ฉบับที่ 222 ผู้เสียหายจากการซื้อทัวร์ อีแอลซี

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 ตัวแทนผู้เสียหายที่ซื้อโปรแกรมทัวร์เพื่อเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ กับ บริษัท อีแอลซี กรุ๊ป จำกัด และนางนฤมล เมฆบริสุทธิ์ หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือต่อนางสาววันทนา แจ้งประจักษ์ รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว(กทท.) เขตปทุมวัน ขอให้พิจารณาทบทวนกฎหมายและหลักเกณฑ์การอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว  โดยมีข้อเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้กรมการท่องเที่ยว ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล นำไปพิจารณาทบทวนและแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนเป็นส่วนรวม อีกทั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในลักษณะเช่นนี้ซ้ำอีก และให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการด้วยความสุจริต อาจารย์เรณู เวชรัชต์พิมล  ข้าราชการบำนาญ หนึ่งในผู้เสียหายเปิดใจให้สัมภาษณ์กับนิตยสารฉลาดซื้อว่า 
        ที่เรามาร้องเรียน คือเกี่ยวกับบริษัททัวร์ที่เป็นข่าวชื่อบริษัท ELC ทัวร์ ซึ่งผู้บริหารก็ถูกจับกุมแล้วจริงๆ เราไม่มาที่นี่เลยก็ได้และหลายๆ คนก็ไม่อยากเป็นข่าวแต่ที่เรามาเพราะเราเห็นว่ากฎหมายที่มีอยู่ยังคุ้มครองประชาชนได้ไม่ดี เราอยากจะทำเพื่อส่วนรวมเพื่ออนาคตว่ามันจะต้องมีกฎหมายที่ดีกว่านี้เพื่อป้องกันสิทธิของประชาชนเราจึงมาเรียกร้องในวันนี้ 




        เราซื้อทัวร์ไปเที่ยวประเทศแคนาดาโอนเงินให้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 แต่เขาไม่ออกทัวร์ให้ กำหนดเดินทางประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขาก็เลื่อนมาเรื่อยๆ และไม่มีการติดต่อกลับมา  เราก็ติดต่อไปวิธีการที่เราจะเข้าไปติดต่อ คือต้องเข้าไปในแบรนด์ติดต่อทักเขาไปเขาก็ไม่คุยกับเรา แต่เป็นการคุยสื่อสารฝ่ายเดียว ติดต่อเขาได้เฉพาะทางแบรนด์เท่านั้น แล้วก็อาจจะเข้าไปทักพูดคุยกันในกลุ่มแบรนด์ เอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่คุยไม่ตอบ เราก็เข้าไปแต่นานๆ ครั้งเขาถึงจะคุยกับเราบางทีก็มีการหลอกว่าส่งเจ้าหน้าที่มาแล้วมาทำวีซ่า แล้วเจ้าหน้าที่ก็มาหลอกอีกว่าวีซ่าเต็มหมดแล้วจองได้แค่ 5 คนเราก็ต้องเข้าไปดูเองปรากฏว่าว่าง คือมันโกหกเป็นขบวนการเจ้าหน้าที่ก็โกหก เราต้องติดต่อไปเองทุกครั้งเลยมาคิดว่าที่เขาทำทัวร์ถูกได้เป็นเพราะว่าเขาไม่ต้องจ้างเจ้าหน้าที่หลายคน เขาจะส่งเรื่องมาทาง E-Mail  เช่น คุณกรอกวีซ่า คุณตรวจชื่อนะว่าครบถ้วนไหม ทั้งหมดเขาจะส่งมาให้เราทาง E-Mail เราต้องมาเช็คเอง



 
ทำไมอาจารย์ถึงเลือกใช้บริการบริษัทฯ นี้ 
        เพราะว่าพี่สาวเคยไป ไปมาเป็นสิบครั้งได้ น้องสาวก็ไป ลูกชายลูกสะใภ้ก็ไปก็ไม่มีปัญหา เราก็เลยมั่นใจ เราเองก็เพิ่งจะเข้ามาซื้อทัวร์เมื่อเดือนมกราคมเป็นครั้งแรกเป็นลูกค้าใหม่เพิ่งจะเริ่มมีปัญหาจากที่เราซื้อ  ซึ่งเรารู้ช้าเราควรจะรู้เร็วกว่านี้ ถ้ากรมการท่องเที่ยวปรับปรุงกฎหมายและเผยแพร่ข้อมูลให้เร็วกว่านี้ และเตือนเราว่าบริษัทนี้กำลังอยู่ในข่ายกำลังพิจารณา แต่ไม่ได้มีการเตือนเลย มันมีเรื่องตั้งแต่ก่อนเราซื้อทัวร์แล้ว อย่างเพื่อนนี่มาซื้อเมื่อเดือนมีนาคมนี่เอง(กรมการท่องเที่ยวได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภค ตั้งแต่ปลายปี 2561 และต่อใบอนุญาตฯ ให้บริษัทฯ เมื่อเดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา)



 
มารวมกลุ่มผู้เสียหายกันได้อย่างไร 
        พี่นี่แหละเป็นตัวตั้งตัวตี พี่เป็นนักวิชาการที่ทำงานช่วยชาวบ้านอยู่แล้ว รู้จักมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รู้จักคุณสารี คุณรสนา รู้จักหลายๆ คนอยู่แล้ว ก็เลยพากลุ่มผู้เสียหายมาร้องเรียนที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และไม่ได้ไปที่อื่นเลยเพราะเชื่อมั่นในที่นี่  พี่พูดคุยกันในกลุ่มแบรนด์ว่าพี่มีทนายฟรีก็มีคนสนใจทักเข้ามาในกลุ่มไลน์ ตั้งกลุ่มไลน์กันที่เป็นผู้เสียหาย มีคนเห็นเขาก็ไปชวนกันมาในกลุ่ม นัดให้มาเจอกันที่มูลนิธิและมาคุยกันว่าจะทำอย่างไร เราเริ่มมาหามูลนิธิเมื่อประมาณวันที่ 7 มิถุนายน แต่ว่าเราคุยกันในกลุ่มไลน์ตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคก็ให้ศูนย์พิทักษ์สิทธ์ช่วยดำเนินการให้และก็มายื่นเรื่องกันในวันนี้
 
ก่อนหน้าที่จะมาให้มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคช่วยเหลือเคยดำเนินการอย่างไรบ้าง 
        ในส่วนตัวเคยรวมกลุ่มมายื่นเรื่องที่กรมการท่องเที่ยว เขาก็รับเรื่องแล้ว ขั้นตอนตอนนี้เขาบอกว่าจะส่งเรื่องไป สคบ. แล้ว ทางกรมฯ เขาก็ตรวจสอบให้เรียบร้อยแล้วว่าเรื่องของพี่ส่งไปที่ สคบ. แล้ว
 
มีความคาดหวังอย่างไร
        ความคาดหวังก็อยากให้ปรับปรุงกฎหมาย ก็คือดีใจว่ากรมการท่องเที่ยวเขากำลังจะปรับกฎหมาย เราขอมามีส่วนร่วมในการรับฟัง เขาคงจะแจ้งทางมูลนิธิไป อันที่สองก็คืออยากให้ทำงานเชิงรุกคือ เผยแพร่ เหมือนอย่างคำถามที่ถามบ่อย อย่างวันนี้เอาไปพิมพ์ก็ได้ สำหรับคนที่เจอทัวร์ประเภทแบบนี้ต้องอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ว่าคนอาจจะไม่ได้เชื่อถือพี่มากเท่ากับที่เผยแพร่อยู่ใน Web Side ของการท่องเที่ยว จุดประสงค์หลักที่มาในวันนี้คือเพื่อส่วนรวม ในส่วนเรื่องค่าเสียหายก็เป็นเรื่องของตำรวจเป็นเรื่องทางคดี
 
อยากฝากอะไรถึงคนอื่นๆ ที่เจอปัญหาแบบเดียวกับเรา 
        ถ้าเห็นว่ามีข้อผิดปกติอะไรไม่เป็นไปตามข้อตกลงให้รีบแจ้งที่กรมการท่องเที่ยว    มาปรึกษาที่นี่เลยเขามีอะไรที่จะช่วยเรา อย่างพี่ไม่รู้ว่ามีที่นี่ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกพี่คงจะมาเร็วกว่านี้ รู้ว่ามีหน่วยงานท่องเที่ยวที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ แต่ไม่รู้ว่ามีกรมการท่องเที่ยวโดยตรงก็เลยไม่ได้มาที่นี่ตั้งแต่แรก
 
เรื่องของเราจะดำเนินการต่อไปอย่างไร 
        ก็คิดว่าตำรวจคงจะดำเนินการ อันที่หนึ่งก็คือว่าคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษตามกฎหมาย พี่เชื่อว่ามันไม่ได้เป็นการทำผิดคนเดียวมันน่าจะมีขบวนการ และใครก็ตามที่มาทำผิดกฎหมายที่ไม่ได้มีสิทธิ์ขายทัวร์ก็ควรจะโดน เพราะพี่เชื่อว่าเขาไม่ได้ทำแบบจิตอาสาหรอกเขาต้องได้ผลประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นทางใดทางหนึ่งในเรื่องผลประโยชน์ที่เขาได้แล้ว พี่คิดว่าคนทำผิดที่เป็นเจ้าของทัวร์ควรจะถูกลงโทษฉ้อโกงประชาชน ยึดทรัพย์ได้เท่าไหร่ก็เอามาแบ่งปันกลับไปเป็นสัดส่วนให้ผู้เสียหายคิดว่าควรจะเป็นอย่างนั้นค่ะ
 
อยากฝากอะไรถึงกรมการท่องเที่ยวบ้างคะ 
        อยากให้กรมการท่องเที่ยวมีคำแนะนำขั้นตอนปฏิบัติต่างๆ ในการที่จะเลือกบริษัททัวร์แต่ไม่ได้ระบุชื่อบริษัทนะเพราะเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่ควรจะบอกว่าเราควรจะตรวจสอบอะไรก่อนจะซื้อทัวร์ 1 2 3 4 5 ต้องทำอย่างไร ถ้าไม่แน่ใจต้องทำอย่างไร ถ้าเกิดผิดไปจากอันนี้ขอให้ติดต่อไปที่ไหน ทำในเชิงรุกมี Facebook ไหม มีอะไรของกรมไหม ให้คนได้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น ให้ความรู้ เพราะกฎหมายมันอ่านแล้วเข้าใจยากเพราะมันมี พรบ. และมันยังมีอนุบัญญัติ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าต้องไปหาอ่านตรงไหน ยังไม่เคยอ่านเหมือนกัน เพราะถ้าเป็นกฎหมายคนก็รู้สึกว่าอ่านไม่รู้เรื่อง ไม่อ่านหรอก อยากให้ทำให้เข้าใจได้ง่าย คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ค่ะ
 
ผู้เสียหายอีก 1 ท่าน คุณจินตนา  ดุลยพัชร์ อาชีพรับราชการเช่นกัน เล่าให้ฟังคล้ายกับท่านแรกว่ารู้จักบริษัททัวร์นี้จากเพื่อนสนิท 




        เริ่มต้นคือรู้จักทัวร์นี้จากเพื่อนสนิทกัน เขาก็ไปเที่ยวอยู่แล้วเขาก็อยากจะชวนไปด้วย ก็เห็นว่าไม่มีอะไรก็เลยอยากไปเที่ยวพักผ่อนบ้าง ก็ซื้อทัวร์ไปเที่ยวกับเพื่อน นั่นเป็นครั้งแรกที่ซื้อทัวร์ของบริษัทนี้ เพื่อนเคยไปเที่ยวกับที่นี่อยู่แล้วและก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร พี่ไม่ได้ทำอะไรเลยคือโอนเงินให้เพื่อนอย่างเดียวให้เพื่อนสมัครให้หมดเลย ติดต่อเจ้าของทัวร์ก็ไม่ได้ทำเองผ่านเพื่อนหมดเลย  
        ที่จองทัวร์ไว้คือแคนาดากับเมดิเตอร์เรเนียน เคยไปกับทัวร์นี้มาก่อนเคยไปเมื่อไม่นานมานี้ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยแล้วราคาก็ถูกกว่าที่อื่นด้วย  เลยมั่นใจที่จะไปกับทัวร์นี้ แต่ไม่ได้จองเองจองผ่านเพื่อน เพื่อนจะเป็นคนติดต่อ บอกว่าถึงเวลาจ่ายเงินแล้วพี่ก็จะโอนเงินให้ จนถึงเวลาต้องไปแต่เขามาเลื่อน เขาจะมีแบรนด์เป็นกลุ่มปิดจ่ายเงินเสร็จถึงจะได้เข้าแบรนด์  ในแบรนด์ก็จะบอกการเคลื่อนไหว เช่น เก็บเงินค่าทัวร์นะ เราก็จะโอนเงินไป 
        จริงๆ พี่ต้องไปตั้งแต่เดือนมีนาคมแต่เขาเลื่อนพี่มา พอถึงกำหนดบริษัทก็ไม่ได้บอกอะไรเลยจัดกระเป๋า 3 รอบแล้วทำเรื่องลาราชการแล้วด้วย รอบแรกก็ยังมั่นใจเพราะว่าเขานัดเราไปทำวีซ่าเรียบร้อยแล้ว ทำเสร็จถึงเวลาเดินทางก็เงียบ รอบที่สองถึงเวลาก็มีการเลื่อนเราต้องเช็คจากแบรนด์ไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาเลย ติดต่อกันทางแบรนด์อย่างเดียว ในแบรนด์เขาจะบอกว่ามีทัวร์ช่วงไหนก็ติดต่อกันกับเพื่อนว่าว่างช่วงไหนก็ไป  ตอนโดนยกเลิกก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีปัญหาด้วยตอนที่เขาเลื่อนรอบแรกพี่ต้องไปตามเอาพาสปอร์ตกลับเองเพราะพี่ต้องใช้ เผื่อมีอะไรขึ้นมา 
        รอบแรกที่เลื่อนก็รู้สึกไม่ดีกับบริษัทแล้วค่ะ เพราะว่าติดต่อเอาพาสปอร์ตกลับไม่ได้เลยจนต้องหาเองว่าจะไปเอาที่ไหนอย่างไร หาลู่ทางเองหมดเลย ก็โทรไปถามคนที่พาไปทำวีซ่าคือตอนแรกพาสปอร์ตอยู่กับเขาๆ ก็บอกว่าเอาไปส่งแล้วก็ถามว่าที่ตรงไหนพี่ก็ต้องขับรถไปตามต้องทำเองทุกอย่าง ในแบรนด์ก็จะมีกลุ่มที่ตั้งขึ้นมากันเขาก็แนะนำให้มีคนมาตอบ มาช่วยกันเยอะเลยคือคนอื่นก็เคยโดนแบบนี้ก็มาตั้งกลุ่มช่วยกัน เราเริ่มคิดว่าลูกค้าแค่เริ่มมีปัญหาเรื่องพาสปอร์ตคุณก็ไม่ช่วยเรา ก็คิดว่าคงต้องพิจารณาในการซื้อทัวร์ต่อ จ่ายเงินค่าทัวร์ไป 150,000 บาท 2 ทัวร์แต่ละทัวร์ก็โดนเพิ่มเงินไป 3 รอบ ช่วงแรกที่บอกว่าเราจ่ายเงินไปหมดแล้วก็บอกว่าจะพาไป แต่เพิ่มที่เที่ยวนะก็ให้จ่ายเงินเพิ่มก็จะทยอยเก็บทีละหน่อยเราก็จ่ายไป เพราะเงินส่วนใหญ่อยู่ที่เขาแล้ว ก็ไม่อยากมีปัญหา
 
เราดำเนินการอย่างไรบ้างเมื่อเจอปัญหาที่เกิดขึ้น
        คือรู้จักกับพี่สมศรีที่เป็นเพื่อนที่รู้จักกัน เขาจะเป็นคนที่เวลามีปัญหาเขาจะพยายามเรียกร้องให้มันถูกต้องชัดเจน รู้ว่าพี่เขาจะมีลู่ทางที่จะดำเนินการเรื่องนี้ คือทำอย่างไรให้เราได้สิ่งที่เราเสียหายกลับคืนมา ปรึกษากับเขาเพราะเราไม่เคยมีปัญหาแบบนี้    พี่ปรึกษาหลายคน ปรึกษาทนายที่เป็นพี่ชายด้วย พี่ชายแนะนำให้ไปหาสภาทนายความด้วยพี่ก็ไป ดำเนินการเองทุกอย่าง ต้องการทำอะไรก็ได้ให้สิทธิที่มี แล้วเรารู้ว่าเขาทำผิดกฎหมาย ทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้เขาชะงักไป พอรู้ว่าไม่ได้ไปทัวร์ก็ดำเนินการเลย พี่สมศรีแนะนำให้มาเจอคุณมลที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค บอกว่าช่วยเหลือได้แน่นอนเขาช่วยผู้บริโภคจริงๆ พอได้มีโอกาสมาคุยรู้สึกดีมาก คุยกับเพื่อนว่าบางคนเขาไม่มีใครฟังเราแต่คุณมลนั่งฟังและเข้าใจ พยายามถามเพื่อช่วยเหลือรู้สึกดีมากเลยเมื่อกลับไปหลังจากที่คุยกันแล้ว รู้สึกดีว่ามีคนรับฟังปัญหาของเราไปหลายที่แล้ว พี่ชายที่เป็นทนายยังบอกให้ทำใจเลย
 
ความคาดหวังของพี่ที่มาในวันนี้ 
        คือพี่ทำงานราชการและรู้ว่าคนที่อยากพึ่งพาเขาต้องการที่พึ่งอยู่แล้ว หรือแม้แต่พี่ที่ซื้อทัวร์นี่ก็เพราะรู้ว่าเขามีใบอนุญาตเลยซื้อ อยากให้องค์กรที่เราไปพึ่งพาในส่วนนโยบายที่มันมีปัญหาอยู่และทำให้เกิดการแก้ปัญหานี้ขึ้นมาได้ อยากให้ กกท. ได้รับฟังผู้เสียหายรู้เท่าทันปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องมีนโยบายแนวทางในการป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคมีปัญหาอีก ลดช่องว่างให้ได้และเป็นจังหวะที่ดีที่มีผู้เสียหายอยู่แล้ว มีตัวอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเป็นช่วงที่เขาจะได้รับฟัง เช่น ในเรื่องของข่าวสารข้อมูลการ เข้าถึงข้อมูลของผู้มีปัญหาว่าจะรับรู้ได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นเราก็ไม่ได้รับรู้เลยเราจะหาใครมาพึ่งถ้าไม่มีองค์กรรัฐ เพราะถ้าไม่มีปัญหานี้เกิดขึ้นเราก็ไม่เคยรู้เลยว่ามีหน่วยงานนี้อยู่ ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ตรวจสอบอย่างไรไม่รู้เลย หรือแม้แต่ว่าศูนย์ร้องเรียนมีไหมที่จะต้องรับฟังปัญหาของผู้บริโภค แต่ผู้บริโภคเองก็ต้องคิดว่าจะซื้ออะไร มีเหตุมีผลอย่าซื้อที่ถูกเกินไป ถ้าคนที่เพิ่มเงินอยากไปเที่ยวถ้าทำได้ถูกต้องก็อยากจะให้ได้ไป เรื่องได้เงินคืนคาดหวังน้อยมากแต่สิ่งที่คาดหวังคืออยากให้มีการปรับปรุงระบบการทำงานขององค์กรที่ให้กับผู้บริโภคมากกว่า ให้เป็นบรรทัดฐาน คนอื่นจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเหมือนเรา
 
อยากให้กรมฯ มีแนวทางหรือคำแนะนำอย่างไรสำหรับผู้บริโภค 
        อยากให้มีการเปิดเผยข้อมูล เช่นบริษัทไหนที่มี Blacklist บริษัทไหนที่ทำถูกต้องนะ เช่น ขอใบอนุญาตถูกต้อง มีเวลาก็โพสต์เลยค่ะ Online ให้เห็นเลยว่ากลุ่มนี้ทำถูกต้องผู้บริโภคจะได้เลือกได้ ถ้าเกิดบางกลุ่มที่มีปัญหาว่ามีคนร้องเรียนก็ต้องโพสต์เหมือนกันว่ามีคนร้องเรียนนะ อย่างบริษัท ELC เคยมีปัญหามาก่อนหน้านั้นแล้วทำไมยังขายทัวร์ได้ ทำไมเราไม่รู้อย่างพี่มาเจอตอนมีนาคมซึ่งคนอื่นฟ้องแล้วพี่ยังไม่ทราบเลย ไปรอบแรกไม่มีปัญหาแต่เพิ่งมาชะงักช่วงนี้ บริษัทก็ไม่เคยมาคุยเรื่องค่าเสียหายเลยบางครั้งคุยเรื่องเงินไม่เป็นประโยคเลยเป็นแค่วลีว่าให้เพิ่มเงินเท่านั้น
 
อยากฝากอะไรถึงผู้บริโภคท่านอื่นที่มีปัญหาเหมือนเราแล้วก็ไม่กล้ามาร้องเรียน 
        ก็ให้คิดว่าตั้งใจทำอะไรที่มันถูกต้อง แล้วก็ต้องเชื่อว่าอย่างน้อยกฎหมายประเทศเราก็มี ถ้าเราคิดทำสิ่งดีๆ ไว้ให้กับลูกหลานให้กับคนที่จะเป็นรุ่นต่อไป คิดว่ามาได้เลย ต้องมาร้องเรียนให้หน่วยงานต่างๆ ที่ให้ความช่วยเหลือว่าเขามีช่องว่างอะไรอยู่ ให้เขาไปพัฒนา

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

300 point

LINE it!