ฉบับที่ 151 นิยามสวยอันตราย ผิวขาว นมใหญ่

หลังได้รับแท็กในเฟสบุ๊คของบรรดาเน็ตไอดอล และพริตตี้ทั้งหลายเข้าบ่อยๆ  ก็ถึงกับมึนและคิดว่าเราคงเกิดเร็วไปจนไม่ค่อยเข้าใจกับนิยามความสวยของสาวสมัยนี้นัก(ของเรามันสวยอย่างฉลาด) สั้นๆ เลยค่ะ “ผิวขาว นมใหญ่”  แล้วยิ่งมีช่องทางสื่อสารในโซเชียลมีเดียที่ควบคุมแสนยากเย็นเข้าด้วย สาววัยใสสมัยนี้จึงได้กลายเป็นเหยื่อของพวก “ไม่มีสำนึกดี” ไปได้ง่ายๆ

Key Word สำคัญในการโฆษณาล่อลวง ที่จับได้คือ ขาวใส เห็นผลไว ไม่เกิน 7 วัน พิสูจน์ได้ โดยสร้างความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีบอกเล่าผ่านการรีวิวสินค้าหรือถ่ายรูปคู่กับสินค้า โดยบรรดาพริตตี้สาวขาวใสทั้งโนเนมและชื่อดัง บางแบรนด์ที่ขายดีมากก็ลงทุนโฆษณาในรายการโทรทัศน์ที่วัยรุ่นนิยมตอกย้ำไปด้วย      ส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมาในรูปแบบของครีมทาหน้า โทนเนอร์ หรือสบู่ฟอกผิว ครีมทาหน้าจะฮิตสุด เพราะขั้นตอนการผลิตไม่ยาก ทำเองแบบบ้านๆ ก็ได้(กวนครีมเอง) หรือไปว่าจ้างโรงงานผลิตให้ ว่ากันว่า มีโรงงานที่รับผลิตสินค้าประเภทครีมหน้าขาวอยู่หลายโรงงาน มีสูตรครีมหน้าขาวให้เลือกหลายสูตรด้วย ว่ามาเลยว่า ผู้ว่าจ้างผลิตต้องการแบบไหน มีตั้งแต่ราคา(ครีม) กิโลกรัมละไม่กี่ร้อยบาท เรื่อยไปจนกิโลกรัมละเหยียบหมื่น จากนั้นก็นำมาติดแบรนด์ตัวเองเข้าไป จะไปจดแจ้ง อย. หรือไม่ ก็แล้วแต่ว่า จะมีประโยชน์ต่อการขายไหม ทำการตลาดแบบถึงเนื้อถึงตัวหน่อย สินค้าก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ยิ่งผลิตภัณฑ์ให้ผลเร็วจริงตามโฆษณา เจ้าของแบรนด์ก็รวยไม่รู้เรื่อง

 

แต่ความจริง โลกนี้มันโหดร้าย ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ขาวใสได้แบบทันที ทันใจและปลอดภัยนั้น ไม่มีอยู่จริง ขาวไวน่ะมีแต่ไม่ปลอดภัย เพราะเขาใช้สารที่เป็นอันตรายและส่งผลให้หน้าเราจากพังทั้งสิ้น

 

ความจริงเรื่องไวท์เทนนิ่งครีม

ไวท์เทนนิ่งครีมหรือครีมหน้าขาวเป็นเครื่องสำอางที่จะใส่สารสำคัญบางตัวที่ออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีให้กับผิวหนัง หรือบางตัวช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวหนัง ผลคือเมื่อทาครีมไประยะหนึ่งผิวจะค่อยๆ ขาวขึ้นได้ โดยสารสำคัญที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีหลายตัว เช่น โคจิกแอซิด อาร์บูติน วิตามินซี กรด AHA และสารสกัดจากสมุนไพร เช่น มะหาด(ฮิตอยู่พักใหญ่) สารพวกนี้ถ้าใส่ในเครื่องสำอางอย่างเหมาะสม(มีกรรมวิธีการผลิตที่ดี) จะทำให้ผิวค่อยๆ ขาวขึ้นได้จริง โดยมีผลข้างเคียงต่ำ

แต่ถ้านำสารพวกนี้มาผสมแบบตามใจฉัน มันก็เหมือนกินอาหารที่ทำไม่สะอาด มั่วๆ ไป ผลคือคุณท้องเสีย ถ้าเป็นเครื่องสำอางที่ใช้กับผิวหน้า ผลก็คือ หน้าพัง    หรือบางทีก็ไม่ได้ใส่สารไวท์เทนนิ่งอะไรจริงๆ แค่หลอกคนซื้อว่าผสมลงไปก็เท่านั้น แต่แท้จริงแล้วใส่สารอันตรายผิดกฎหมายแทน อย่างสารปรอท รัฐสุ่มตรวจตัวอย่างครีมหน้าขาวทีไร เจอทุกที (คงเพราะมันถูกและหาซื้อไม่ยากล่ะมั่ง) อันนี้อันตรายระดับหน้าพังถาวรแท้

 

โดสเร่งขาว

ตอนนี้ในกระแสขาวใสต้องนี่เลย กรด AHA (ช่วงนี้มาแรง) ภายใต้ชื่อการขายว่า “โดสเร่งขาว” ระบุเป็นหัวเชื้อกรด AHA ขายขวดละ 40 30 20 ต่ำกว่า10 บาทก็มี  วิธีการใช้คือให้หยดลงในครีมทาผิว ทาหน้าที่ใช้ประจำ หรือใช้หัวเชื้อนี้ทาที่ผิวโดยตรง โห! ช่างกล้าขายและคนที่ซื้อก็ช่างกล้าใช้ นี่มันคือการละเลงน้ำกรดลงบนผิวตัวเองแท้ๆ

“หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมโดยเติมกรด AHA ร้อยละ 70 จริงถือว่ามีความเข้มข้นอย่างมาก ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง ปวดแสบร้อนเหมือนผิวไหม้ และการใช้เป็นเวลานาน จะทำให้ชั้นผิวบางลง เมื่อผิวบางลงทำให้เกิดอาการอักเสบง่าย เกิดซ้ำๆ บ่อยๆ ระยะยาว โอกาสที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังก็สูง ที่สำคัญหากนำมาใช้บริเวณที่ผิวบอบบาง เช่น รอบดวงตา หากกระเด็นถูกก็อาจทำให้ตาบอดได้” นพ.จินดา โรจนเมธินทร์ รักษาการ ผอ.สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข  ได้แถลงข่าวเตือนภัยไปเมื่อเร็วๆ นี้

การใช้กรดลอกหน้า ลอกผิวมีการทำมานานแล้วในคลินิกความงามแต่จะควบคุมการใช้โดยแพทย์ผิวหนัง ต่อมาเริ่มมีงานวิจัยมากขึ้นพบว่า กรด AHA ไม่เหมาะสำหรับใช้กับผิวหน้าคนเอเชียหรือคนผิวดำคล้ำ เพราะอาจทำให้ผิวเกิดรอยด่างดำ ไม่สม่ำเสมอ(ผิวกระดำกระด่าง) แล้วตามธรรมชาติยิ่งผิวได้รับการกระตุ้นให้ผลัดผิวบ่อยๆ เข้า ร่างกายก็จะทำตรงข้ามคือชะงักหรือชะลอการสร้างเซลล์ผิวใหม่

ที่มาของโดสเร่งขาว ด้วยกรด AHA นี้ เล่ากันว่า เป็นการตั้งชื่อเพื่อเลียนแบบผลิตภัณฑ์หน้าใสที่ใส่สารสำคัญหรือสารออกฤทธิ์ ตัวหนึ่งที่ราคาค่อนข้างแพง) คือ อาร์บูติน ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการหน้าขาวใส ในเครื่องสำอางแบรนด์ดังราคาแพง หรือที่เรียกว่า เคาน์เตอร์แบรนด์ ถ้าโฆษณาว่าหน้าเด้ง หน้าใส ตัวนี้มาเป็นอันดับหนึ่ง โดยหลักการอาร์บูติน จะไประงับการสร้างเม็ดสีในผิวหนัง เรียกว่า โจมตีที่เป้าหมายโดยตรง เมื่อเม็ดสีไม่ทำงาน ผลก็คือผิวค่อยๆ ขาวขึ้น (คนละแบบกับกรด  AHA ที่ไปเร่งการลอกเซลล์ผิวหนัง)

อาร์บูติน ตามโครงสร้างทางเคมีจัดเป็นอนุพันธ์ของสารพวกไฮโดรควิโนน แต่ไม่มีผลข้างเคียงมากเท่ากับไฮโดรควิโนน จึงไม่อยู่ในกลุ่มสารเคมีควบคุม แต่อาร์บูติน ก็มีหลายชนิด ทั้ง เบต้า อาร์บูติน(Beta Arbutin) อัลฟ่า(Alpha Arbutin) และ ดิออกซี่ อาร์บูติน(Deoxy Arbutin) ซึ่งมีข้อเด่น ข้อด้อยต่างกันไป (ไว้จะมาขยายความในคราวถัดๆ ไป)
แต่อาร์บูติน แม้มีข้อดีมาก แต่หากนำมาผลิตเป็นเครื่องสำอางแบบไม่สนใจอะไร จากผลดีก็สามารถกลายเป็นผลร้ายได้เช่นกัน

ดังนั้นสาวๆ ทั้งหลาย(รวมถึงหนุ่มๆ ด้วย) โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์หน้าขาวสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเขาโฆษณาอะไรว่าดี ก็เที่ยวเอาหน้าตัวเองไปทดลอง กะว่าจะสวย หล่อ เหมือนคนที่อ้างว่า ใช้แล้วได้ผล คุณเชื่อเขาเหรอ? ว่าเขาใช้จริง

ไว้คราวหน้า มาต่อด้วยเรื่องนมโตกัน

250 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ ผิวขาว นมใหญ่

ฉบับที่ 228 สวยและสะอาด

        โรคโควิด 19 ไม่สนใจไม่ได้แล้ว ถึงไม่ต้องตระหนกมาก แต่เราควรตื่นรู้และป้องกันไว้ก่อน ด้วยการทำให้สะอาด โดยเฉพาะอุปกรณ์ติดกาย มือของเรา และต้องระวังสิ่งที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น        นอกจากหน้ากากอนามัย ที่อาจจำเป็นต้องพกไว้และใส่ให้ตัวเองเมื่ออยู่ในสถานที่ที่อากาศปิดและแวดล้อมด้วยผู้คนจำนวนมาก อาจรวมถึงเผื่อหยิบยื่นให้คนที่ไอ จามโดยไม่สวมหน้ากาก (หน้ากากอนามัยจะป้องกันการแพร่เชื้อสำหรับคนป่วยได้ถึง 90% แต่หากเราแข็งแรงดีและไม่ได้ใกล้ชิดผู้ที่ไอ จามในระยะ 1 เมตร อาจไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากาก ยิ่งเป็นที่รโหฐานใส่ในบ้าน ใส่นอน อันนี้ไม่มีประโยชน์)         สิ่งที่จำเป็นต้องระวังมากกว่าคือ สิ่งของที่อาจต้องจับต้องร่วมกับผู้อื่น เช่น ตัวจับประตูปิดเปิด ร้านค้า ห้าง ห้องน้ำสาธารณะ ปุ่มลิฟต์ ประตูรถแท็กซี่ ห่วง เสา บนรถประจำทาง ซึ่งแน่นอนละว่า ไม่จับก็ไม่ได้ วิธีการที่ต้องฝึกทำให้บ่อยขึ้น คือ          ล้างมือให้บ่อยและล้างให้ถูกวิธี        1. ล้างด้วยสบู่และน้ำ หลักการคือ ล้างด้วยระยะเวลาอย่างน้อย 20-30 วินาที เคยมีคนบอกว่าเท่ากับร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์สักสองรอบ วิธีนี้ประหยัดและง่าย แต่อาจไม่สะดวกจำเป็นต้องมีสถานที่ ดังนั้นควรทำเมื่อกลับถึงบ้าน ก่อนรับประทานอาหารหรือเตรียมอาหาร หลังเข้าห้องน้ำ เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือล้างทุกครั้งเมื่อคิดว่ามือสกปรก         2. ล้างด้วยเจลล้างมือ วิธีนี้ค่อนข้างสะดวก แต่ก็ต้องทำให้ถูกวิธีด้วยเช่นกัน คือใช้ในปริมาณที่พอเหมาะและระยะเวลาที่พอดี อย่างน้อย 20 วินาทีต่อการล้างหนึ่งครั้ง หากระหว่างการใช้เจลล้างมือแล้วพบว่าเนื้อเจลแห้งในเวลาไม่ถึง 15 วินาที หมายความว่า เจลล้างมือที่ใช้มีปริมาณน้อยเกินไป และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการกำจัดเชื้อโรค          ทำความสะอาดเครื่องใช้ส่วนตัว         ข้าวของบางอย่างแม้เป็นของใช้ส่วนตัว แต่ก็อาจมีการสัมผัสกับเชื้อโรคได้เพราะใช้ในที่ชุมชน เช่น โทรศัพท์มือถือ กระเป๋าสะพาย เป้สะพาย และเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ สำหรับเครื่องใช้ควรทำความสะอาดเมื่อกลับเข้าบ้าน วิธีง่ายๆ คือ การตากแดด เนื่องจากบ้านเราแดดร้อนและเชื้อไวรัสจะไม่ชอบพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูง หรือเช็ด พ่นด้วยแอลกอฮอลล์ เสื้อผ้าควรหมั่นซักให้บ่อยขึ้นไม่หมักหมมไว้เป็นที่เพาะเชื้อ        การป้องกันตัวเองจากการสัมผัสเชื้อโรคด้วยการทำความสะอาด เป็นหัวใจสำคัญที่ควรคำนึง เพราะไม่เพียงช่วงป้องกันเราจากไวรัสโคโรนาเท่านั้น แต่ยังป้องกันเราจากเชื้อโรคอื่นๆ อีกด้วย ดังนั้นควรทำให้เป็นนิสัยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการระบาดของโรคเกิดขึ้นก่อนจึงค่อยทำ          

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 227 ทำไมยิ่งขัดผิว ผิวยิ่งหมอง

        ผิวโดยเฉพาะผิวหน้า หากได้ขัดหรือสครับอย่างถูกวิธี จะช่วยให้ผิวดูสดใส เปล่งปลั่ง แต่หากทำผิดวิธี และละเลยข้อจำกัดบางอย่าง แทนที่จะได้ผิวสวยก็จะได้ผิวหมองมาแทน          ทำไมจึงต้องสครับผิว         ธรรมดาผิวพรรณคนเราจะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเป็นปกติ ช่วงขณะเปลี่ยนผ่านหากมีการช่วยจากภายนอก เช่น การขัดผิวหรือสครับผิวเพื่อขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปผิวจะดูขาวใสขึ้น สะอาดตาขึ้น  แต่ต้องไม่ไปรบกวนผิวจนเกินไป เพราะฉะนั้นเราจึงต้องเข้าใจหลักการเสียก่อน ด้วยว่าถ้าทำผิดวิธี จากผิวสวยๆ จะกลายเป็นผิวเสียแทน         การสครับผิวต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง         1.รู้จักผิวตัวเอง และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิว ลักษณะของผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน แบ่งได้เป็นสี่แบบ คือ ผิวธรรมดา จริงๆ คือผิวที่มีสุขภาพดีเพราะมีความสมดุลไม่แห้งหรือมันจนเกินไป มีความเรียบเนียนไม่แพ้ง่าย นับว่าเป็นผิวในอุดมคติ ผิวแห้ง อธิบายถึงสภาพผิวที่ขาดความชุ่มชื้นจากน้ำมันธรรมชาติบนผิว ผิวจึงหยาบกร้านและแตกลอกง่าย ผิวมัน คือสภาพผิวที่มีการผลิตความมันในปริมาณที่มากเกินไป สังเกตได้ถึงรูขุมขนที่กว้างผิวดูมัน เงา และสุดท้ายคือ ผิวผสม บ่งบอกถึงผิวที่ประกอบด้วยประเภทของผิวมากกว่าหนึ่งประเภทอยู่ด้วยกัน เมื่อจะเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับการขัดหรือสครับหน้า ต้องอ่านฉลากให้ดี และไม่เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารประกอบที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวตัวเอง อย่าคิดเองว่าใช้อะไรก็ได้         2.สภาพผิวไม่พร้อม อย่าสครับ โดยเฉพาะถ้ามีสิวอักเสบ ควรรักษาสิวให้หายเสียก่อน เพราะหากฝืนขัดผิวหน้าทั้งที่สิวยังอักเสบ จะยิ่งเกิดสิวอักเสบลุกลามมากขึ้น         3.อย่าขัดอย่างรุนแรง หลายครั้งที่เราเลือกผลิตภัณฑ์ขัดผิวแบบที่ขายทั่วไป ต้องอ่านฉลากให้ดี หลายผลิตภัณฑ์ผสมเม็ดบีด (bead)  ซึ่งเป็นเม็ดพลาสติก หรือเป็นสารสังเคราะห์ที่มีชื่อบนฉลากว่า Polyethylene นั่นเอง เจ้าสารเคมีตัวนี้ จะลื่นมัน ยืดหยุ่นดี จึงใช้สครับผิวได้ แต่เปลี่ยนมาเป็นวัสดุจากธรรมชาติจะอ่อนโยนมากกว่า         4.ไม่ขัดผิวบ่อยเกินไป ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ก็พอ หากขัดมากเกินไปก็อาจรบกวนหน้าที่ในการสกัดกั้นสิ่งแปลกปลอมของผิว รวมถึงทำให้ผิวอ่อนไหวมากขึ้นจนเกิดความแห้งกร้าน ไหม้แดด หรือปัญหาอื่น ๆ ได้ง่าย         5.หลีกเลี่ยงการสครับผิวขณะผิวแห้ง การใช้ผลิตภัณฑ์สครับหน้าควรใช้น้ำเป็นตัวหล่อลื่น และควรทำความสะอาดผิวก่อนที่จะลงมือสครับผิว         ขั้นตอนสครับผิวหน้า         ควรเริ่มต้นด้วยการล้างหน้าหรือร่างกายให้สะอาด เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกบนผิวมีโอกาสแทรกเข้าไปในผิว จากนั้นนำผลิตภัณฑ์ขัดผิวเทใส่ใยบวบ ฟองน้ำ หรือถุงมือ แล้วทาลงบนผิวเบาๆ นวดผลิตภัณฑ์บนผิวด้วยการวนมือเป็นลักษณะวงกลมเบา ๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นระบบไหลเวียนใช้น้ำล้างออกให้สะอาดซับให้แห้งแล้วทาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นในขณะที่ผิวยังชื้น

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 226 ข้อคิดจากการสวยตามเทรนด์

                รูปแบบของความสวยงามนั้น อันที่จริงแล้วมันไม่มีนิยามตายตัว ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับค่านิยมของสังคมและยุคสมัย ดังนั้นแต่ละปีก็จะมีคนมาบอกเราว่า ปีหน้าเขาจะนิยมรูปแบบความงามแบบไหน เราต้องดูแลหรือเตรียมการอย่างไร เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย ซึ่งปีหน้า 2563 นี้หลายกูรูยังฟันธงว่า เทรนด์สวยธรรมชาติและเครื่องสำอางจากส่วนผสมธรรมชาติยังคงความแรงต่อเนื่อง         ผิวพรรณแบบกระจ่างใสดังกระจกหรือ Glass Skin ยังคงได้รับความนิยม         ผิวแบบ Glass Skin  คือผิวพรรณที่ผุดผ่องมีน้ำมีนวล บ่งบอกถึงสุขภาพดีจากภายใน ผิวแบบ Glass Skin นั้น  ขอให้ลองคิดถึงซีรีย์เกาหลี ที่สาวๆ ในเรื่องจะมีผิวใสๆ ดูอิ่มเอิบฉ่ำวาวดังแก้ว แบบนั้นแหละที่เรียกว่า Glass Skin ซึ่งผู้ก่อกระแสนี้คือ บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังชาวเกาหลีนั่นเอง เมื่อฮิตขึ้นมาแล้วก็ฮิตต่อกันไปยาวๆ ข้ามปี หลักๆ ของเทรนด์ผิวใสดั่งแก้วนี้ คือ เน้นที่การทำความสะอาดให้หมดจด บำรุงผิวทั้งจากภายนอกและภายในเพื่อให้ผิวเปล่งประกายอย่างคนที่สุขภาพดี และเสริมด้วยการแต่งหน้าให้ดูกระจ่างใสโชว์ความเปล่งปลั่งสดใสของผิว         อย่างไรก็ตามเมืองไทยนั้นสภาพอากาศต่างจากเกาหลีจะให้ทันกับเทรนด์นี้ ก็ต้องปรับให้เหมาะสมจะสำเนามาทั้งหมดคงไม่เหมาะ ส่วนที่สามารถทำได้เลยและดีมากเสียด้วย คือ หลักของการทำความสะอาดและการบำรุง         ขั้นตอนที่แนะนำหลักๆ คือ เมื่อแต่งหน้าแล้วต้องไม่ละเลยการทำความสะอาดอย่างหมดจด ให้เกิดการตกค้างของสารเคมีบนผิวน้อยที่สุด ดื่มน้ำให้มาก รับประทานอาหารที่ดี และบำรุงผิวด้วยครีมบำรุงที่เหมาะกับสภาพผิว ซึ่งผู้นำเทรนด์เสนอว่าควรสครับ(ขัดถูหน้าเพื่อให้เกิดการผลัดผิวที่เร็วขึ้น) และมาสก์หน้าเมื่อว่างจากกิจกรรมปกติ   และหากจะให้เป๊ะสำหรับอากาศร้อนและแดดแรงๆ แบบเมืองไทย การปกป้องผิวด้วยครีมกันแดดคือสิ่งที่ขาดไม่ได้เช่นกัน                เทรนด์ความเป็นธรรมชาติที่ช่วยให้ผู้บริโภคมีสุขภาพผิวที่ดี        เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในลุคธรรมชาติและเครื่องสำอางที่ปกป้องคุณจากมลภาวะ คือสิ่งที่คาดว่าจะมาแรงในปี 2563 สารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกผสมในเครื่องสำอางหรือนำมาเป็นอาหารเสริมนั้น ยังคงจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ที่ต้องเพิ่มขึ้นคือ ความต้องการสินค้าแบบเฉพาะกลุ่มและตอบโจทย์เรื่องมลภาวะ         สิ่งที่ต้องระวังในกรณีของสินค้าที่เคลมเรื่องสุขภาพผิวสวยคือ กรณีของเครื่องสำอาง ทางหน่วยงานที่กำกับดูแลจะไม่ได้มีการทดสอบเรื่องความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพียงรับจดแจ้งเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับผู้บริโภคเท่านั้น ดังนั้นการเสี่ยงกับอาการแพ้ยังคงต้องได้รับความสนใจเป็นอันดับแรกๆ โดยควรทดสอบกับผิวในบริเวณที่ไม่ใช่เป้าหมายหลักก่อนใช้ และอย่าคาดหวังกับสินค้าจนเกินไป นอกจากนี้การช่วยกันเฝ้าระวังสินค้าที่ไม่ปลอดภัยโดยการแจ้งต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลจะช่วยให้เกิดความปลอดภัยในวงกว้าง         ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางในหลักการคือ การทำความสะอาดและปกปิดเสริมแต่ง ดังนั้นไม่ควรคาดหวังถึงขนาดแก้ไขหรือฟื้นฟูสภาพผิว        กรณีของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาจมีการโฆษณาจนเกินเลย ให้สรรพคุณที่มากกว่าการบำรุง แต่เป็นโชว์สรรพคุณรักษาโรค ซึ่งถือว่าผิด และเราไม่ควรตกเป็นเหยื่อของสินค้าเหล่านี้ ขณะเดียวกันผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบางผลิตภัณฑ์ผลิตขึ้นมาเพื่อสร้างการตลาดแบบ แชร์ลูกโซ่ ไม่ได้มีสรรพคุณอะไรมากไปกว่าอาหารธรรมดา ผู้บริโภคต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ให้ความโลภชักนำให้ขาดความรอบคอบในการใช้สินค้า         การพยายามสวยตามแฟชั่นหรือเทรนด์ไม่ได้เป็นสิ่งผิดปกติ ใครๆ ก็อยากจะได้ชื่อว่าทันสมัย แต่เราควรรอบคอบไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ผลิต ผู้ประกอบการที่ไม่มีความรับผิดชอบ ทำสินค้าที่ไม่ปลอดภัยหรือฉาบฉวยเพียงเพื่อจะหาผลประโยชน์ทางการเงิน สวยตามเทรนด์ได้แต่ต้องเท่าทันข้อมูลด้วย

อ่านเพิ่มเติม>

ฉบับที่ 225 วิธีลดปัญหาผิวเปลือกส้ม

        นึกภาพผิวเปลือกส้มออกไหม ถ้ามาปรากฎบนผิวกายเรา มันจะดูไม่สวยเพราะมีสภาพเหมือนเป็นรอยตะปุ่มตะป่ำ นูนๆ หรือลอนคลื่นบนผิว ไม่เรียบเนียนสวยงาม ผิวเปลือกส้มนี้ เรียกอีกอย่างว่า เซลลูไลท์(Cellulite)  ซึ่งใครมีโอกาสเป็นได้บ้าง ถ้าเป็นแล้วจะดูแลอย่างไร มาดูกัน         สาเหตุที่ทำให้เกิดผิวเปลือกส้ม ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน แต่เชื่อว่าเกิดจากการสะสมของไขมันที่มากเกินไปใต้ชั้นผิวหนังตื้นๆ ในบริเวณที่เลือดไหลเวียนไม่ดี จนทำให้ผนังชั้นหุ้มเซลล์เกิดผิวที่ขรุขระแตกลาย ดูไม่สวยงามคล้ายกับผิวเปลือกส้ม          อย่างไรก็ตามหากประมวลจากปัจจัยหลายอย่างที่พบบ่อยว่า น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผิวเปลือกส้ม พอสรุปได้ดังนี้          1.ไม่ค่อยขยับร่างกาย อยู่ในท่าเดียวนานๆ ทำให้ระบบการไหลเวียนเลือดขัดข้อง         2.ขาดการออกกำลังกาย        3.การรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง        4.การอดอาหารอย่างหนักเพื่อให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว        5.การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน        6.ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ        7.ดื่มแอลกอฮอล์ เซลล์จะสูญเสียน้ำ และยังลดประสิทธิภาพของตับ ทำให้ตับขจัดสารพิษได้ไม่ดี        8.ความเครียด ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว        9.ท้องผูก        10.พันธุกรรมและเชื้อชาติ คนยุโรปจะมีเซลลูไลท์มากกว่าคนเอเชีย        ดูแบบนี้เหมือนผิวเปลือกส้มจะเกิดกับคนอ้วนใช่ไหม ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่เลย เซลลูไลท์หรือผิวเปลือกส้มไม่ได้เกิดเฉพาะในคนที่มีน้ำหนักตัวมากเท่านั้น คนผอมก็สามารถมีได้เช่นกัน และเกิดขึ้นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยเฉพาะกับผู้ชายที่อ้วนมาก ๆ         วิธีรักษาเซลลูไลท์ ไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่ดูแลได้ด้วยการทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การลดน้ำหนักในคนที่อ้วน(แต่ต้องเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป) การออกกำลังกาย(การออกกำลังกายแบบแอโรบิกและการฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อการเคลื่อนไหวเพื่อกระชับผิว) ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน ควบคุมอาหารหวาน มัน และการนวดผิวหนังเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ 

อ่านเพิ่มเติม>

ความคิดเห็น (0)