ฉบับที่ 212 รู้เท่าทันไฮแคลเซียม


เนื่องจากสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ทำให้มีการผลิตและโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ สำหรับผู้สูงวัยเป็นจำนวนมาก หนึ่งในสินค้าที่มีการโฆษณามากที่สุดคือผลิตภัณฑ์ที่ใส่แคลเซียมเพิ่มเข้าไปและเรียกชื่อว่า ไฮแคลเซียม  ทั้งนี้เพราะผู้สูงวัยส่วนใหญ่มีกระดูกบางและบางคนมีกระดูกพรุน  จึงต้องกินไฮแคลเซียมเพื่อให้กระดูกแข็งแรง  เรามารู้เท่าทันกันเถอะ

กระดูกบางและกระดูกพรุนเกิดจากการขาดแคลเซียม จริงหรือ?

    กระดูกเป็นสิ่งที่มีชีวิต ประกอบด้วยคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนและเป็นโครงสร้างที่อ่อน แคลเซียม ฟอสเฟต ซึ่งเป็นแร่ธาตุจะไปสะสมในโครงสร้างของคอลลาเจน ทำให้กระดูกมีความแข็ง  กระดูกที่เป็นคอลลาเจนและแคลเซียมทำให้กระดูกมีทั้งความแข็งและยืดหยุ่นในตัว  แคลเซียมในร่างกายร้อยละ 99 อยู่ในกระดูกและฟัน อีกร้อยละ 1 อยู่ในเลือด

   ในช่วงแรกเกิดถึงวัยรุ่น มวลกระดูกจะมีการสร้างใหม่มากกว่ามวลกระดูกเก่าที่เอาออกไป กระดูกจึงใหญ่ ยาว  หนัก และหนาขึ้น จนอายุ 30 ปี หลังจากนั้นการดึงมวลกระดูกออกจะมากกว่าการสร้างมวลกระดูก  สำหรับผู้หญิง ปีแรกที่หมดประจำเดือน การสูญเสียมวลกระดูกจะมากและเร็วที่สุด เป็นเวลาประมาณ 5 ปี จึงค่อยๆ เสียมวลกระดูกช้าลง  การสะสมมวลกระดูกให้มากที่สุดในวัยหนุ่มสาวจึงเป็นการป้องกันกระดูกพรุน

   กระดูกบางและกระดูกพรุนจึงเป็นภาวะทางธรรมชาติ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของอายุ เกิดจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง การเคลื่อนไหวที่น้อยลง ไม่ใช่เพราะเรากินอาหารที่มีแคลเซียมไม่พอ หรือพอแก่ตัวลงต้องการแคลเซียมมากขึ้น

การกินไฮแคลเซียมทำให้ร่างกายเก็บแคลเซียมส่วนเกินไว้ในกระดูกมากขึ้น จริงหรือ?

   สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา แนะนำว่า ปริมาณแคลเซียมสำหรับผู้ชายวัย 51-70 ปี คือ 1,000 มก./วัน สำหรับผู้หญิงวัยเดียวกัน คือ 1,200 มก./วัน  สำหรับคนไทยนั้น คณะวิทยาศาสตร์ มหิดล แนะนำว่า 800-1,000 มก./วัน สำหรับผู้ใหญ่

ร่างกายเด็กและผู้ใหญ่จะดูดซึมแคลเซียมในอาหารที่กินเข้าไปเพียงร้อยละ 20–25 เท่านั้น ส่วนที่เหลือจะขับถ่ายทิ้งในอุจจาระ ยิ่งกินอาหารที่เป็นไฮแคลเซียม ร่างกายกลับดูดซึมแคลเซียมน้อยลง ทั้งนี้เพราะการมีแคลเซียมในเลือดสูงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทำให้กระดูกอ่อนแอ นิ่วในไต และกระทบการทำงานของหัวใจและสมอง

การกินผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เป็นไฮแคลเซียม จึงกลายเป็นว่า ร้อยละ 75-80 ของไฮแคลเซียมจะไหลผ่านจากปากลงไปที่อุจจาระ ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อกระดูกของเราตามที่โฆษณา




ไฮแคลเซียมที่แท้จริง

   การดูแลสุขภาพของกระดูกที่แท้จริง คือ

1    . การกินอาหารพื้นบ้าน อาหารไทยๆ ทั้งนี้เพราะมีปริมาณแคลเซียมที่เพียงพอ ได้แก่ กุ้งแห้ง ปลาตัวเล็กตัวน้อย กะปิ ในผัก ธัญพืชต่างๆ ก็มีแคลเซียมสูง เช่น งาดำ ถั่วแดงหลวง ยอดแค ใบชะพลู ใบยอ ผักกะเฉด เป็นต้น  สำหรับผู้สูงอายุที่กินอาหารได้น้อย อาจดื่มนมวันละ 1-2 แก้ว เพื่อให้ได้แคลเซียมเพียงพอ

2    . การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะจะทำให้ร่างกายเก็บแคลเซียมในกระดูกได้มากขึ้น

     . สำหรับวิตามิน D นั้น คนไทยไม่ได้ขาดเพราะเราได้รับจากแสงแดดโดยตรงและมากเกินพอ จึงไม่จำเป็นต้องกินวิตามิน D เพิ่ม

 

สรุป  ผลิตภัณฑ์สุขภาพประเภทไฮแคลเซียมทั้งหลายนั้นไม่เกิดประโยชน์ตามที่โฆษณา  แต่เกิด Hi cost โดยไม่จำเป็น

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

200 point

LINE it!