ฉบับที่ 174 สแกนแผ่นเอกสารเป็นไฟล์ด้วยมือถือ

ตึกตึก ใจเต้นรัวๆ นั่งมองผ่านกระจกเห็นผู้คนเดินขวักไขว่  “บางพลัดขึ้นเลย” ได้ยินเสียงกระเป๋ารถเมล์ตะโกน จึงหันไปดู พร้อมกับถอนหายใจ  คิดในใจ เมื่อไรจะออกสักทีค้า  ฉันรีบบบบบ

 ผู้อ่านอย่าเพิ่งตกใจนะคะ ไม่ใช่นิยายที่ไหนค่ะ เป็นแค่เหตุการณ์หนึ่งที่ผู้เขียนประสบมาโดยตรง ในขณะที่รีบร้อนต้องการที่จะให้ถึงที่ทำงานอย่างรวดเร็วที่สุด เพราะงานเข้าค่ะ เรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านั้นมีโทรศัพท์สายด่วนโทรมาให้ส่งเอกสารสำคัญภายในครึ่งชั่วโมงไปยังเมลหนึ่ง จะให้น้องที่อยู่ที่ทำงานส่งให้ก็ไม่ได้ เนื่องจากเอกสารอยู่ที่มือผู้เขียน ที่สำคัญปลายสายบอกว่าให้สแกนเอกสารเป็น pdf ด้วยนี่สิ

ด้วยความตื่นเต้นที่มีอยู่นั้นก็ยังมีสติค่ะ แทนที่จะปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์ จึงหยิบมือถือมาค้นหากูเกิ้ล เผื่อจะเจอแอพพลิเคชั่นดีๆ 
 
และแล้วก็ได้เจอแอพพลิเคชั่นนี้ “CamScanner” ตอบโจทย์ที่ต้องการในเวลาเร่งด่วนกับการสแกนเอกสารเป็นไฟล์ pdf

สิ่งแรกที่ทำคือรีบควานหาเอกสารที่ต้องการสแกนเป็นไฟล์ pdf ขึ้นมา รวม 5 แผ่น เปิดแอพพลิเคชั่นขึ้นมาจะปรากฏสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป หลังจากนั้นก็กดถ่ายรูปเอกสารแผ่นแรก เมื่อได้ภาพแรกแล้ว แอพพลิเคชั่นจะมีให้เลือกความขาวสว่าง ภาพขาวดำ ภาพสีเทา และเลือกเฉพาะส่วนที่ต้องการของภาพได้ นอกจากนี้ถ้าภาพถ่ายของเรากลับด้านอยู่ ก็สามารถหมุนภาพได้ตามต้องการ

เมื่อตกแต่งภาพเรียบร้อย ให้กดเครื่องหมายถูกด้านล่างขวา ก็จะได้ภาพไฟล์ pdf หน้าที่ 1 ต่อจากนั้นให้กดสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูปด้านล่างซ้าย เพื่อถ่ายเอกสารแผ่นต่อไป ภาพของแผ่นต่อไปก็จะมาต่อภาพแรกที่ได้ทำไว้ในไฟล์ pdf  จากนั้นทำเหมือนเดิมจนครบทั้ง 5 แผ่น และสามารถย้ายรูปแบบการเรียงแผ่นเอกสารได้ตามที่ต้องการ

นอกจากนี้ยังสามารถนำภาพที่มีอยู่เดิมภายในเครื่องมาทำเป็นไฟล์ pdf ได้เช่นกัน เพียงแค่กดสัญลักษณ์ที่เขียนว่า import แทนสัญลักษณ์กล้องถ่ายรูป  เมื่อทำเอกสารแต่ละไฟล์เรียบร้อยแล้ว ไฟล์ทั้งหมดจะปรากฏอยู่ในหน้าแรกของแอพพลิเคชั่น โดยสามารถจัดการไฟล์ด้วยตนเองว่าต้องการเรียงไฟล์อย่างไร 

สำหรับขั้นตอนการนำไฟล์ออกจากเครื่องมี 3 วิธีที่แนะนำ อย่างแรกใช้วิธีการอัพโหลดไฟล์ไปยัง Dropbox , Google Drive เป็นต้น  อย่างที่สอง สามารถเลือกปริ๊นเอกสารได้ทันที แต่ต้องใช้ AirPrint หรือเครื่องปริ๊นที่สามารถเชื่อมต่อด้วยระบบ wifi ได้ อย่างที่สาม ง่ายที่สุด คือ ส่งไฟล์ไปยังเมลที่ต้องการ

ขอเพิ่มเติมอีกอย่างค่ะ แอพพลิเคชั่น “CamScanner” ยังสามารถส่งไฟล์ได้หลายสกุล เช่น ไฟล์สกุล doc , ไฟล์สกุล jpg , ไฟล์สกุล pdf  เป็นต้น โดยให้เลือกชนิดของไฟล์ที่ต้องการก่อนที่จะถึงขั้นตอนการส่งออกค่ะ

เท่านี้เอกสารในมือทั้ง 5 แผ่น ก็สามารถทำเป็นไฟล์ pdf เพื่อส่งต่อไปยังเมลได้ภายในครึ่งชั่วโมงทันเวลา      

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

150 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ แอพพลิเคชั่น สแกน เอกสาร

ฉบับที่ 242 พบแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ด้วย "ZeekDoc"

        มาอีกแล้วจ้า เมื่อน้องโควิด19 ได้เข้าแพร่ระบาดในประเทศไทยระลอก 3 ต้องคอยนั่งลุ้นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด19 ว่าจะมากน้อยแค่ไหน พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงบ้าง คราวนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าน้องโควิด19 เริ่มใกล้ตัวเข้ามามากขึ้นทุกที ความวิตกกังวลจึงเริ่มถาโถมเข้ามาด้วยเช่นกัน ดังนั้นหลายคนอาจมีอาการแพนิก หรือตื่นตระหนก ไม่กล้าออกจากบ้าน แต่บางครั้งก็มีความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้าน อย่างเช่น ซื้ออาหารและน้ำมาตุน ต้องเดินทางไปพบหมอ เป็นต้น         ผู้อ่านคนใดมีความจำเป็นต้องเดินทางไปพบหมอ แต่ไม่สะดวกในช่วงนี้ ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ZeekDoc ช่องทางใหม่ในการค้นหาและนัดพบแพทย์เฉพาะทางใกล้บ้าน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS         ZeekDoc ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยและไม่ต้องการเดินทางไปพบหมอด้วยตนเอง โดยแอปพลิเคชั่นจะให้ลงทะเบียนด้วยชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เมล วันเดือนปีเกิด และเพศ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับคุณหมอ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้เลือกสาขาเฉพาะทางของคุณหมอที่ต้องการนัดพบที่ครอบคลุมมากกว่า 40 สาขา ได้แก่ อายุรกรรมทั่วไป ทันตกรรม กระดูกและข้อ สูตินารีเวช หูคอจมูก ทางเดินอาหารและตับ หัวใจและหลอดเลือด ผิวหนัง นักกายภาพบำบัด มะเร็ง ทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ แพทย์แผนจีน เวชศาสตร์ชะลอวัย ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน จิตเวช เป็นต้น และเลือกบริเวณพื้นที่ที่ต้องการค้นหา        แอปพลิเคชั่นจะค้นหารายชื่อคุณหมอที่มีสังกัดอยู่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือจะเลือกคุณหมอที่มีสังกัดอยู่โรงพยาบาลไกลบ้านที่ต้องการก็ได้ โดยแอปพลิเคชั่นจะประมวลผลและปรากฎชื่อคุณหมอ ชื่อโรงพยาบาลที่สังกัด ที่อยู่โรงพยาบาล ข้อมูลประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานของคุณหมอ ซึ่งมีข้อมูลของคุณหมอที่สังกัดโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงและออกตรวจนอกเวลาที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกต่างๆ ไว้มากมาย         เมื่อเลือกคุณหมอที่ชื่นชอบได้แล้ว ระบบจะแจ้งวันเวลาที่คุณหมอสะดวก เพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นได้กดจองเวลาและตอบคำถามเบื้องต้น หลังจากนั้นจะได้รับใบนัดผู้ป่วยที่ระบุรายละเอียดของคุณหมอ ชื่อโรงพยาบาลที่สังกัด ชื่อคนไข้ วันและเวลาที่จอง ทั้งนี้ก่อนถึงเวลานัดหมายจะมีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าให้อีกด้วย         สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้บริการนัดพบหมอทางแอปพลิเคชั่น ZeekDoc จะลองมาจองผ่านเว็บไซต์ https://zeekdoc.com ได้เช่นกัน  ที่สำคัญการให้บริการในการติดต่อนัดพบคุณหมอนี้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น          แม้ว่าน้องโควิด19 จะแพร่ระบาดอีกรอบ แต่สิ่งที่ต้องปฏิบัตินั่นคือ การรักษามาตรการการเว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่มีความเสี่ยงสูง พวกเราต้องอย่าลืมช่วยกันยกการ์ดให้สูงกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 241 ค้นหาฟรีแลนซ์ที่ถูกใจกับ Fastwork

        เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนต้องการหาคนแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน แถมเอกสารมีจำนวนหน้ามากกว่า 20 หน้า ซึ่งจำนวนหน้ามากขนาดนี้ทำให้ไม่สามารถทำเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดได้ทันแน่นอน ดังนั้นการมองหาคนแปลภาษาจึงตอบโจทย์มากที่สุด แต่เจอปัญหาที่ไม่รู้ว่าจะหาคนแปลเอกสารได้จากที่ไหน เพราะไม่เคยติดต่อแปลเอกสารมาก่อน และไม่มีคนใกล้ชิดเคยใช้บริการการแปลเอกสารเลย แต่ตอนนี้มีคำตอบมาแนะนำผู้อ่านแล้วค่ะ กับแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Fastwork         แอปพลิเคชั่น Fastwork มีประโยชน์อย่างไร          Fastwork เป็นแอปพลิเคชั่นที่มีไว้เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้บริการฟรีแลนซ์ที่หลากหลายอาชีพ โดยคัดเฉพาะฟรีแลนซ์มืออาชีพกว่า 10,000 ราย มีหมวดหมู่งานให้เลือก 7 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ กราฟฟิกและดีไซน์ การตลาดและโฆษณา เขียนและแปลภาษา ภาพและเสียง เว็บและโปรแกรมมิ่ง ปรึกษาและแนะนำ และจัดการร้านค้าออนไลน์ โดยมีฟรีแลนซ์แยกย่อยลงไปตามรูปแบบงานที่ผู้ใช้ต้องการ อาทิเช่น แปลเอกสาร วาดภาพ ออกแบบภาพอินโฟกราฟฟิก สื่อโฆษณาออนไลน์ โปรโมทเพจหรือเว็บ เป็นต้น         แอปพลิเคชั่นได้คัดเลือกฟรีแลนซ์ที่มีประสบการณ์และมีประวัติการทำงานในระยะเวลาที่ไม่น้อยเกินไป มีความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับคนจ้างงาน นอกจากนี้ยังมีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ถ้าฟรีแลนซ์ไม่ส่งงาน และผู้จ้างงานไม่กดสิ้นสุดงาน ระบบจะยังไม่จ่ายเงินให้กับฟรีแลนซ์ ซึ่งวิธีนี้เป็นการการันตีว่าผู้จ้างงานจะสามารถแก้ไขผลงานจนกว่าจะตรงตามที่ตกลงไว้และได้รับงานอย่างแน่นอน         ขั้นตอนการติดต่องานกำหนดไว้อย่างชัดเจน เมื่อค้นหาและเลือกฟรีแลนซ์ที่ถูกใจจากผลงานและความสามารถ และจากการอ่านความคิดเห็นต่างๆ ที่ได้รับจากผู้ที่เคยใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้ว ให้กดปุ่มพูดคุยรายละเอียดกับฟรีแลนซ์โดยตรงทางข้อความ เพื่อให้รายละเอียดงานที่ครบถ้วนกับฟรีแลนซ์ โดยฟรีแลนซ์จะสร้างใบเสนอราคาให้ส่งให้ผู้จ้างงานพิจารณายืนยัน เมื่อผู้จ้างงานยืนยันใบเสนอราคาจะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน          การชำระเงินผ่าน Fastwork สามารถชำระได้ 3 ช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต โมบายแบงค์กิ้ง และจ่ายด้วย Fastwork coin ซึ่งเงินของผู้จ้างงานจะได้รับการคุ้มครองตลอดการจ้างงาน หลังจากนั้นรอเวลาเพื่อให้ฟรีแลนซ์ส่งงาน โดยสามารถกดดูสถานะงานได้ว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว หรือผู้จ้างงานสามารถสอบถามโดยตรงกับฟรีแลนซ์ทางข้อความได้ เมื่อผู้จ้างงานได้รับงาน ให้ตรวจสอบงานที่ได้รับและกด “อนุมัติงาน Final” หากพอใจในผลงาน หรือกด “ขอแก้ไขงาน Final” หากยังไม่พอใจกับงาน         ใครต้องการจ้างงานแบบเร่งด่วน ไม่รู้จะไปหาฟรีแลนซ์ที่ไหน แอปพลิเคชั่น Fastwork มีคำตอบให้         นอกจากเข้าแอปพลิเคชั่น Fastwork ในฐานะผู้จ้างงานแล้ว ยังสามารถเข้าใช้บริการในฐานะฟรีแลนซ์ได้อีกด้วย โดยมีขั้นตอนการสมัครง่ายๆ ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่บัญชี ภาพผลงาน และรออนุมัติจากทีมงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 240 5 นาทีเรียนรู้ภาษาผ่านแอปพลิเคชั่น Drops

        ฉบับนี้มาแนะนำแอปพลิเคชั่นเพื่อฝึกฝนภาษากัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันทักษะความสามารถด้านภาษามีความสำคัญพอสมควร ยิ่งสมัยนี้โลกไร้พรมแดนได้พบปะผู้คนทั่วโลกผ่านเทคโนโลยีอย่างง่ายดาย การมีทักษะทางภาษามากกว่า 1 ภาษาถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญเพื่อการสื่อสารที่คนในยุคนี้ควรมี แถมทักษะด้านภาษายังช่วยเรื่องการทำงานและเพิ่มฐานเงินเดือนได้อีกด้วย ดังนั้นทุกคนควรหันมาพัฒนาทักษาทางภาษากันผ่านแอปพลิเคชั่น Drops กัน        คุณสมบัติของแอปพลิเคชั่น Drops จะช่วยฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาใหม่ได้ 42 ภาษา ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย เยอรมัน เวียดนาม สเปน โปรตุเกส อิตาลี อาหรับ รัสเซีย และภาษาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมถึงภาษาไทยด้วย โดยแอปพลิเคชั่นจะใช้วิธีการเรียนรู้คำศัพท์ผ่านรูปแบบการเล่นเกมมากมายหลากหลายรูปแบบ เช่น เกมจับคู่ภาพ เกมประกอบคำ เกมจดจำ หรือเกมเรียงคำศัพท์ เป็นต้น ที่จะทำให้การเรียนรู้ภาษาใหม่ไม่ดูน่าเบื่อจำเจ         เมื่อเข้าแอปพลิเคชั่น Drops ครั้งแรกจะให้เลือกภาษาที่อยากเรียนก่อนอันดับแรก จากนั้นแอปฯ จะมีบทเรียนให้เลือกเรียนว่าต้องการเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับด้านใด ต่อด้วยให้เลือกระดับการเรียนรู้จากเริ่มต้นจนถึงระดับ Advanced ซึ่งแต่ละบทเรียนจะปลดล็อคก็ต่อเมื่อเรียนบทเรียนสำหรับผู้เริ่มต้นครบตามกำหนด แอปฯ นี้จะให้ตั้งเวลาในการเข้าฝึกฝนเพื่อแจ้งเตือนการเข้าเรียนทุกวันและปรับเปลี่ยนเวลาของการเรียนได้         หลังจากกดเริ่มแอปพลิเคชั่นจะเข้าสู่หน้าการสอนบทเรียน โดยจะมีคำศัพท์พื้นฐานให้จำเป็นภาพกราฟฟิกที่เกี่ยวข้องกับคำศัพท์ พร้อมกับการฝึกออกเสียงคำศัพท์ที่ถูกต้องในรูปแบบของเกม เป็นการเน้นเรียนจากภาพมากกว่าการท่องจำแบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มความจดจำได้มากยิ่งขึ้น         ข้อสังเกตของแอปพลิเคชั่น Drops นี้คือ สามารถเรียนฟรีได้เพียง 5 นาทีต่อวัน แต่สามารถเพิ่มชั่วโมงในการเรียนได้โดยการจ่ายเงิน ซึ่งเพียง 5 นาทีต่อวันก็อาจเพียงพอแล้วสำหรับคนที่มีเวลาน้อย ทำให้การเรียนสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาแม้แต่ในเวลาเร่งรีบ และจะทำให้ผู้เรียนโฟกัสกับการเรียนเป็นพิเศษด้วยความสนุกสนานแน่นอน         และการเรียนภาษาทุกวันในเวลา 5 นาทีจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยฝึกนิสัยการพัฒนาทักษะด้านภาษาอย่างสม่ำเสมอ โดยแอปพลิเคชั่นจะบันทึกสถิติการเรียนทั้งหมดเก็บไว้ให้โดยอัตโนมัติ         ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Drops ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android ลองดาวน์โหลดมาไว้ติดสมาร์ทโฟนกันนะคะ ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการฝึกฝน ฝึกเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าทักษะภาษาต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 239 เช็คสุขภาพใจกับ Mental Health Check Up

        ช่วงนี้นั่งฟังข่าววันไหน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด -19 ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกวัน แถมยังต้องระมัดระวังตนเองให้การ์ดไม่ตกตามมาตรการของรัฐบาลอีก จนทำให้ใครหลายคนอาจต้องทำงานที่บ้าน งดการเดินทางท่องเที่ยว งดการสร้างสรรค์กันอีกระลอก เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว         “แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม” ขอฮัมเพลงเบาๆ  กันสักหน่อย เพราะจะหมุนตัวไปทางไหนก็ไม่ได้ เครียดเหลือเกินกับการต้องมาระวังตัวจนจิตตกคิดตลอดว่า “เป็นหรือยังเนี่ย” เครียดเหลือเกินที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน เครียดเหลือเกินไม่ได้ทานข้าวกับแฟนมาเนิ่นนานมากแล้ว และเครียดเหลือเกินไม่รู้ว่าบริษัทจะลดเงินเดือนเมื่อไรกันหนอ         กลับมาสู่โลกความเป็นจริงกัน ทุกคนต้องพึ่งสุภาษิตที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ดีที่สุด ดังนั้นการขจัดความเครียดและรู้เท่าทันความรู้สึกของตนเองสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ ที่ดูทุกอย่างจะถาโถมมาพร้อมกันเหลือกัน ทุกคนต้องตั้งสติ และตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ตระหนกกับเหตุการณ์ต่างๆ มากจนเกินไป         เพื่อคลายความเครียดไม่ให้สะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมากไปกว่านี้ ลองหันมาพึ่งแอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up ที่จะช่วยเช็คสุขภาพจิตของเราว่าเป็นเช่นไร เพื่อให้รู้เท่าทันและพร้อมปรับเปลี่ยนสุขภาพจิตให้เหมาะสม จนไม่เกิดภาวะเครียด ภาวะซึมเศร้า และจิตตกกันดีกว่า         แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up เป็นแอปพลิเคชั่นของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยออกแบบมาเพื่อประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตนเอง และคัดกรองปัญหาโรคจิตเวชที่พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว         ภายในแอปพลิเคชั่นจะใช้วิธีการประเมินตนเองที่เกี่ยวกับสุขภาพใจหลากหลายหมวด ได้แก่ ประเมินดัชนีวัดความสุข ประเมินความเครียด ประเมินภาวะซึมเศร้า ประเมินความฉลาดทางอารมณ์ EQ ประเมินภาวะติดสุรา ประเมินภาวะความจำ ประเมินภาวะติดเกม ประเมินภาวะหมดไฟในการทำงาน ประเมินพลังสุขภาพจิต RQ         โดยก่อนเริ่มใช้แอปพลิเคชั่นจะสอบถามข้อมูลผู้ใช้งาน ดังนี้ ชื่อนามสกุล (ไม่บังคับใส่) อายุ เพศ ที่อยู่ หลังจากนั้นเมื่อเข้ามาในหน้าแรกจะปรากฎวิธีการประเมินตนเองที่เกี่ยวกับสุขภาพใจในหมวดต่างๆ ที่กล่าวมา การทำแบบประเมินจะเป็นในรูปแบบคำถามเชิงจิตวิทยา โดยในแต่ละหมวดจะมีจำนวนข้อแตกต่างกันไป         เมื่อตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up จะประมวลผลและแจ้งผลการประเมินว่าอยู่ในระดับใด พร้อมคำแนะนำ ในกรณีที่ผลการประเมินออกมาในเชิงลบ อย่างเช่น มีความเครียดปานกลาง คำแนะนำจะอธิบายถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดความเครียดเกิดขึ้น และเสนอทางแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เล่นดนตรี ดูหนัง ฟังเพลง รดน้ำต้นไม้ สวดมนต์ไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ ไม่นึกถึงเรื่องอดีต เป็นต้น         ถ้าสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้จิตใจว้าวุ่นใจ เครียด ไม่มีสมาธิ ลองใช้แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up เช็คสุขภาพใจของตนเองกันดู อย่างน้อยก็ทำให้รู้ตัวว่าสุขภาพใจอยู่ในภาวะใด จะได้รับมือและฟื้นฟูสภาพจิตใจของตนเองได้ทันถ่วงที

อ่านเพิ่มเติม>

ความคิดเห็น (0)