ฉบับที่ 112-113 ควันหลงฟุตบอลโลก


ก่อนที่จะชวนคุยเรื่องฟุตบอลโลก สารีและทีมมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคทุกคน ขอขอบพระคุณทุกท่าน และหน่วยงานต่างๆ ที่ให้กำลังใจ การช่วยเหลืออุปกรณ์สำนักงานและการให้ใช้อาคารสำนักงานฟรี ตลอดจนการสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงอาคารสำนักงานมูลนิธิฯ ที่ได้รับผลกระทบถูกเพลิงไหม้จากเหตุการณ์ชุมนุมและการจลาจลเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้ต้องใช้งบประมาณในการปรับปรุงอาคารไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท  ปัจจุบันมูลนิธิ ฯ ได้รับบริจาคจำนวน 3 ล้านกว่าบาท

อาคารหลังนี้ขนาด  1000 ตารางเมตร เป็นของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์   ให้มูลนิธิฯ เช่าใช้ประโยชน์ระยะยาว 30 ปี ในราคา 8,000 บาทต่อเดือน โดยการประสานงานของอดีตท่านนายกอานันท์ ปันยารชุน และยังได้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยระดมทุนในการปรับปรุงอาคารนี้เมื่อสองปีที่แล้วโดยใช้งบประมาณ 6 ล้านบาททั้งจากการระดมทุนและเงินสะสมของมูลนิธิ ฯไม่น้อยกว่า 17 ปี

กำลังใจและการช่วยเหลือที่ได้รับ เป็นทั้งพลังและแรงผลักดันให้มูลนิธิฯ ต้องเดินหน้าอย่างเข้มแข็งและต่อสู้เรื่องคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน หวังว่าในอนาคตจะได้รับการสนับสนุนและมีส่วนร่วมในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน


มาถึงเรื่องฟุตบอลโลก สิ่งทำให้ผิดหวังไม่ใช่การแข่งที่ไม่สนุก แต่การใช้สิทธิของเอกชนรุกรานบ้านเรือนที่ดูฟรีทีวีปกติ ทำให้คนไม่น้อยกว่า 1 ล้านครอบครัวที่มีจานดาวเทียมสีดำ ซึ่งส่วนใหญ่ที่ต้องมีเพราะดูทีวีปกติไม่ได้ ไม่ว่าบ้านอยู่ใกล้ตึกสูง อับสัญญาณ หรืออยู่อาศัยในอาคารชุดที่เขาจัดมีให้บริการ

การละเมิดสิทธิผู้บริโภคครั้งนี้ มีเพียงคำอธิบายจากบริษัทอาร์เอส ว่า เป็นข้อตกลงกับฟีฟ่าไว้อย่างนั้น ไม่อย่างนั้นบริษัทจะถูกปรับ ผู้ถูกตัดสัญญาณไม่เคยเห็นสัญญา ไม่เคยรับทราบว่าจะถูกปรับเท่าใด การเสนอข่าวเรื่องนี้มีเพียงสองสามวัน แต่ไม่มีใครถามว่า บริษัทมีสิทธิอะไรในการไปทำสัญญาแล้วทำให้คนไม่น้อยกว่า 1 ล้านครอบครัวเสียเวลา เสียหายต้องซื้อหนวดกุ้งเพื่อดูทีวีและแถมไม่ชัด

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจในการเก็บเงินจากร้านค้า ร้านอาหารที่มีการเปิดฟุตบอลโลกร้านละประมาณ 10,000 บาท ต่อหนึ่งเดือนที่มีฟุตบอลโลก ซึ่งมีเกือบ 2,000 ร้าน ร้านค้าส่วนใหญ่ก็จำยอม จ่ายเงินให้ เพราะไม่ต้องการเกิดปัญหาเรื่องตามจับ ข่มขู่ ทั้งๆ ที่เป็นการเปิดทีวีปกติที่ไม่ใช่เทปซีดีเฉพาะหรือดนตรีเพลงของบริษัทใด แถมยังได้เงินค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดจากแต่ละช่อง ส่วนแบ่งโฆษณาจากฟรีทีวีในช่วงที่ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกแต่ละนัดอีกมากมายมหาศาล นี่เป็นเพียงผลประโยชน์เบื้องต้นที่ได้เห็นและบริษัทคุยให้ฟังว่าประมาณ 600 ล้านบาทเท่านั้นเอง

เรื่องนี้ถูกตั้งคำถามน้อยมาก และเป็นเหตุให้ไม่ยอมเปิดเผยสัญญาที่ทำไว้กับฟีฟ่า แต่สามารถรุกรานสิทธิของคนเล็กคนน้อยได้เต็มบ้านเต็มเมือง กรณีนี้น่าจะมีการดำเนินการเพื่อเป็นบทเรียนให้กับผู้ที่จะได้ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในอีก 4 ปีข้างหน้า(ก็อาร์เอสอีกนั่นแหละ) มากๆ  ใครเป็นสมาชิกจานดำ ขอให้ช่วยกันคิดปฏิบัติการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอีกรอบ

ฉลาดซื้อ ฉบับที่แล้วได้เปิดเผยผลการสำรวจการเข้าถึงความรู้กับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ประเทศไทย
ติดอันดับ 10 ประเทศรั้งท้าย ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อยมาก


แหล่งข้อมูล: สารี อ๋องสมหวัง

150 point

LINE it!





  เรื่องเกี่ยวข้อง: นิตยสารออนไลน์ สารีอ๋องสมหวัง