ฉบับที่ 222 กระแสต่างแดน

รถไฟไฉไลกว่า        ผู้คนหันมาเดินทางด้วยรถไฟกันมากขึ้นในภูมิภาคยุโรป ตัวอย่างเช่นในสวีเดน ยอดขายตั๋ว Interrail ในช่วงเจ็ดเดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 85 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า         นี่อาจเป็นผลจากการรณรงค์ “flight shame” (หรือ flygskam ในภาษาสวีดิช) โดยสาวน้อยนักรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม เกรต้า ธันเบิร์ก และคุณแม่ของเธอ ที่เรียกร้องให้ผู้คนเปลี่ยนจากการเดินทางโดยเครื่องบินมาเป็นรถไฟ (ขณะเขียนข่าวนี้ เกรต้ากำลังเดินทางด้วยเรือยอทช์พลังแสงอาทิตย์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังนิวยอร์กเพื่อเข้าร่วมการประชุมเรื่องสภาพอากาศ)         องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของยุโรประบุว่า การเดินทางด้วยเครื่องบินสร้างคาร์บอนไดออกไซด์ 285 กรัมต่อหนึ่งกิโลเมตร สำหรับผู้โดยสารหนึ่งคน ในขณะที่ผู้โดยสารรถไฟจะสร้างคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 14 กรัมในระยะทางที่เท่ากัน         ตัวแทนขายตั๋วบอกว่าอีกเหตุผลสำคัญคือนักเดินทางเริ่มตระหนักว่าการเดินทางด้วยรถไฟสามารถเป็นไฮไลท์ของการเดินทางทริปนั้นได้ด้วยมีขยะขึ้นคันนี้         หากคุณจะไปไหนมาไหนในเมืองสุราบายา อย่าลืมพกแก้วหรือขวดพลาสติกที่ใช้แล้วไปด้วย เพราะมันสามารถใช้แลกตั๋วรถได้        รถบัสปรับอากาศเที่ยวพิเศษที่คิดค่าโดยสารราคาเดียวตลอดสายนี้มีให้บริการทั้งสิ้น 20 คัน คุณจะเลือกจ่ายค่าตั๋วเป็นขวดพลาสติกขนาดใหญ่ 3 ขวด หรือขวดขนาดกลาง 5 ขวด หรือแก้วพลาสติก 10 ใบก็ได้         สุราบายา ซึ่งมีประชากรประมาณ 2.9 ล้านคน ทดลองโครงการนี้ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เพื่อลดขยะและแก้ปัญหาการจราจรหนาแน่น ถึงตอนนี้เสียงตอบรับเป็นที่น่าพอใจ แต่ละสัปดาห์มีคนใช้บริการประมาณ 16,000 คน และบริษัทรถก็มีรายได้เป็นขวดพลาสติกเดือนละ 6,000 กิโลกรัม        ก่อนหน้านี้บาหลีได้ประกาศห้ามใช้หลอดพลาสติก ในขณะที่จาการ์ตาก็กำลังเล็งแผนงดใช้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง นี่คือส่วนหนึ่งของความพยายามของอินโดนีเซียที่จะลดปริมาณพลาสติกในทะเลลงให้ได้ร้อยละ 70 ภายในปี 2025        อินโดนีเซียก่อมลพิษทางทะเลมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากจีนยังมีความเสี่ยง         ปรากฎการณ์ฟาสต์แฟชั่นยังดำเนินต่อไป บังคลาเทศยังคงเป็นประเทศผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปส่งออกมากเป็นอันดับสองของโลกรองจากจีน และร้อยละ 16 ของเศรษฐกิจของประเทศขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรมนี้ซึ่งมีการจ้างงานผู้คนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน         แล้วเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นบ้างหลังเหตุการณ์ตึกรานาพลาซ่าถล่ม เมื่อปี 2013         โศกนาฎกรรมที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1,100 คนทำให้บรรดาเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ผลิตในบังคลาเทศร่วมกันลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการปรับปรุงความปลอดภัยของอาคารโรงงาน และร่วมกันลงขันเพื่อช่วยให้เกิดการปรับปรุงดังกล่าวด้วย โดยมีกำหนดเวลาห้าปี         สมาคมผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าสำเร็จรูปของบังคลาเทศ เปิดเผยว่าขณะนี้มีโรงงานเพียง 200 แห่ง จาก 1,600 แห่ง ที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และมีอย่างน้อย 400 โรงงานที่ยังอยู่ในสภาพแย่มากจนต้องถูกสั่งห้ามรับออเดอร์จากต่างประเทศชีวิตติดจอ         ผลการวิจัยล่าสุดโดย The Shift Project องค์กรรณรงค์ด้านการใช้พลังงานทางเลือก พบว่า ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากการดูวิดีโอออนไลน์ในปี 2018 มีมากถึง 300 ล้านตัน(เท่ากับการปล่อยก๊าซนี้จากประเทศขนาดเท่าสเปนในเวลาหนึ่งปี)         เขาคาดการณ์ว่าในอีกสามปีข้างหน้า ร้อยละ 60 ของประชากรโลกจะเข้าสู่สังคมออนไลน์ และร้อยละ 80 ของการใช้อินเทอร์เน็ตของคนเหล่านี้จะเป็นการดูวิดีโอ โดยร้อยละ 60 ของวิดีโอที่ดูจะมาจากบริการสตรีมมิ่ง เช่น ยูทูบ เน็ทฟลิกซ์ และวิมีโอ นั่นเอง         เขาพบว่าการรับ-ส่งข้อมูลไอทีแบบนี้ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่าธุรกิจการบินด้วยซ้ำ นักวิจัยแนะนำว่าหากต้องการประหยัดพลังงาน เราควร... 1. ดูหนังจากโทรทัศน์แทนโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ (ถ้าเป็นไปได้) 2. ดูผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก 3. ดูในจอเล็ก 4. ดูผ่านไวไฟ และ 5. เลือกความคมชัดธรรมดา เพราะความละเอียดที่มากขึ้นหมายถึงการใช้พลังงานมากขึ้นด้วยอย่าถามเยอะ         การใช้เอไอหรือปัญญาประดิษฐ์อย่างกว้างขวางในการเสนอขายสินค้าหรือบริการ รวมถึงการสนับสนุนการจับจ่ายแบบไม่ใช้เงินสดทำให้ผู้บริโภคในประเทศจีนได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น แต่มีคนจำนวนไม่น้อยรู้สึกถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว         สมาคมผู้บริโภคแห่งประเทศจีน (CCA) ระบุว่าร้อยละ 91 ของแอปพลิเคชันมือถือ กำหนดให้ผู้บริโภคกรอกข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริการนั้นเลย เช่น แอปฯ ซื้อตั๋วหนังที่ขอข้อมูลเกี่ยวกับการทำงาน         เมื่อไม่ให้ข้อมูล ผู้บริโภคก็จะซื้อตั๋ว สั่งอาหาร หรือจ่ายค่าสินค้าไม่ได้ ถ้าเป็นเมืองอื่นก็พอจะทำธุรกรรมแบบออฟไลน์ได้ แต่ในเมืองเทคโนโลยีล้ำอย่างเซินเจิ้น ผู้บริโภคแทบจะไม่มีทางเลือกเพราะต้องทำทุกอย่างผ่านแอปฯ เท่านั้น            การสำรวจระบุว่าร้อยละ 80 ของประชากรเคยมีประสบการณ์เบอร์มือถือหรือเบอร์โทรศัพท์ “รั่วไหล” ไปอยู่ในมือของพวกสแปมหรือโทรศัพท์มารบกวน

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 217 ล่อลวงล่อหลอก

ยุคนี้ใครๆ ก็ใช้อินเทอร์เน็ตกันเป็น ข้อมูลข่าวสารดีๆ เราสามารถค้นหาได้ในเน็ต แต่หลายครั้งก็พบว่าเมื่อเราตามไปอ่านข่าวสารต่างๆที่สนใจเหล่านั้น บางทีเราก็จะพบข้อมูลแปลกๆแทรกในหน้าข่าวต่างๆ โดยชักจูง ล่อลวงให้เราตามไปอ่านอย่างแนบเนียนจนเราไม่รู้สึกตัว        ในช่วงที่ผ่านมา คนกำลังตื่นตัวและหวาดกลัวกับปัญหาฝุ่น 2.5 สื่อโซเชียลหลายเว็บนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับฝุ่น 2.5 แต่เมื่อลองตามเข้าไปอ่าน กลับพบว่าในบางเว็บมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เป็นเครื่องดื่ม แต่ฉวยโอกาสว่า ดื่มแล้วจะมีสารต้านฝุ่น 2.5 ในร่างกาย แทรกในท้ายๆของข่าวสาร หรือในเว็บที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสายตา เมื่อตามไปอ่านกลับพบว่าเป็นการโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่อ้างว่าช่วยรักษาสารพัดปัญหาตาได้อีกด้วย        ล่าสุดผมตามไปอ่านเว็บเกี่ยวกับสมุนไพร อ่านไปได้ครึ่งหน้ากลับมี ข้อความแปลกๆ โผล่ขึ้นมา เช่น ย้อนวัยทั้งคืน ทีแรกก็ยังงงๆ กับข้อความกำกวมดังกล่าว แต่พอกดลิงค์ตามเข้าไปดู กลับกลายเป็นข้อความ บรรยายว่า “ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย ชนิดนี้ เป็นสินค้าที่นำเอาตำรับยาสมุนไพรจีน มาพัฒนาโดยใช้วิทยาการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย มีส่วนช่วยบำรุงและกระตุ้นการทำงานของตับและไต ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น ทำให้ระบบของเหลวในร่างกายมีความสมดุล ช่วยเพิ่มฮอร์โมนในเลือด” มีการอ้างต่อว่า “มีส่วนผสมของ ราชาแห่งสมุนไพร (ถังเช่า) ด้วย” หลังจากนั้นก็ไม่ปิดบังอะไรแล้ว เพราะมีการใช้ข้อความโต้งๆ กันไปเลยว่า “แต่ก่อนเป็นกล้วยไข่  เดี๋ยวนี้เป็นกล้วยหอม อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย ใหญ่ อึด ถึก ทน ต่อรอบได้” ตามด้วยการระบุว่าสินค้านี้มีเลข อย. รวมทั้งแจ้งการสั่งซื้อทางไลน์        สอดคล้องกับเรื่องที่ผู้บริโภคร้องเรียนที่มาที่แผนกผมในระยะหลังๆ พบว่ามีผู้บริโภคหลายรายที่สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์จากเฟซบุ๊ค ไลน์ อินสตราแกรม ฯลฯ พอใช้ไปได้สักระยะหนึ่ง ก็พบว่าไม่ได้ผล หรือมีอาการแปลกๆ จึงมาร้องเรียน หลังจากนั้นไม่นาน ก็จะไปซื้อผลิตภัณฑ์ตัวใหม่มาใช้อีก แล้วก็มาร้องเรียนอีก วนเวียนไปมาเรื่อยๆ        เจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ขายที่มีปัญหา มักจะใช้หลากหลายกลวิธีล่อลวงล่อหลอก ผู้บริโภคในยุคนี้จำเป็นต้องพัฒนาให้เป็นผู้บริโภคที่ฉลาดเท่าทัน Smart Consumer หากจะเลือกซื้อสินค้าออนไลน์จากเน็ต ขอให้ตรวจสอบข้อมูลหลายๆ ทาง หากเป็นผู้ขายหน้าใหม่ เราไม่รู้จัก อย่าเพิ่งรีบซื้อ พยายามศึกษาและตรวจสอบสินค้าในเว็บตลอดจนข้อความโฆษณาว่ามันถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่  หากไม่แน่ใจให้สอบถามเจ้าหน้าที่  หรือหากพลาดตัดสินใจซื้อสินค้าไปแล้ว ขอให้เก็บหลักฐานการสั่งซื้อให้ดี เช่น บันทึกภาพหน้าจอหรือข้อความที่ได้พูดคุยโต้ตอบ ใบสร็จรับเงิน หรือใบส่งของ สิ่งเหล่านี้จะมีประโยชน์ตอนมาร้องทุกข์ และจะทำให้ติดตามผู้จำหน่ายได้ง่ายขึ้น        อยากให้นึกไว้เสมอว่าผลิตภัณฑ์เทวดาที่โฆษณาว่ามีสรรพคุณมหัศจรรย์ไม่มีในโลก หากผลิตภัณฑ์ใดโฆษณาโอเวอร์ ถึงจะอ้างว่ามีเลขที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่ดูแลแล้ว ก็อย่าเพิ่งเชื่อ ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนดีกว่าครับ

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 202 สินค้าออนไลน์ สดใหม่แค่ไหน

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์นั้น ไม่เพียงจะช่วยอำนวยความสะดวก ยังได้กลายเป็นเทรนด์สำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ด้วย แต่ผู้บริโภคบางคนอาจเคยพบว่า ในการสั่งซื้อสินค้าประเภทอาหารออนไลน์ กับการเดินทางออกไปเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเองนั้น มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ทั้งในเรื่องของความสด/ใหม่ของสินค้า หรืออาจพบว่าสินค้าออนไลน์มีวันหมดอายุที่เร็วกว่า ของที่เราไปเลือกเองที่หน้าร้าน เพื่อลองพิสูจน์ประเด็นดังกล่าว พร้อมดูเรื่องเงื่อนไขต่างๆ ของการสั่งซื้อสินค้า ประเภทอาหารทางออนไลน์ กับ หน้าร้านหรือในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน ฉลาดซื้อฉบับนี้ได้อาสาทดสอบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ประเภทอาหารแห้ง/อาหารสด จากห้างสรรพสินค้าต่างๆ จำนวน 5 เว็บไซต์ พร้อมกับไปเดินเลือกซื้อสินค้าที่มียี่ห้อและประเภทเดียวกัน รวมทั้งซื้อภายในวันเดียวกันจากห้างสรรพสินค้าที่สั่งออนไลน์มาอีกด้วยห้างและเว็บไซต์ที่ทดสอบ1. เทสโก้ โลตัสออนไลน์ (Tesco Lotus) ผ่านทางเว็บไซต์ https://shoponline.tescolotus.com และสินค้าจากห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส2. ท็อปส์ออนไลน์ (Tops) ผ่านทางเว็บไซต์ http://www.tops.co.th และสินค้าจากห้างสรรพสินค้าท็อปส์3. บิ๊กซีออนไลน์ (Big C) ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.bigc.co.th และสินค้าจากห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี4. กูร์เมต์ มาร์เก็ตออนไลน์ (Gourmet market) ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.happyfresh.co.th และสินค้าจากห้างสรรพสินค้ากูร์เมต์ มาร์เก็ต5. แม็คโครออนไลน์ (Makro) ผ่านทางเว็บไซต์ https://www.siammakro.co.th และสินค้าจากห้างสรรพสินค้าแม็คโคร วิธีการทดสอบ1.สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ ในสินค้าอาหาร 6 ประเภท (การซื้อเป็นไปตามเงื่อนไขของทางเว็บไซต์) 2.ในรอบ 24 ชั่วโมง อาสาสมัคร ไปซื้อสินค้าประเภทเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ณ ห้างสรรพสินค้าเดียวกับทางเว็บไซต์ โดยเลือกสินค้าที่มีล็อตการผลิตใหม่ที่สุดบนชั้น3.ทำการเปรียบเทียบ ผลการทดสอบ1. เรื่องวันหมดอายุ ไม่มีของหมดอายุนำมาส่ง แต่การเลือกซื้อสินค้าในห้างหรือหน้าร้าน สามารถเลือกของที่ล็อตการผลิตใหม่สุดหรือวันหมดอายุนานกว่าได้ ดังนี้- สินค้าจากเทสโก้ โลตัสออนไลน์และห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส มี 2 ตัวอย่างที่วันหมดอายุต่างกัน คือ 1. นมสดพาสเจอร์ไรซ์ ยี่ห้อเมจิ สูตรน้ำนมโค 100% สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 20/11/17 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 28/11/17 และ 2. ขนมปัง ยี่ห้อเทสโก้ สูตรโฮลวีต สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 20/11/60 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 21/11/60- สินค้าจากท็อปส์ออนไลน์และห้างสรรพสินค้าท็อปส์ 1 ตัวอย่างที่วันหมดอายุต่างกัน คือ โบโลน่า ยี่ห้อมายช้อยส์ (My Choice) สูตรหมูพริก สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 13/12/17 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 09/12/17 - สินค้าจากจากบิ๊กซีออนไลน์และห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี เกือบทุกตัวอย่างวันหมดอายุต่างกัน คือ 1. นมยูเอชที ยี่ห้อโฟร์โมสต์ รสจืด สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 070618 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 26/03/18 2. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยี่ห้อออเรียนทัลคิตเชน (Oriental Kitchen) รสออตแอนด์สไปซี่ สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 02/10/17 และ 02/06/18 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 16/10/17 และ 16/06/18 3. หมูแผ่น ยี่ห้ออองเทร่ (ENTRE'E) สูตรบาร์บีคิว รสคลาสสิค สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 30/10/17 และ 29/06/18 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 30/09/17 และ 29/05/18 และ 4. น้ำสลัด ยี่ห้อสุขุม สูตรสลัดครีม สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 21/09/17 และ 21/05/18 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 12/10/17 และ 12/06/18- มีสินค้าจากจากกูร์เมต์ มาร์เก็ตออนไลน์และสินค้าจากห้างสรรพสินค้า 2 ตัวอย่างที่วันหมดอายุต่างกัน คือ 1. นมเปรี้ยว ยี่ห้อยาคูลท์ (Yakult) สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 26/11/17 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 28/11/17 2. ไข่ไก่ ยี่ห้อโฮม เฟรช มาร์ท (Home Fresh Mart) เบอร์ 0 Jumbo Brown eggs สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 21/11/60 - 06/12/60 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 15/11/60 - 30/11/60- สินค้าจากจากแม็คโครออนไลน์และสินค้าจากห้างสรรพสินค้า ทุกตัวอย่างวันหมดอายุต่างกัน คือ 1. นมยูเอชที ยี่ห้อแมกโนเลีย สูตรผสมกิงโกะรสจืด สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 23/06/2018 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 23/05/20182. บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ยี่ห้อ มาม่า บิ๊กแพ็ค รสหมูสับ สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 14/11/17 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 07/11/17 3. หมูแผ่น ยี่ห้ออองเทร่ รสคลาสสิค ร็อค สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 27/09/17 และ 26/05/18 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 26/06/17 และ 25/02/18 4. เยลลี่ ยี่ห้อปีโป้ รวมรสผลไม้ สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 14/08/2018 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 18/07/2018 5. ขนมปังสอดไส้ ยี่ห้อเอลเซ่ เลเยอร์เค้ก กลิ่นวานิลลา สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 25/09/2017 และ 25/09/2018 ในขณะที่ซื้อจากห้างหมดอายุวันที่ 31/10/2017 และ 31/10/2018  6. ข้าวหอมมะลิ ยี่ห้อฉัตร สั่งจากออนไลน์หมดอายุวันที่ 27/09/62 ในขณะที่สั่งจากห้างหมดอายุวันที่ 24/09/60 - 24/09/62 (หยิบสินค้าจากแถวบนสุด) 2. เรื่องราคาสินค้า  ราคาสินค้าส่วนใหญ่เท่ากัน  การซื้อทางออนไลน์ไม่ได้ประหยัดกว่า แต่มีข้อดีเรื่อง ไม่ต้องเดินทางไปซื้อเอง มีสินค้ามาส่งถึงบ้าน และบางเว็บไซต์เมื่อซื้อสินค้าครบจำนวนเงินตามที่บริษัทกำหนด จะมีบริการจัดส่งฟรี  อย่างไรก็ตาม บางรายการพบว่า ซื้อออนไลน์ได้ถูกกว่าเล็กน้อย หรือบางทีก็มีราคาแพงกว่า เช่น โบโลน่า ยี่ห้อมายช้อยส์ ราคาจากออนไลน์ 35 บาท/100 กรัม ในขณะที่สั่งจากห้าง 39 บาท/100 กรัม (ท็อปออนไลน์) หรือ ข้าวหอมมะลิ ยี่ห้อฉัตร ออนไลน์ ราคา 245 บาท/ 5 กิโลกรัม ล็อตผลิต/หมดอายุวันที่ 27/09/62 ส่วนหน้าร้าน 189 บาท/ 5 กิโลกรัม ล็อตผลิต/หมดอายุ 24/09/62 (แมคโครออนไลน์) ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่าเรื่องราคาสินค้าไม่เท่ากัน ระหว่างทางออนไลน์กับทางหน้าร้าน น่าจะเกิดจากล็อตการผลิตที่ต่างกัน เช่น ในล็อตการผลิตที่ใหม่กว่าในห้างสรรพสินค้าอาจมีราคาที่แพงกว่า ส่วนในล็อตการผลิตเดียวกันหรือใกล้กัน ราคาสินค้าส่วนใหญ่เท่ากันทั้งทางออนไลน์และในห้าง    สรุปการซื้อสินค้าประเภทอาหารทางออนไลน์ เปรียบเทียบเรื่องวันหมดอายุ

สำหรับสมาชิก >
ฉลาดซื้อ เก็บแต้มแลกสินค้า500 Point