ฉบับที่ 212 มาความรู้จัก เครื่องมือ หาเสียง สื่อสังคมออนไลน์ “Socialbot”

มาความรู้จัก เครื่องมือ หาเสียง สื่อสังคมออนไลน์  “Socialbot”




ประเทศของเรากำลังเข้าสู่ โหมดการเลือกตั้ง(รัฐบาลประกาศ 24 ก.พ. 62) และใกล้เวลาสำหรับการหาเสียงเลือกตั้งเต็มรูปแบบเข้ามาทุกขณะ ในประเทศสหรัฐอเมริกา Artificial Intelligence (AI) ได้ถูกนำมาใช้ ในการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่ผ่านมา จนทำให้เกิดบทเรียนมากมายจากเหตุการณ์ดังกล่าว  

การใช้ Socialbot ซึ่งเป็นตัวอย่างของการใช้ AI ให้เป็นอาวุธทางการเมือง จนอาจนำไปสู่การละเมิดกฎหมายและหลักการการหาเสียงเลือกตั้งได้ ดังนั้นบทความนี้ขอกล่าวถึง เรื่อง Socialbot เนื่องจาก อาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องการเลือกตั้งในบ้านเมืองของเราได้เช่นกัน  

    Bot มาจากภาษาอังกฤษ ซึ่งคำเต็มๆ คือ Robot นั่นก็คือหุ่นยนต์ที่เรารู้จักกันดี แต่ในบริบทของโลกยุคไซเบอร์ ความหมายคือ Artificial Intelligence รูปแบบหนึ่ง ที่ทำหน้าที่ เสมือนคนใน สื่อสังคมออนไลน์ เช่นใน Facebook หรือ twitter โดยจะส่งข่าวสารหรือความเห็นผ่านไปยังสื่อโซเชียลเหล่านี้ โดยพยายามในการสร้างกระแสขึ้นมา

สำหรับคนทั่วๆ ไป เป็นการยากที่จะจำแนกว่า ข้อความหรือความเห็นดังกล่าวมาจาก Socialbot หรือ มาจากคนจริงๆ ในสื่อโซเชียล สำหรับเหตุผลในการใช้ Socialbot ก็คือเพื่อจุดมุ่งหมายทางการเมือง รูปแบบการทำงานของ Socialbot คือ ค้นหา Keywords ในสื่อโซเชียล เมื่อค้นพบคำดังกล่าว ก็เริ่มปฏิบัติการให้ข้อมูลหรือ ให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนั้นๆ และพยายามในการสร้างบทสนทนากับคน(จริงๆ) โดยที่คนทั่วๆ ไปไม่ทราบเลยว่ากำลังพูดคุยกับ Socialbot อยู่

ความสามารถของ Socialbot คือ สามารถเลียนแบบพฤติกรรมหรือ รูปแบบการสนทนาของมนุษย์ได้ สามารถขอเป็นเพื่อนกับเราได้ใน Facebook สามารถติดตามการ twit ของมนุษย์ ใน twitter หรือส่งข้อความที่สร้างโดย Socialbot ได้เองอีกด้วย การทำงานของ Socialbot มีหลายอย่างแต่สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ ใหญ่ ได้ 3 กลุ่มคือ

 

1 Overloading

เป็นกลไกการส่งข้อมูลเพื่อทำให้เกิดการท่วมท้น page ใด page หนึ่ง ในกรณีที่ Socialbot พบคำสำคัญ(Keywords) ที่ถูกกำหนดไว้ในโปรแกรม และทำการตอบโต้ ด้วยการกระทำดังกล่าวเพื่อทำลายกระบวนการ dialogue หรือ discuss ในประเด็นทางการเมืองนั้น

 

2 Trendsetting

เป็นกลไกที่ Socialbot กำหนด เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้กลายเป็นประเด็นสาธารณะทั้งๆ ที่ ประเด็นนั้น เป็นเพียงประเด็นเล็กๆ น้อยๆ แต่ Socialbot ทำหน้าที่ในการปั่นกระแส จนคนที่ใช้ Social Media จริงๆ ก็อาจหลงไปร่วมถกแถลง อภิปรายในประเด็นนั้นๆ ด้วย เพราะเข้าใจว่า เป็นกระแสที่อยู่ในความสนใจสาธารณะ และบางครั้งอาจติดกับไปกับกระแสดังกล่าว ที่เป็นเพียงข่าวปลอม (Fake News)

 

3 Automatic trolls

เป็นรูปแบบ ของ Socialbot ที่ใช้การเบี่ยงเบนความสนใจ ในประเด็นหลักของการสนทนาของคน 2 คน และหากคู่สนทนาติดกับดักก็อาจต้องเสียเวลาหลายๆ ชั่วโมงกับบทสนทนาที่ไร้ความหมายเหล่านี้ โดยที่ไม่ทราบว่ากำลังสื่อสารกับ Socialbot

 

อิทธิพลของ Socialbot

บ่อยครั้งที่ การทำงานของ Socialbot ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ Hate Speech และความรุนแรง โดยที่มียอดกด ไลค์ กดแชร์สูงมากจนคนทั่วไปเข้าใจว่า เป็นความเห็น ความชอบ ความนิยมของคนจริงๆ ส่วนใหญ่ในสังคม ซึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นจำนวนมาก ย่อมมีอิทธิพลต่อคนเป็นจำนวนมากเช่นกัน ในขณะที่ ผลการศึกษาในประเทศเยอรมนี ในช่วงการเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา ยังมีข้อโต้แย้งถึงอิทธิพลของสื่อสังคมออนไลน์ ต่อผลการเลือกตั้ง เนื่องจากจำนวนประชากรที่ใช้ สื่อสังคมออนไลน์ในเยอรมนียังมีจำนวนน้อยเมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ตามในประเทศเยอรมนีพรรคการเมืองทุกพรรคทำสัตยาบันร่วมกันว่า จะไม่ใช้ Socialbot ในการหาเสียง จึงไม่ทำให้เกิดปัญหาความชอบธรรมในผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาเหมือนกับการเลือกตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา

สำหรับแนวทางการจัดการการเลือกตั้งในประเทศไทย เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่โปร่งใส และเป็นธรรม การเฝ้าระวังและให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับความรู้เท่าทันสื่อออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน แหล่งข้อมูลที่ผมนำมาเล่าให้ฟังนี้ ก็เป็นเวบไซต์ที่ให้ความรู้ในเชิง รู้เท่าทันสื่อโซเชียล ที่เกิดจากการทำงานของ สื่อสาธารณะและองค์กรผู้บริโภค ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการทำงานทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่จะต้องมีองค์กรที่เป็นกลางทางการเมืองมาทำหน้าที่จัดการเรื่องความรู้ของสังคม


แหล่งข้อมูล: ดร.ไพบูลย์ ช่วงทอง เครือข่ายนักวิชาการเพื่อผู้บริโภค ประธานอนุกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ด้านสินค้าและบริการ

200 point

LINE it!