ฉบับที่ 150 GPS ตรวจจับพฤติกรรมผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ

จากที่เคยมีข่าวรถโดยสารขับรถเร็วเกินกำหนด ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมาหลายครั้ง โดยที่ไม่เคยใส่ใจกับเรื่องการพัฒนาถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารที่ต้องโดยสารรถสาธารณะ  จนปัจจุบันได้มีมาตรการการเยียวยาเพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดจากการขับขี่โดยประมาทของคนขับรถโดยสารสาธารณะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นระบบของ บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส.

บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ได้ติดตั้งระบบที่เรียกว่า GPS ซึ่งย่อมาจาก Global Positioning System หรือ “ระบบกำหนดพิกัดตำแหน่งบนโลก” ระบบนี้จะอาศัยการคำนวณพิกัดจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก โดยจะรับสัญญาณจากดาวเทียมตั้งแต่ 3 ดวงขึ้นไป ทำให้ระบบนี้สามารถชี้บอกตำแหน่งได้ทุกแห่งบนโลก

ระบบนี้มีความแม่นยำของข้อมูลด้านทิศทาง เส้นทางการเดินทาง ถนน และสถานที่ต่างๆ แต่มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน คือ ถ้าอยู่ในบริเวณที่สัญญาณส่งไม่ถึง เช่น อยู่ในตึก ใต้ทางด่วนก็จะไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้ หรือแม้กระทั่งถ้าฟ้าปิด ฟ้าไม่ปลอดโปร่งก็จะไม่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมได้เช่นกัน  ผู้ที่ติดตั้งระบบกำหนดพิกัดตำแหน่งบนโลก หรือ GPS  จำเป็นต้องอยู่ตรงถนนสายหลักๆ ต่างๆ

 

เมื่อระบบสามารถแจ้งพิกัดที่เราอยู่บนพื้นโลกนี้ได้ จึงส่งผลให้การติดตั้งระบบ GPS ที่ทาง บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. ได้นำมาใช้ติดตั้งกับรถโดยสารสาธารณะนั้น จะช่วยบอกข้อมูลของรถแต่ละคันแบบ Realtime โดยจะแสดงข้อมูลตำแหน่งของรถ ความเร็วที่ขับ และลักษณะของรถที่มีการขับผิดปกติ ได้แก่ การเบรคกะทันหัน การขับกระชาก การเปลี่ยนเลนกะทันหัน หรือรถที่มีการเอียงเกิน 30 องศาซึ่งเสี่ยงต่อการพลิกคว่ำได้ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะมาปรากฏขึ้นภายในศูนย์ควบคุมของบริษัท

อย่างน้อยด้วยระบบติดตามรถสาธารณะชนิดนี้ ก็ทำให้ผู้โดยสารที่ต้องใช้บริการรถสาธารณะสบายใจกันบ้าง

 

ประเภทของ GPS แบ่งออกตามประโยชน์การใช้งานได้ 2 แบบคือ

ระบบนำทาง (Navigation System) โดยโครงสร้างของอุปกรณ์จะมีชุดรับสัญญาณดาวเทียม GPS ขนาดเล็ก ฝังติดตั้งอยู่ภายในแผ่นเซอร์กิต จากนั้นสัญญาณดาวเทียมจะถูกควบคุมด้วยโปรแกรมนำทางอีกที

ระบบติดตาม (Tracking System) ใช้ในการติดตามสิ่งของที่อยู่ติดกับตัวอุปกรณ์ และในชุดอุปกรณ์จะมี ช่องให้ใส่ซิมการ์ด (โทรศัพท์มือถือ) เนื่องจาก GPS Module จะทำหน้าที่รับสัญญาณดาวเทียม แล้วปล่อยออกมาเป็นข้อมูลพิกัด ณ จุดนั้น จากนั้น ก็ต้องอาศัยระบบเครือข่ายโทรศัพท์มือถือส่งพิกัดนี้ ออกไปทาง SMS, EDGE , GPRS เป็นต้น เมื่อปลายทางได้รับข้อมูลแล้วก็จะนำเอาพิกัด ไป Plot กับตารางแผนที่ จึงออกมาเป็นตำแหน่งบนแผนที่ที่อุปกรณ์นั้นติดตั้งอยู่ ระบบนี้ โดยมากจะใช้ติดตามยานพาหะนะ ที่กำลังเป็นที่นิยมกันเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน  โดยสามารถนำมาใช้กับการติดตามคน และสัตว์เลี้ยงได้ด้วย

**ข้อมูลเพิ่มเติมจาก http://www.it24hrs.com/2011/about-gps/

แหล่งข้อมูล: กองบรรณาธิการ

150 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ แอพพลิเคชั่น พฤติกรรม ผู้ขับขี่ รถโดยสารสาธารณะ

ฉบับที่ 242 พบแพทย์เฉพาะทางออนไลน์ด้วย "ZeekDoc"

        มาอีกแล้วจ้า เมื่อน้องโควิด19 ได้เข้าแพร่ระบาดในประเทศไทยระลอก 3 ต้องคอยนั่งลุ้นตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด19 ว่าจะมากน้อยแค่ไหน พื้นที่ไหนมีความเสี่ยงสูงบ้าง คราวนี้หลายคนอาจรู้สึกว่าน้องโควิด19 เริ่มใกล้ตัวเข้ามามากขึ้นทุกที ความวิตกกังวลจึงเริ่มถาโถมเข้ามาด้วยเช่นกัน ดังนั้นหลายคนอาจมีอาการแพนิก หรือตื่นตระหนก ไม่กล้าออกจากบ้าน แต่บางครั้งก็มีความจำเป็นที่ต้องออกจากบ้าน อย่างเช่น ซื้ออาหารและน้ำมาตุน ต้องเดินทางไปพบหมอ เป็นต้น         ผู้อ่านคนใดมีความจำเป็นต้องเดินทางไปพบหมอ แต่ไม่สะดวกในช่วงนี้ ลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น ZeekDoc ช่องทางใหม่ในการค้นหาและนัดพบแพทย์เฉพาะทางใกล้บ้าน สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีทั้งในระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS         ZeekDoc ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่เจ็บป่วยเล็กน้อยและไม่ต้องการเดินทางไปพบหมอด้วยตนเอง โดยแอปพลิเคชั่นจะให้ลงทะเบียนด้วยชื่อนามสกุล เบอร์โทรศัพท์ เมล วันเดือนปีเกิด และเพศ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานให้กับคุณหมอ เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นให้เลือกสาขาเฉพาะทางของคุณหมอที่ต้องการนัดพบที่ครอบคลุมมากกว่า 40 สาขา ได้แก่ อายุรกรรมทั่วไป ทันตกรรม กระดูกและข้อ สูตินารีเวช หูคอจมูก ทางเดินอาหารและตับ หัวใจและหลอดเลือด ผิวหนัง นักกายภาพบำบัด มะเร็ง ทางเดินปัสสาวะ ศัลยแพทย์ แพทย์แผนจีน เวชศาสตร์ชะลอวัย ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน จิตเวช เป็นต้น และเลือกบริเวณพื้นที่ที่ต้องการค้นหา        แอปพลิเคชั่นจะค้นหารายชื่อคุณหมอที่มีสังกัดอยู่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือจะเลือกคุณหมอที่มีสังกัดอยู่โรงพยาบาลไกลบ้านที่ต้องการก็ได้ โดยแอปพลิเคชั่นจะประมวลผลและปรากฎชื่อคุณหมอ ชื่อโรงพยาบาลที่สังกัด ที่อยู่โรงพยาบาล ข้อมูลประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานของคุณหมอ ซึ่งมีข้อมูลของคุณหมอที่สังกัดโรงพยาบาลรัฐบาลและโรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงและออกตรวจนอกเวลาที่โรงพยาบาลเอกชนหรือคลินิกต่างๆ ไว้มากมาย         เมื่อเลือกคุณหมอที่ชื่นชอบได้แล้ว ระบบจะแจ้งวันเวลาที่คุณหมอสะดวก เพื่อให้ผู้ใช้แอปพลิเคชั่นได้กดจองเวลาและตอบคำถามเบื้องต้น หลังจากนั้นจะได้รับใบนัดผู้ป่วยที่ระบุรายละเอียดของคุณหมอ ชื่อโรงพยาบาลที่สังกัด ชื่อคนไข้ วันและเวลาที่จอง ทั้งนี้ก่อนถึงเวลานัดหมายจะมีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าให้อีกด้วย         สำหรับใครที่ไม่ถนัดใช้บริการนัดพบหมอทางแอปพลิเคชั่น ZeekDoc จะลองมาจองผ่านเว็บไซต์ https://zeekdoc.com ได้เช่นกัน  ที่สำคัญการให้บริการในการติดต่อนัดพบคุณหมอนี้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น          แม้ว่าน้องโควิด19 จะแพร่ระบาดอีกรอบ แต่สิ่งที่ต้องปฏิบัตินั่นคือ การรักษามาตรการการเว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังสถานที่มีความเสี่ยงสูง พวกเราต้องอย่าลืมช่วยกันยกการ์ดให้สูงกันนะคะ

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 241 ค้นหาฟรีแลนซ์ที่ถูกใจกับ Fastwork

        เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนต้องการหาคนแปลเอกสารจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษอย่างเร่งด่วน แถมเอกสารมีจำนวนหน้ามากกว่า 20 หน้า ซึ่งจำนวนหน้ามากขนาดนี้ทำให้ไม่สามารถทำเสร็จตามระยะเวลาที่กำหนดได้ทันแน่นอน ดังนั้นการมองหาคนแปลภาษาจึงตอบโจทย์มากที่สุด แต่เจอปัญหาที่ไม่รู้ว่าจะหาคนแปลเอกสารได้จากที่ไหน เพราะไม่เคยติดต่อแปลเอกสารมาก่อน และไม่มีคนใกล้ชิดเคยใช้บริการการแปลเอกสารเลย แต่ตอนนี้มีคำตอบมาแนะนำผู้อ่านแล้วค่ะ กับแอปพลิเคชั่นที่มีชื่อว่า Fastwork         แอปพลิเคชั่น Fastwork มีประโยชน์อย่างไร          Fastwork เป็นแอปพลิเคชั่นที่มีไว้เพื่อเป็นสื่อกลางในการให้บริการฟรีแลนซ์ที่หลากหลายอาชีพ โดยคัดเฉพาะฟรีแลนซ์มืออาชีพกว่า 10,000 ราย มีหมวดหมู่งานให้เลือก 7 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ กราฟฟิกและดีไซน์ การตลาดและโฆษณา เขียนและแปลภาษา ภาพและเสียง เว็บและโปรแกรมมิ่ง ปรึกษาและแนะนำ และจัดการร้านค้าออนไลน์ โดยมีฟรีแลนซ์แยกย่อยลงไปตามรูปแบบงานที่ผู้ใช้ต้องการ อาทิเช่น แปลเอกสาร วาดภาพ ออกแบบภาพอินโฟกราฟฟิก สื่อโฆษณาออนไลน์ โปรโมทเพจหรือเว็บ เป็นต้น         แอปพลิเคชั่นได้คัดเลือกฟรีแลนซ์ที่มีประสบการณ์และมีประวัติการทำงานในระยะเวลาที่ไม่น้อยเกินไป มีความน่าเชื่อถือ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับคนจ้างงาน นอกจากนี้ยังมีระบบชำระเงินที่ปลอดภัย ถ้าฟรีแลนซ์ไม่ส่งงาน และผู้จ้างงานไม่กดสิ้นสุดงาน ระบบจะยังไม่จ่ายเงินให้กับฟรีแลนซ์ ซึ่งวิธีนี้เป็นการการันตีว่าผู้จ้างงานจะสามารถแก้ไขผลงานจนกว่าจะตรงตามที่ตกลงไว้และได้รับงานอย่างแน่นอน         ขั้นตอนการติดต่องานกำหนดไว้อย่างชัดเจน เมื่อค้นหาและเลือกฟรีแลนซ์ที่ถูกใจจากผลงานและความสามารถ และจากการอ่านความคิดเห็นต่างๆ ที่ได้รับจากผู้ที่เคยใช้งานมาก่อนหน้านี้แล้ว ให้กดปุ่มพูดคุยรายละเอียดกับฟรีแลนซ์โดยตรงทางข้อความ เพื่อให้รายละเอียดงานที่ครบถ้วนกับฟรีแลนซ์ โดยฟรีแลนซ์จะสร้างใบเสนอราคาให้ส่งให้ผู้จ้างงานพิจารณายืนยัน เมื่อผู้จ้างงานยืนยันใบเสนอราคาจะเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน          การชำระเงินผ่าน Fastwork สามารถชำระได้ 3 ช่องทาง ทั้งบัตรเครดิต โมบายแบงค์กิ้ง และจ่ายด้วย Fastwork coin ซึ่งเงินของผู้จ้างงานจะได้รับการคุ้มครองตลอดการจ้างงาน หลังจากนั้นรอเวลาเพื่อให้ฟรีแลนซ์ส่งงาน โดยสามารถกดดูสถานะงานได้ว่าอยู่ในขั้นตอนใดแล้ว หรือผู้จ้างงานสามารถสอบถามโดยตรงกับฟรีแลนซ์ทางข้อความได้ เมื่อผู้จ้างงานได้รับงาน ให้ตรวจสอบงานที่ได้รับและกด “อนุมัติงาน Final” หากพอใจในผลงาน หรือกด “ขอแก้ไขงาน Final” หากยังไม่พอใจกับงาน         ใครต้องการจ้างงานแบบเร่งด่วน ไม่รู้จะไปหาฟรีแลนซ์ที่ไหน แอปพลิเคชั่น Fastwork มีคำตอบให้         นอกจากเข้าแอปพลิเคชั่น Fastwork ในฐานะผู้จ้างงานแล้ว ยังสามารถเข้าใช้บริการในฐานะฟรีแลนซ์ได้อีกด้วย โดยมีขั้นตอนการสมัครง่ายๆ ให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประจำตัวประชาชน เลขที่บัญชี ภาพผลงาน และรออนุมัติจากทีมงานไม่เกิน 48 ชั่วโมงเท่านั้น

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 240 5 นาทีเรียนรู้ภาษาผ่านแอปพลิเคชั่น Drops

        ฉบับนี้มาแนะนำแอปพลิเคชั่นเพื่อฝึกฝนภาษากัน เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าปัจจุบันทักษะความสามารถด้านภาษามีความสำคัญพอสมควร ยิ่งสมัยนี้โลกไร้พรมแดนได้พบปะผู้คนทั่วโลกผ่านเทคโนโลยีอย่างง่ายดาย การมีทักษะทางภาษามากกว่า 1 ภาษาถือว่าเป็นทักษะที่สำคัญเพื่อการสื่อสารที่คนในยุคนี้ควรมี แถมทักษะด้านภาษายังช่วยเรื่องการทำงานและเพิ่มฐานเงินเดือนได้อีกด้วย ดังนั้นทุกคนควรหันมาพัฒนาทักษาทางภาษากันผ่านแอปพลิเคชั่น Drops กัน        คุณสมบัติของแอปพลิเคชั่น Drops จะช่วยฝึกฝนและเรียนรู้ภาษาใหม่ได้ 42 ภาษา ทั้งอังกฤษ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี อินโดนีเซีย เยอรมัน เวียดนาม สเปน โปรตุเกส อิตาลี อาหรับ รัสเซีย และภาษาอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งรวมถึงภาษาไทยด้วย โดยแอปพลิเคชั่นจะใช้วิธีการเรียนรู้คำศัพท์ผ่านรูปแบบการเล่นเกมมากมายหลากหลายรูปแบบ เช่น เกมจับคู่ภาพ เกมประกอบคำ เกมจดจำ หรือเกมเรียงคำศัพท์ เป็นต้น ที่จะทำให้การเรียนรู้ภาษาใหม่ไม่ดูน่าเบื่อจำเจ         เมื่อเข้าแอปพลิเคชั่น Drops ครั้งแรกจะให้เลือกภาษาที่อยากเรียนก่อนอันดับแรก จากนั้นแอปฯ จะมีบทเรียนให้เลือกเรียนว่าต้องการเรียนรู้บทเรียนเกี่ยวกับด้านใด ต่อด้วยให้เลือกระดับการเรียนรู้จากเริ่มต้นจนถึงระดับ Advanced ซึ่งแต่ละบทเรียนจะปลดล็อคก็ต่อเมื่อเรียนบทเรียนสำหรับผู้เริ่มต้นครบตามกำหนด แอปฯ นี้จะให้ตั้งเวลาในการเข้าฝึกฝนเพื่อแจ้งเตือนการเข้าเรียนทุกวันและปรับเปลี่ยนเวลาของการเรียนได้         หลังจากกดเริ่มแอปพลิเคชั่นจะเข้าสู่หน้าการสอนบทเรียน โดยจะมีคำศัพท์พื้นฐานให้จำเป็นภาพกราฟฟิกที่เกี่ยวข้องกับคำศัพท์ พร้อมกับการฝึกออกเสียงคำศัพท์ที่ถูกต้องในรูปแบบของเกม เป็นการเน้นเรียนจากภาพมากกว่าการท่องจำแบบเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเพิ่มความจดจำได้มากยิ่งขึ้น         ข้อสังเกตของแอปพลิเคชั่น Drops นี้คือ สามารถเรียนฟรีได้เพียง 5 นาทีต่อวัน แต่สามารถเพิ่มชั่วโมงในการเรียนได้โดยการจ่ายเงิน ซึ่งเพียง 5 นาทีต่อวันก็อาจเพียงพอแล้วสำหรับคนที่มีเวลาน้อย ทำให้การเรียนสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาแม้แต่ในเวลาเร่งรีบ และจะทำให้ผู้เรียนโฟกัสกับการเรียนเป็นพิเศษด้วยความสนุกสนานแน่นอน         และการเรียนภาษาทุกวันในเวลา 5 นาทีจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยฝึกนิสัยการพัฒนาทักษะด้านภาษาอย่างสม่ำเสมอ โดยแอปพลิเคชั่นจะบันทึกสถิติการเรียนทั้งหมดเก็บไว้ให้โดยอัตโนมัติ         ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Drops ได้ทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และระบบปฏิบัติการ Android ลองดาวน์โหลดมาไว้ติดสมาร์ทโฟนกันนะคะ ใช้เวลาแค่ 5 นาทีในการฝึกฝน ฝึกเป็นประจำทุกวัน รับรองว่าทักษะภาษาต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 239 เช็คสุขภาพใจกับ Mental Health Check Up

        ช่วงนี้นั่งฟังข่าววันไหน ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด -19 ยังคงมีให้เห็นอยู่ทุกวัน แถมยังต้องระมัดระวังตนเองให้การ์ดไม่ตกตามมาตรการของรัฐบาลอีก จนทำให้ใครหลายคนอาจต้องทำงานที่บ้าน งดการเดินทางท่องเที่ยว งดการสร้างสรรค์กันอีกระลอก เพื่อช่วยลดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด -19 ให้หมดไปจากประเทศไทยโดยเร็ว         “แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม” ขอฮัมเพลงเบาๆ  กันสักหน่อย เพราะจะหมุนตัวไปทางไหนก็ไม่ได้ เครียดเหลือเกินกับการต้องมาระวังตัวจนจิตตกคิดตลอดว่า “เป็นหรือยังเนี่ย” เครียดเหลือเกินที่ไม่ได้ออกไปเที่ยวกับเพื่อน เครียดเหลือเกินไม่ได้ทานข้าวกับแฟนมาเนิ่นนานมากแล้ว และเครียดเหลือเกินไม่รู้ว่าบริษัทจะลดเงินเดือนเมื่อไรกันหนอ         กลับมาสู่โลกความเป็นจริงกัน ทุกคนต้องพึ่งสุภาษิตที่ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ดีที่สุด ดังนั้นการขจัดความเครียดและรู้เท่าทันความรู้สึกของตนเองสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดระลอกใหม่ ที่ดูทุกอย่างจะถาโถมมาพร้อมกันเหลือกัน ทุกคนต้องตั้งสติ และตระหนักกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยไม่ตระหนกกับเหตุการณ์ต่างๆ มากจนเกินไป         เพื่อคลายความเครียดไม่ให้สะสมจนก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตมากไปกว่านี้ ลองหันมาพึ่งแอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up ที่จะช่วยเช็คสุขภาพจิตของเราว่าเป็นเช่นไร เพื่อให้รู้เท่าทันและพร้อมปรับเปลี่ยนสุขภาพจิตให้เหมาะสม จนไม่เกิดภาวะเครียด ภาวะซึมเศร้า และจิตตกกันดีกว่า         แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up เป็นแอปพลิเคชั่นของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข โดยออกแบบมาเพื่อประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยตนเอง และคัดกรองปัญหาโรคจิตเวชที่พัฒนาขึ้น ทำให้ผู้มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็ว         ภายในแอปพลิเคชั่นจะใช้วิธีการประเมินตนเองที่เกี่ยวกับสุขภาพใจหลากหลายหมวด ได้แก่ ประเมินดัชนีวัดความสุข ประเมินความเครียด ประเมินภาวะซึมเศร้า ประเมินความฉลาดทางอารมณ์ EQ ประเมินภาวะติดสุรา ประเมินภาวะความจำ ประเมินภาวะติดเกม ประเมินภาวะหมดไฟในการทำงาน ประเมินพลังสุขภาพจิต RQ         โดยก่อนเริ่มใช้แอปพลิเคชั่นจะสอบถามข้อมูลผู้ใช้งาน ดังนี้ ชื่อนามสกุล (ไม่บังคับใส่) อายุ เพศ ที่อยู่ หลังจากนั้นเมื่อเข้ามาในหน้าแรกจะปรากฎวิธีการประเมินตนเองที่เกี่ยวกับสุขภาพใจในหมวดต่างๆ ที่กล่าวมา การทำแบบประเมินจะเป็นในรูปแบบคำถามเชิงจิตวิทยา โดยในแต่ละหมวดจะมีจำนวนข้อแตกต่างกันไป         เมื่อตอบคำถามครบทุกข้อแล้ว แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up จะประมวลผลและแจ้งผลการประเมินว่าอยู่ในระดับใด พร้อมคำแนะนำ ในกรณีที่ผลการประเมินออกมาในเชิงลบ อย่างเช่น มีความเครียดปานกลาง คำแนะนำจะอธิบายถึงสาเหตุที่อาจทำให้เกิดความเครียดเกิดขึ้น และเสนอทางแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย อ่านหนังสือ เล่นดนตรี ดูหนัง ฟังเพลง รดน้ำต้นไม้ สวดมนต์ไหว้พระ ทำจิตใจให้สงบ ไม่นึกถึงเรื่องอดีต เป็นต้น         ถ้าสถานการณ์ช่วงนี้ทำให้จิตใจว้าวุ่นใจ เครียด ไม่มีสมาธิ ลองใช้แอปพลิเคชั่น Mental Health Check Up เช็คสุขภาพใจของตนเองกันดู อย่างน้อยก็ทำให้รู้ตัวว่าสุขภาพใจอยู่ในภาวะใด จะได้รับมือและฟื้นฟูสภาพจิตใจของตนเองได้ทันถ่วงที

อ่านเพิ่มเติม>

ความคิดเห็น (0)