ฉบับที่ 221 สงสัยถูกเอาเปรียบเวนคืนกรมธรรม์ได้ไม่ครบ

        สัญญาประกันชีวิตนั้น มีรายละเอียดและเงื่อนไขที่ผู้บริโภคจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจในข้อความที่ระบุให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกเอาเปรียบได้ ดังนั้นก่อนทำสัญญาควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบ แต่หากว่ามีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจและรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบท่านก็สามารถร้องเรียนได้ อย่าปล่อยให้เรื่องต่างๆ นั้นผ่านไป        คุณพ่อน้องเอิงหรือเด็กชายวรา ทำสัญญาประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ โดยมี ด.ช.วรา เป็นผู้เอาประกัน ซึ่งตลอดสัญญา ต้องชำระเบี้ยประกันผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารทุกเดือน คุณพ่อก็ชำระเบี้ยมาจนถึงปีที่ 9 โดยไม่มีปัญหาอะไร และในงวดที่ 4-6 ของปีที่ 9 นี้เอง เงินในบัญชีนั้นถูกหักไปปกติ แต่กลับได้รับการแจ้งจากบริษัทประกันว่า ไม่สามารถหักเงินจากบัญชีได้ เป็นจำนวน 3 งวดแล้ว จึงมีหนังสือแจ้งมาว่าได้กู้กรมธรรม์อัตโนมัติเพื่อนำมาชำระเบี้ยประกันของงวดที่ 4 แล้ว เป็นจำนวนเงิน 1,214 บาท         คุณพ่อจึงยื่นเรื่องขอเวนคืนกรมธรรม์ไปเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2561 แต่ได้รับแจ้งว่าเอกสารไม่ครบอนุมัติไม่ได้ ต่อมาวันที่ 26 ตุลาคม ผู้ร้องส่งเอกสารเพิ่มเติมจนครบถ้วนและวันที่ 31 ตุลาคม ก็ได้รับหนังสือตอบกลับแจ้งการเวนคืนกรมธรรม์ เป็นจำนวนเงิน 87,137 บาท โดยหนังสือระบุคำร้องของคุณพ่อว่า เป็นวันที่ 11 ตุลาคม 2561 ทำให้การคำนวณมูลค่าการเวนคืนคาดเคลื่อน คือคำนวณถึงแค่วันที่ 11 ตุลาคม เท่านั้น คุณพ่อน้องเอิงไม่เห็นด้วย อีกทั้งบริษัทยังหักเบี้ยประกันอัตโนมัติไปอีก 1,262 บาท ทั้งๆ ที่มีการจ่ายเงินในงวดดังกล่าวผ่านบัญชีธนาคารไปแล้ว(11 ตุลาคม)  ผู้ร้องจึงคิดว่าตนเป็นผู้เสียหายจากการกระทำดังกล่าว จึงขอคำปรึกษามา แนวทางการแก้ไขปัญหา        เรื่องนี้ผู้ร้องได้เข้าแจ้งร้องเรียนที่ คปภ.หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ด้วย และมีการนัดไกล่เกลี่ยระหว่างผู้ร้องและบริษัทประกันภัย ทางศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ จึงได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมไกล่เกลี่ยด้วย ซึ่งทางบริษัทประกันภัย ได้ชี้แจงว่า “การคำนวณมูลค่าการเวนคืนกรมธรรม์นั้น บริษัทคิดตามระยะเวลาการครบรอบการคุ้มครอง คือวันที่ 11 ตุลาคม แม้ผู้ร้องจะส่งหนังสือขอเวนคืนในวันที่ 18 ตุลาคมก็ตาม เหตุนี้ไม่มีผลต่อการคำนวณเงินแต่อย่างใด    และหากคำนวณจนถึงวันที่ 24 ตุลาคม ซึ่งผู้ร้องได้ส่งเอกสารครบก็เกินรอบระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน ทำให้ผู้ร้องเป็นฝ่ายผิดนัดชำระค่างวดรอบถัดไป ส่วนเงินที่ถูกหักออกไปจากบัญชีอัตโนมัตินั้น เป็นยอดชำระของเดือนก่อนหน้า” เมื่อทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ เรื่องจึงเป็นอันยุติ ผู้ร้องยอมรับข้อเสนอของบริษัท

อ่านเพิ่มเติม >

ฉบับที่ 219 อ่านกรมธรรม์ประกันให้ละเอียดป้องกันการเสียประโยชน์

        การทำประกันภัย ประกันชีวิต คุณจะละเลยการอ่านรายละเอียดต่างๆ ในกรมธรรม์ไม่ได้ โดยเฉพาะเงื่อนไขต่างๆ หากพบว่าไม่เป็นไปตามที่ต้องการหรือมีความผิดพลาด ต้องรีบแก้ไขเพื่อไม่ให้เสียผลประโยชน์ที่พึงได้         คุณลลิตา กังวลใจมากเมื่อพบว่า ชื่อผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์ จากการที่เธอทำประกันภัยสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เพิ่งได้รับมานั้น มีการสะกดนามสกุลผิด เธอจึงรีบทำหนังสือถึงบริษัทประกันภัยทันที เพื่อให้บริษัทฯ แก้ไขให้ถูกต้อง พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ไปด้วย จะได้ไม่เกิดความผิดพลาดขึ้นอีก         แต่เรื่องกลับเงียบหาย เธอส่งจดหมายไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 และรอการติดต่อกลับจนล่วงเข้าเดือนสิงหาคม 2561 ก็ไม่ได้รับข่าวสารใดๆ จากบริษัทประกันภัย “ดิฉันพยายามแจ้งกับตัวแทนของบริษัทรถยนต์ที่ดิฉันเช่าซื้อ เพื่อให้ช่วยประสานเรื่องให้ เขาก็รับปาก” ผ่านไปอีกสองอาทิตย์ ก็ไม่มีความคืบหน้า คุณลลิตาจึงขอความช่วยเหลือจากศูนย์พิทักษ์สิทธิ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เพราะหากปล่อยเรื่องนี้ไว้ เกรงว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้น อาจจะเสียผลประโยชน์ที่พึงได้ แนวทางการแก้ไขปัญหา        เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียน ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ ได้ทำหนังสือติดตามเรื่องที่คุณลลิตาเคยทำไปถึงบริษัทประกันภัยและขอให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับผู้บริโภคโดยเร็ว พร้อมกับทำสำเนาแจ้งไปที่ คปภ.หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย  ซึ่งต่อมาก็ได้รับการติดต่อกลับจากบริษัทฯ ว่าได้ดำเนินการแก้ไขกรมธรรม์ให้ผู้ร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว เมื่อติดต่อไปที่คุณลลิตาผู้ร้อง ได้รับการยืนยันว่าทางบริษัทประกันภัยได้ส่งกรมธรรม์ใหม่ที่ได้แก้ไขชื่อผู้รับผลประโยชน์ให้แล้วจริงหากผู้บริโภคท่านใดมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการประกันภัย เบื้องต้นควรทำหนังสือขอให้บริษัทแก้ไขปัญหา พร้อมแนบสำเนาดังกล่าวส่งไปให้หน่วยงาน คปภ. ช่วยเหลือด้วยอีกทางหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม >