ฉบับที่ 210 ท่านรู้จัก Pinterest ดีไหม

หนุ่มสาวและผู้ที่กำลังศึกษาในระดับต่างๆ ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่รู้จักการใช้ประโยชน์จากเว็บ Pinterest กันทั้งนั้น ต่างกันตรงที่ว่า ใช้มากหรือใช้น้อย และ ใช้ตื้นหรือใช้ลึก เพียงใด โดย Pinterest นั้นเป็นแหล่งที่นำสู่รูปภาพเป็นหลัก แล้วเสริมด้วยข้อมูลที่ตามมาจากการเข้าเว็บเจ้าของรูปภาพจริง ซึ่งขึ้นกับว่า ข้อมูลนั้นๆ มาจากแหล่งใด เชื่อได้แค่ไหน ดังนั้นในฉลาดซื้อฉบับนี้ผู้เขียน จึงอยากเสนอข้อคิดเห็นบางประเด็นที่ประสบมาจากการใช้บริการของ Pinterest

ผู้เขียนใช้ Pinterest ค่อนข้างบ่อย แต่เป็นในระดับตื้นมาก คือ เอาแต่รูปมาอย่างเดียว (ไม่ได้เข้าไปสร้างบอร์ดเป็นส่วนตัวเหมือนหลายคน) เพื่อเตรียม power point สำหรับสร้างรูปภาพประกอบการบรรยายในคลิปที่ทำให้สถานีวิทยุแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานีวิทยุที่ไม่มีคลื่นออกอากาศแบบปรกติ แต่ออกใน Facebook live แทน

ในการทำ power point นั้นเกือบทุกคนมักใช้บริการหารูปจาก Google เป็นหลัก โดยให้เครดิตว่าได้รูปมาจากเว็บไหน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่เข้าใจกันดีว่า เราไม่นำรูปนั้นไปใช้ในทางการค้าหรือทำให้เกิดความเสื่อมเสียใด ๆ ดังนั้นเจ้าของรูปคงไม่ใจร้ายเก็บค่าลิขสิทธิ์

แต่ในระยะหลังนี้ปรากฏว่า ทุกครั้งที่เลือกรูปที่มีแสดงใน Google นั้น มักเป็นรูปที่มาจากเว็บ Pinterest เป็นส่วนใหญ่ สุดท้ายก็ได้สมัครเป็นสมาชิกฟรี ได้ username และ password มา ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามันต่างกับการนำรูปมาโดยไม่ login อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ ได้รับจดหมายข่าวแนะนำรูปในแนวที่ Pinterest คิดว่าผู้เขียนสนใจทุกสัปดาห์

คำว่า Pinterest นั้นเป็นการสมาสคำสองคำคือ Pin+Interest แปลตรงตัวง่าย ๆ ว่า เป็นการปักหมุด (Pin) เพื่อดึงรูปภาพที่เราสนใจ (Interest) จากเว็บอื่นมาเก็บไว้บนบอร์ดของเราที่สร้างในเว็บของ Pinterest ดังนั้น Pinterest จึงเป็นแหล่งที่มีรูปภาพเป็นหลัก พร้อมแหล่งที่มาและคำบรรยายสั้นๆ ของรูปภาพที่เราสนใจ

ประเด็นที่เป็นปัญหาของ Pinterest ตามที่ผู้เขียนรู้สึกได้คือ เรื่องของแหล่งที่มาของภาพ มีผู้ใช้บริการของ Pinterest คนหนึ่งบอกว่า หลายคนที่ปักหมุดเอาภาพมาใส่ในบอร์ดของตนนั้น ขาดซึ่งการให้เครดิตว่า ภาพนั้นมาจากที่ใดทำเสมือนเป็นภาพของตนเอง ซึ่งว่าไปแล้วเป็นการทำผิดจริยธรรมของนักท่องเว็บ

Wikipedia กล่าวไว้ในตอนหนึ่งที่บรรยายถึง Pinterest ว่า ในเดือนมีนาคม 2017 ทางการจีนตรวจสอบพบว่า Pinterest มีความผิดตามกฎหมายอินเทอร์เน็ตของจีน ข่าวไม่ได้บอกชัดว่าเป็นไปในแง่ใด แต่คงเป็นไปตามแนวทางการของจีนที่ต้องการเอื้อประโยชน์แก่ Baidu, Youku, Weibo และ Renren ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียของจีน Pinterest จึงถูกระงับการบริการ และในทำนองเดียวกันปรากฏการณ์นี้ก็เกิดในอินเดียซึ่งได้ระงับการบริการของ Pinterest ชั่วคราว ตามคำสั่งของศาลสูงเมือง Madras เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2016 ซึ่งเข้าใจกันว่า เพื่อปิดกั้นการแสดงผลของประมาณ 225 เว็บไซต์ที่อาจมีการขโมย โกง

และละเมิดลิขสิทธิ์ออนไลน์ของภาพจากเว็บอื่น

            อีกประเด็นซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากในความรู้สึกของผู้เขียนคือ ไม่มีการกรองข้อมูลที่ติดมากับรูปภาพ ดังนั้นผู้ที่กดตามเข้าไปดูภาพที่สนใจนั้นจึงมักพบว่า Pinterest ได้พาผู้ที่สนใจไปยังเว็บส่วนน้อยที่มีความซื่อสัตย์ให้ข้อมูลที่เป็นจริง แต่เว็บส่วนใหญ่ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพนั้นกลับเป็นเว็บชนิดที่ www.quackwatch.com เตือนให้ระวัง เพราะมีแต่ข้อมูลหลอกลวงทั้งในลักษณะ quack คือแค่หลอกให้เชื่อตามความโง่ของผู้หลอก fraud คือหลอกเพื่อเก็บสตางค์ของผู้หลงเชื่อ  หรือแม้แต่ fad ซึ่งมีผู้แปลในพจนานุกรมอินเทอร์เน็ตว่า ความคิดวิตถาร, เซี้ยว, บ้า, สิ่งที่นิยมกันจนคลั่ง 

  ขอยกตัวอย่างบางรูปภาพ ซึ่งสามารถตามไปยังต้นตอเพื่อดูข้อมูลลวงต่างๆ ในลักษณะที่เข้าข่ายของ quack คือ  


   


ซึ่งเป็นเรื่องประหลาดที่ กรมอนามัยคงไม่ปลื้มแน่ เพราะเราพยายามรนณรงค์ให้คนไทยไม่กินหวาน ไม่กินเค็ม แล้วถ้าตื่นเช้ามามีการดื่มน้ำเกลือเข้าไปเป็นประจำ ความพยายามลดจำนวนผู้ป่วยโรคไตคงลำบากแน่

 


ซึ่งขอเน้นให้ท่านผู้อ่านระวังให้ดีเพราะมันเข้าข่ายที่เรียกว่า Fraud และเหมือนจะมีภาพที่เป็นในลักษณะเดียวกันที่เป็นภาษาไทยได้เผยแพร่ในเน็ทแล้วคือ The man who shocked the world: cancer can be cured in 3 minutes all you need to do is….” ซึ่งคำอวดอ้างดังกล่าวนี้ไม่จำเป็นต้องตามไปอ่านรายละเอียดให้เสียเวลา เพราะไร้สาระโดยสิ้นเชิง เนื่องจากถ้าใครสามารถพบวิธีบำบัดมะเร็งได้ภายใน 3 นาที เขาผู้นั้นคงต้องได้รางวัลโนเบลสาขาแพทย์ไปแล้ว
   

ซึ่งเข้าอยู่ในลักษณะที่เรียกว่า Fad คือ The tea that heals liver disease, fatty liver and fight cancer cellsซึ่งคงไม่ต้องตามไปดูข้อมูลให้เสียเวลาเช่นกัน เพราะดอกไม้ดังที่เห็นในรูปนั้นคือ dandelion ซึ่งผู้เขียนเคยอ่านพบว่าเป็นสมุนไพรของชาวอเมริกันอินเดียน อีกทั้งเมื่อค้นข้อมูลใน simplewikipedia.org ก็พบคำอธิบายเป็นแค่ข้อมูลทั่วไป ไม่ได้ระบุถึงคุณสมบัติทางยาแต่อย่างใด


ซึ่งเป็นที่สุดในการหลอกลวงคนที่หมดหวังในการมีชีวิตยืนยาวแล้วคือ ผู้ที่สูบบุหรี่จนปอดดำแล้วก็มีคนให้ความหวังว่า “10 best foods to cleanse your lungs” สามารถทำให้ปอดกลับมาอยู่ในสภาพดีได้ ในกรณีนี้แค่เห็นภาพ สำหรับคนที่มีสติและความรู้ก็คงดูออกว่า มันเป็นไปไม่ได้ เพราะถ้าเป็นไปได้ องค์การสหประชาชาติคงต้องเชิญตัวไปรับเหรียญอะไรต่อมิอะไร รวมทั้งได้รางวัลโนเบลสาขาแพทย์ไปแล้วเช่นกัน

การมั่วในข้อมูลของเว็บต่างๆ ที่มีผู้ไปปักหมุดภาพแล้วนำมาเก็บในบอร์ดของตนนั้น จริงแล้วไม่ใช่ความผิดหรือความบกพร่องของ Pinterest เนื่องจากผู้เป็นเจ้าของบอร์ดต้องมีวิจารณญานเอง จริงแล้วเมื่อพิจารณาดูรายละเอียดของวิธีใช้ประโยชน์เว็บนี้ ผู้เขียนได้ประเมินเอาเองว่า Pinterest นั้นเป็นช่องทางการแนะนำตนเองหรือองค์กรที่ตนเกี่ยวข้อง เพื่อสร้างภาพในทางที่ดีแก่ลูกค้า

ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้ใช้แต่รูปภาพใน Pinterest เพียงอย่างเดียวนั้นจำเป็นต้องคิด ไตร่ตรองโดยอาศัยกาลามสูตร 10 ด้วยว่า ข้อมูลซึ่งได้จากการตามถึงเว็บที่เจ้าของภาพให้ไว้นั้นผิด-ถูกอย่างไร และการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้สังคมทราบนั้น อาจเป็นความรับผิดชอบทางกฏหมายของท่านโดยสิ้นเชิง




แหล่งข้อมูล: ดร.แก้ว กังสดาลอำไพ

200 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ ผู้บริโภค