะด่างถาวรแบบไม่คาดฝัน กลับคืนมาขาวไม่ได้ และยังจะมีผลต่อไตด้วย คราวนี้น้องเธอเลยชักแหยงๆ บอกว่า “พี่ขา หนูน่ะดูแต่รูปหน้าด่างที่ อย.ทำโฆษณา แต่ใช้ก็ยังไม่ด่างสักที หนูก็เลยคิดว่าไม่เท่าไหร่ คราวนี้ไม่เอาแล้วค่ะ อ้อ....หนูฝากพี่ไปบอก อย.ด้วย ทำสื่อให้ แรงๆ ไปเลย อย่ามาเน้นแค่หน้าด่าง บอกแรงๆ ไปเลยว่า ไตพัง ลูกพิการอะไรทำนองนี้ล่ะค่ะ” หมึกแดงหลีกไป...หมึกดำมาแว๊ววววอีกรายให้ข้อมูลว่า ตอนนี้มีการแอบใช้น้ำยาหมึกดำเพื่อเสริมความงาม โดยน้ำยาชนิดนี้หากใช้เพื่อให้หน้าขาวต้องทาให้ทั่วใบหน้า ราคาทาครั้งละ 5,000 บาท แต่ถ้าจะให้ขาวทั้งตัวหัวจนเท้า จะเสียครั้งละ 10,000 บาท โดยความขาวสวยดังฝันนั้นจะอยู่ได้ประมาณ 1-2 เดือนเท่านั้น หลังจากนั้นต้องมาทาใหม่ (อะไรมันจะขาวแพงขนาดนี้) “แต่พี่รู้มั้ยคะ น้ำยามันคงกัดได้แรงนะ หนูสังเกตเห็นตามแขนของคนที่ทา มีรอยเล็บเป็นทางๆ ทีแรกหนูนึกว่าเขาโดนหมาแมวตะกุย ที่ไหนได้ เขาบอกว่า ไม่ใช่เล็บหมาหรอกค่ะ เล็บดิฉันเอง ก็มันคันก็เลยต้องเกา” ผมเดาเอาว่าน้ำยาชนิดนี้มันคงเป็นน้ำกรดอ่อนๆ น่ะครับ การเอาน้ำกรดมาทา มันก็อันตรายพอสมควร จับพลัดจับผลูไม่ดี เป็นแผลติดเชื้อจะยิ่งไปกันใหญ่ ไม่รู้คนอยากสวยเหล่านี้ ชาติที่แล้วเคยไปทำกรรมเวรอะไรไว้ ชาตินี้จึงต้องมาหาเรื่องเสี่ยงและทรมานเข้าตัวแบบนี้ เรื่องเครื่องสำอางที่อันตรายมันมีอะไรใหม่ๆ แผลงๆ ออกมาเรื่อยๆ นะครับ ตราบที่คนเรายังรักสวยรักงาม ยังไงใครมีข้อมูลอะไร ก็ช่วยๆ กันบอกต่อๆ เพื่อช่วยกันเฝ้าระวังด้วยนะครับ อานิสงค์ที่ทำจะได้ช่วยให้ชาติหน้าเกิดมางามยิ่งขึ้นกว่าชาตินี้ครับผม

อ่านเพิ่มเติม >